ผู้เขียน หัวข้อ: ตอนที่ ๒๐๖ มั่นคง  (อ่าน 1243 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
ตอนที่ ๒๐๖ มั่นคง
« เมื่อ: มีนาคม 04, 2016, 06:04:02 am »




ธรรมะจากพระพุทธเจ้า วันที่ 4 มีนาคม 2559
ตอนที่ 206 **มั่นคง**

+ +
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระพุทธองค์ได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกลับมา กับพวกเราทั้งหลาย ดังนี้ว่า...
- - - -

พระยาธรรมเอ๋ย.. การที่เราจะทำอะไรก็ตาม เรายังต้องทำให้หนักแน่นมั่นคง

การสร้างสะพานเพื่อที่จะข้ามน้ำสักแห่งหนึ่ง ก็ยังคงต้องใช้พลังร่วมมือ ร่วมแรง ร่วมใจ ใช้สิ่งที่นำไปก่อ ไปสร้าง ไปทำสะพานนั้น ให้หนักแน่น แข็งแรง คงทน มั่นคง จึงจะสามารถที่จะสร้างสะพานขึ้นมาได้ 1 สะพาน …
สะพานที่ไม่ดี ไม่มั่นคงนั้น ก็ไม่มีใครกล้าที่จะข้ามไป ไม่มีใครกล้าใช้ หรือแม้แต่จะใช้ก็อันตรายต่อตน.. ลูกเอ๋ย

การที่เราจะสร้างบ้านสักหลังหนึ่ง เราก็ยังคงต้องดูพื้นที่ที่ดี
สร้างแล้วจะไม่เกิดปัญหา /
สร้างแล้วให้มั่นคง ให้อยู่อาศัยได้ยาวนาน /
สร้างแล้วปลอดภัย
-- ไม่ว่าจะเจอกับฟ้า กับอากาศ พายุลม ฝน แดด เจอกับสิ่งใดๆก็ตาม ให้คงทนมั่นคงอยู่อย่างนั้น.. เราจึงกล้าอยู่ กล้าอาศัย --

ลูกเอ๋ย.. การที่เราจะซื้อรถสักคนหนึ่งมาใช้ เราก็ยังคงต้องเลือกเอาคันที่แข็งแรง เอาคันที่มั่นคง หนักแน่น ไว้ใจได้.. เราจึงจะขับขี่ และซื้อรถคันนั้น

พระยาธรรมเอ๋ย.. การที่เราทำทุกสิ่งทุกอย่าง เราต้องการความมั่นคงให้ก่อเกิดกับเรา

ความร่ำรวย เมื่อร่ำรวยแล้วแล้ว.. ก็อยากจะให้มั่นคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป
ความหนุ่ม ความสาว ความแข็งแรง.. ก็อยากให้มั่นคงอยู่อย่างนั้นตลอดไป

เมื่อมีความรัก ก็อยากให้การครองคู่นั้นมั่นคงตลอดไป

เห็นมั้ยล่ะลูก ทีสิ่งอื่นๆ อย่างอื่นๆ.. เราก็ยังคงปรารถนาให้มันมั่นคง /ให้มันแข็งแรง /ให้มันคงทนอยู่กับเราอย่างนั้นนานๆ ตลอดไป
ไม่อยากให้มั่นเสื่อมให้มันพัง ไม่อยากให้มันเป็นสิ่งที่ไม่ดี อ่อนแอ ที่มันไม่ได้มาตรฐาน ที่มันไม่แข็งแรง มาอยู่กับเรา..ใช่ไหมล่ะลูก

ทีนี้ลูกเอ๋ย.. การที่ลูกนั้นจะสร้างความดี เพื่อเดินทางไปสู่ "การดับการเกิด" คือ **พระนิพพาน**... ก็เหมือนกัน
การที่ลูกนั้น จะสร้างความดี เพื่อยกจิตของตนให้อยู่เหนือสิ่งสมมุติทั้งปวง ให้อยู่เหนือโลก อยู่เหนือจักรวาล พ้นวัฏสงสาร- ดับการเกิดของตน
**ก็จำเป็นอย่างยิ่งเหมือนกัน.. ลูกเอ๋ย ที่ลูกนั้นจะต้องสร้างความแข็งแรง มั่นคง คงทนอยู่อย่างนั้น ให้กับการเดินทางของลูก เหมือนกัน**

ลูกเอ๋ย.. ความดีที่จะทำ จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องทำให้แข็งแรง แข็งแกร่ง มั่นคง -- จึงจะสามารถนำพาลูกนั้นออกจากวัฏสงสารได้.. ลูกเอ๋ย

**มั่นคงในศีล**
เมื่อศีลนั้นมีอะไรบ้างที่เราสมาทานเอาไว้แล้ว ตั้งใจเอาไว้แล้ว ว่าจะรักษาศีลในระดับนั้น ที่เราได้ตั้งใจเอาไว้ --
> เราก็ควรจะรักษาศีลนั้นไว้ให้มั่นคง
> ใช้ความอดทน คือ ความแข็งแรง แข็งแกร่ง
> ใช้ความมั่นคง คือ ความแข็งแรง คงทนที่จะอยู่กับเรานานๆไป
.. เป็นกรอบของสิ่งที่ดีงาม ที่จะช่วยให้เรานั้นมั่นคงในศีล ...

รักษาศีลให้มั่น อย่าให้มีพายุ ลมฝน อุปสรรคใด อย่าให้มีมาร มีสิ่งที่ไม่ดีใดมาก่อกวน..
- ทำให้ศีลของลูกบกพร่องไป ลูกเอ๋ย..
- ทำให้ศีลของลูกนั้นต้องหายไปจากลูก
... จงรักษาศีล ด้วยความมั่นคง…

ลูกเอ๋ย.. **มั่นคงในธรรม**
เมื่อลูกนั้นได้ฟังธรรมคำสอนสั่งแล้ว ...
จงนำไปประพฤติ ปฏิบัติ กระทำตาม
จงนำไปพิจารณา และจดจำธรรมนั้นเอาไว้ อย่างมั่นคงในจิตใจ /มั่นคงในธรรมคำสั่งสอนเอาไว้.. ลูกเอ๋ย

อย่าบกพร่อง และเดินตามรอยของธรรมคำสอนสั่งไป ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ...
/ มั่นคงในศีล
/ มั่นศีลในธรรม
/ มั่นคงในการทำความดี ในกายหยาบ
/ และมั่นคงในความมุ่งมั่นตั้งใจ ในจิตใจของตนด้วย

การที่ลูกนั้นจะสร้างสะพานไปสู่พระนิพพาน สร้างการเดินทางเข้าสู่ / ผ่าน -- ลูกต้องมีความมั่นคง.. จึงจะสามารถนำพาลูกนั้นไปถึงจุดมุ่งหมายในสักวัน

ลูกเอ๋ย.. มั่นคงในธรรมแล้ว ให้ **มั่นคงในสมาธิ**
เมื่อจะทำสมาธิแล้วนั้น จงมุ่งมั่นตั้งใจทำ อย่าสักแต่ว่าทำเล่นๆไป ..ลูกเอ๋ย
จงมุ่งมั่นตั้งใจ บอกกับตนเองว่าให้มุ่งมั่นตั้งใจ

การทำสมาธินี้ ต้องมีความแข็งแรง ตั้งใจ มั่นคง ในสิ่งที่ทำ
.. อย่าปล่อยให้จิตใจวอกแวก ไปทางโน้น ทางนี้
.. อย่าปล่อยให้จิตใจฟุ้งซ่าน ไปตามสิ่งที่มาหลอกมาล่อเราเหล่านั้น

มั่นคงในสมาธิ ลูกเอ๋ย.. อย่าสักแต่ว่าทำเล่นๆไป
ทำแล้วให้ก่อเกิดความมั่นคงในสิ่งที่ทำ จึงจะสามารถนำพาลูกไปสู่จุดมุ่งหมายได้

มีปัญญา ก็ให้ **มั่นคงในปัญญา** ที่มีนั้น
...ทำอะไรก็จงพิจารณา ด้วยปัญญา

ปัญญาแห่งทางพ้นทุกข์นั้น คือ "แสงสว่าง" ที่จะทำให้เรามองเห็นอีกข้างหนึ่งของสิ่งที่ก่อเกิดอยู่เสมอ
เมื่อมีดอกไม้ดอกหนึ่งบังเกิดขึ้นมา ให้เราอย่ามองเห็นแต่แค่เพียงดอกไม้นั้น
> จงมองให้เห็นสิ่งที่ซ่อนอยู่ในดอกไม้นั้น

ดอกไม้ดอกนั้น เกิดขึ้นมาพร้อมกับการดับไป
- ดอกไม้ดอกนั้นมีขึ้นมาพร้อมกับ การไม่มี
- สวยขึ้นมาพร้อมกับ การไม่สวย
- หอมขึ้นมาพร้อมกับ การไม่หอม
-- มันคู่กันอยู่ในนั้น --

จงหมั่นพิจารณาให้บังเกิดปัญญาเช่นนี้อยู่เสมอ
// จะได้ไม่ลุ่มหลงในสิ่งที่เกิดขึ้น ในกลิ่นที่หอม ในสิ่งที่สวย
// จะได้ไม่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งที่พบที่เจอ ที่เห็นเหล่านั้น.. ลูกเอ๋ย

ให้มั่นคงในปัญญา…
.. เมื่อมีสิ่งที่ดีบังเกิดแก่ตน ให้จงมองให้เห็นสิ่งที่ไม่ดีที่ซ่อนอยู่ในนั้นเสมอ
.. เมื่อมีสิ่งที่ไม่ดี ที่เกิดขึ้นกับเรา ก็ให้มองให้เห็นสิ่งที่ดีที่ซ่อนอยู่ในนั้นเสมอ

ให้ใช้ปัญญา ใช้แสงสว่างมองให้ทะลุ ให้ไกลกว่าสิ่งที่เราเห็นนั้น
พิจารณาอยู่บ่อยๆให้ปัญญาของเรานั้นมีความมั่นคงที่ก่อเกิดความฉลาด ความสว่าง สติและปัญญา ที่อยู่ในตัวของเรานี้ อยู่เสมอๆ
อย่าให้ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งใด ลูกเอ๋ย.. แล้วชีวิตของลูกนั้น จึงจะมีความมั่นคงในการที่จะเดินทางเข้าสู่ ทางพ้นทุกข์

พระยาธรรมเอ๋ย.. จงหมั่นสร้างความมั่นคงให้กับทางเดินของตน  ที่ตนเลือกแล้วว่าจะเดินไปสู่ทางพ้นทุกข์ ที่ที่ไม่มั่นคง ไม่แข็งแรงคงทน ไม่สามารถที่จะนำพาให้ใครก่อเกิดประโยชน์ได้ ไม่ว่าจะเป็นรถ เป็นสะพาน  เป็นบ้าน

หรือการเดินทางเข้าสู่พระนิพพานก็เหมือนกัน..
ถ้าเราสักแต่ว่าทำเล่นๆไป ไม่มีความมั่นคงในจิตใจ ไม่มีความมั่นคงในการกระทำ /ในความมุ่งมั่นตั้งใจ-- เราจะมีสิ่งนำพาไปถึงความพ้นทุกข์ที่แข็งแรงได้อย่างไรเล่า ?

เราจึงควรที่จะ..
มั่นคงในศีล
มั่นคงในธรรม
มั่นคงในสมาธิ และปัญญา
-- เราจึงจะสามารถเข้าสู่พระนิพพานได้.. ลูกเอ๋ย --

การที่เรานี้มุ่งมั่นตั้งใจจะเดินทางไปในที่ใดที่หนึ่ง แต่เราไม่รู้วิธีในการไป.. ก็อาจจะดูยาก
เหมือนลูกกุญแจ ลูกเอ๋ย.. ที่ถ้าเกิดว่า ไม่ใช่ลูกของกุญแจลูกนั้น-- เราก็ไม่สามารถไขได้
แต่ถ้าเป็นกุญแจที่คู่กับมันอยู่แล้ว / ใช่กุญแจดอกของมัน -- ก็สามารถไขได้

เช่นเดียวกันกับการที่เราจะไปสู่พระนิพพาน..
ถ้าเกิดว่าเราไม่รู้การไป ไม่หนักแน่นในสิ่งที่ทำ -- เราก็จะไปไม่ถึง
วิธีลูกกุญแจที่จะไขรหัสนิพพาน ก็คือ ..
มั่นคงในศีล
มั่นคงในธรรม
มั่นคงในสมาธิ และปัญญา
มุ่งมั่นตั้งใจ ด้วยพลังที่แข็งแรง แข็งแกร่ง มั่นคง
... ลูกนั้น ย่อมไปถึงเป็นแน่แท้

พระยาธรรมเอ๋ย.. จงพิจารณาธรรมเช่นนี้เถิดลูก แล้วนำไปประพฤติ ปฏิบัติ ทำตาม
มุ่งมั่นตั้งใจในการรักษาศีลให้มั่นคง
อย่าให้มีสิ่งอื่นใดที่ไม่ดี มากีดขวาง
อย่าให้อะไรมาหลอกล่อให้เราล่วงจากศีลไปได้
มั่นคงในธรรมคำสั่งสอน อย่าเบี้ยวไปทางนั้นที เบี้ยวไปทางนี้ที

ธรรมคำสั่งสอนใดที่ถูกต้อง ที่ดีงาม ที่เป็นทางสายกลาง ปราศจากเชื้อของความรัก โลภ โกรธ หลง ปราศจากกิเลสและตัณหา ก็จงนำไปประพฤติ ปฏิบัติตาม -- อย่าเดินหลงไปทางอื่น.. ลูกเอ๋ย

จงหมั่นทำสมาธิ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่าท้อแท้ อย่าอ่อนแอ
จงทำความดีให้เข้มแข็ง สมาธิให้มั่นคงอยู่ในเรา แล้วลูกนั้นจึงจะก่อเกิดปัญญาที่แท้จริง
-- เมื่อก่อเกิดปัญญาที่แท้จริงแล้ว.. ลูกจึงจะสามารถที่จะไปถึงพระนิพพานได้ --

*ศีล* คือ เกราะป้องกันไม่ให้มีสิ่งอื่นใดที่ไม่ดีอื่นใดพัดเข้ามา
ทำให้เราปลอดภัยจากความชั่วทั้งหลาย ที่จะเข้ามาทำให้เราติดอยู่ในวัฏสงสารนี้
*ธรรม* คือ แผนที่บอกทาง
*สมาธิ* คือ สิ่งที่จะหนุนนำดวงจิตของเราให้ไปให้ถึง
*ปัญญา* คือ แสงสว่างที่จะส่องทางให้เราเดินทางไปด้วยความสว่างรุ่งเรือง

หากลูกมั่นคงใน 4 ย่างก้าวนี้-- ลูกก็ย่อมไปถึงนิพพานเป็นแน่แท้ .. ไม่ใช่เรื่องยากอะไร
กุญแจดอกนี้แหละลูก ที่จะไขประตูนิพพานได้

-- จงประพฤติตาม ปฏิบัติตาม ตรงกับรหัสของกุญแจนิพพานแล้ว.. ลูกก็จะสามารถไปถึงได้ในสักวัน --

สาธุ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 13, 2016, 03:54:59 pm โดย thanapanyo »