ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1602 ชีวิตนี้แท้ที่จริงคืออะไร  (อ่าน 915 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-1602 ชีวิตนี้แท้ที่จริงคืออะไร
« เมื่อ: มกราคม 24, 2016, 06:39:19 am »




(ถอดความจากคลิป)

ธรรมะจากพระพุทธเจ้า วันที่ 24 มกราคม 2559
ตอนที่ 167 **ชีวิตนี้แท้ที่จริงคืออะไร**

+ +
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทูลถามคำถาม ::
"เส้นทางการเดินทางของชีวิต แต่ละดวงจิต..ใครเป็นคนเลือกให้ ? "

พระพุทธองค์ได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกลับมากับพวกเราทั้งหลาย ดังนี้ว่า…
- - - -

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ชีวิตของคนเรานั้น แท้จริงนั้น คือ อะไร
รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเราแล้วหรือยัง
รู้จักตัวตนที่เรียกว่า "เรา" นั้นแล้วหรือยัง.. ลูกเอ๋ย

ชีวิตของเรา เหมือนถนนเส้นหนึ่ง ที่วิ่งไปเรื่อยๆ ที่วิ่งวนไป วนมาอยู่อย่างนั้น ไม่รู้จบ มีซอยเล็กซอยน้อย ช่องทางซอกแซกไป ซับซ้อน วกวน เยอะแยะมากมาย อย่างนั้นหรือ
ถ้าเกิดชีวิตของเราเหมือนถนนเส้นหนึ่ง ก็คงจะเดินวนไปวนมา..ไม่รู้จบสิ้น
+ และนั่นคือ ชีวิตของเราจริงๆหรือเปล่า ?
+ และนั่นคือ ตัวตนของเราจริงๆหรือเปล่า ?
คือหมายถึง  เส้นทางการเดินทางของชีวิต มันเป็นเรา เป็นตัวตนของเราจริงๆหรือเปล่า?

หรือจะเปรียบเสมือนสายน้ำที่ไหลไป ไหลลงไปเรื่อยๆ.. จนไม่มีที่สิ้นสุด
แม่น้ำเล็กไหลไปสู่แม่น้ำใหญ่ / แม่น้ำใหญ่ก็ไหลไปสู่น้ำที่ใหญ่กว่า
น้ำที่ใหญ่กว่า ก็ซึมลงไปใต้ผิวโลก ใต้พื้นแผ่นดิน แล้วก็ดันขึ้นมาจากพื้นแผ่นดินให้เป็นน้ำดี
วนกันไป วนกันมาอยู่อย่างนั้นหรือ ?

ถ้าเกิดว่า ชีวิตของเราเหมือนสายน้ำ แล้วสายน้ำเหล่านี้ เขาจะวนไปทำไม เขาจะวนเพื่ออะไร
วนแล้วได้อะไร มีอยู่ทำไม

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..
-- หาประโยชน์ที่แท้จริงให้แก่ชีวิตไม่ได้เลย
-- หาประโยชน์ที่แท้จริง ให้กับสิ่งที่เรียกว่าเรา / ว่าตัวตนของเรา ไม่ได้เลย
... แล้วจริงๆ เราเป็นใครเล่า !


ลูกเอ๋ย.. เรานี้ก่อเกิดมาทำไม เดินทางไปเพื่ออะไร วกไปวนมาเพื่อสิ่งใดกัน
/ ในเมื่อสิ่งนี้ ก็จะผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี
/ ในเมื่อสิ่งนั้นก็จะผ่านไป ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ดี
/ ไม่ว่าเรานั้นจะเกิดอยู่ในภูมิใด ก็ต้องดับ ต้องวนไปอยู่ดี
/ ไม่ว่าเราจะเป็นเทวดา นางฟ้า หรือว่า จะเป็นมนุษย์  เป็นเปรต อสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน
... เป็นใครก็ตาม-- ก็ล้วนแล้วแต่ต้องดับไป/ เสื่อมไป/ วนไป ทั้งนั้น

แล้วที่เรียกว่าเรา ว่าของของเรา ว่านั่นเป็นตัวเป็นตนของเรา
.. แท้ที่จริงแล้ว "เราเป็นใคร" รู้จักตัวเราอย่างแท้จริงแล้วหรือเปล่าลูก ?

ทำไมชีวิตนี้ - จึงจะมีเกิดขึ้นมา
ทำไมชีวิตนี้ - จึงจะต้องดับไป ทั้งที่ก็ไม่อยากเกิด / ทั้งที่ไม่อยากให้ดับ
.. แล้วชีวิตของเรา คือ อะไรกันแน่ ?

ลูกเอ๋ย.. ชีวิตของเรา คือ *เชื้อของกิเลส- เชื้อของตัณหา* ชีวิตของเราคือเชื้อโรค
มีเชื้อที่ทำให้จิตของเราต้องป่วย  ต้องทุกข์ ต้องวนอย่างนี้แหละลูก…

ต้นสายปลายเหตุของการมาของเรา เพราะว่าเรามีเชื้อเหล่านี้อยู่ -- เป็นสิ่งที่ทำให้เราก่อเกิด
มีเชื้อของ *ความรัก โลภ โกรธ หลง ความอยาก ความยึดติด การเบียดเบียน *.. สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ …
คือเหตุ ของการเกิด
คือเหตุ ของสิ่งที่เรียกว่า ชีวิต
คือเหตุ ของการวนไม่รู้จบ
คือเหตุ ที่เราต้องเป็นเช่นนี้ อย่างนี้
คือเหตุ ที่ไม่อยากตาย- ต้องตาย
คือเหตุ ที่ไม่อยากเกิด- ก็ต้องเกิด
คือเหตุของการดิ้นรนแสวงหา
คือเหตุของความทุกข์ทั้งปวง
 - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตนี้มีกิเลส ตัณหา.. เป็นผู้ให้กำเนิดเรา
กิเลสให้ก่อตัวขึ้นมา ให้เจริญขึ้นมา งอกงามขึ้นมาด้วยการกระทำ
การกระทำ ก็เลยงอกขึ้นมา เป็นผลของการกระทำ
ส่งผลให้เราเกิดไปตรงนั้นบ้าง เกิดไปตรงนี้บ้าง -- เกิดไปแล้ว ก็จะต้องดับไป

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ในวัฏสงสารนี้ ยังคงมีเชื้อเหล่านี้ ที่เป็นสาเหตุของการที่ให้เราต้องเดินทางวกไปวนมา เหมือนสายน้ำ แต่แท้ที่จริงแล้ว..ไม่มีประโยชน์อะไรเลย

บนโลกใบนี้ ก็ยังต้องให้เราวนเวียนไป เหมือนกับเส้นทางหนึ่งที่วกวนเหลือเกิน สับสนวุ่นวาย เดินทางไม่มีทางสิ้นสุด
และสิ่งเหล่านั้น ก็มีกิเลสตัณหา - เชื้อเหล่านี้ คือ สาเหตุที่ทำให้การเดินทางเหล่านั้นเกิดขึ้น.. ลูกเอ๋ย

ในความเป็นจริงแล้ว เราเป็นใคร…
ลูกเอ๋ย.. ในความเป็นจริงแล้ว เราก็เป็นดวงจิตที่บริสุทธิ์ อยู่กับอากาศธาตุ
เป็นสิ่งที่สมมุติว่า มีก็ได้ // สมมุติว่าไม่มีก็ได้
คือ มีกับไม่มีนั้น จะไม่มีความแตกต่างกันเลย  ระหว่างสองอย่างนี้
เป็นดวงจิตที่อิสระ ไม่ต้องถูกอะไรครอบงำ
- ไม่ว่าจะเป็นความรัก โลภ โกรธ หลง
- ไม่ว่าจะเป็นความอยาก ความยึดติด เบียดเบียน
-- ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม ..ล้วนแล้วแต่ไม่มีทางที่จะครอบงำ / ควบคุมเราได้

เพียงแต่บัดนี้ตอนนี้เรายอมตกเป็นทาสของมัน--เราจึงต้องดิ้นรนอยู่ไป- ก็เพราะว่ามันเป็นต้นเหตุ มันก็คือเชื้อที่ทำให้จิตของเราเป็นอย่างนี้

เมื่อลูกคนไหน บุคคลผู้ใด ที่..
/ เหนื่อยกับการเดินทางแล้ว
/ เหนื่อยกับการวกวน บนสายน้ำ
/ เหนื่อยกับการเดินทาง ในเส้นทางที่วกไปวนมา
...จนทำให้สับสนและวุ่นวายแล้ว ก็ให้หยุดการวนของตน ไว้ที่การ…
- สละ ละวาง ต่อกิเลสตัณหา
- อยู่ห่างไกลจากเชื้อของกิเลส และตัณหา
...ชีวิตของลูกก็จะหยุดวน หยุดเดิน

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..
ชีวิตที่แท้จริง คือ ความอิสระต่างหาก
ชีวิตที่แท้จริง คือ สิ่งที่ไม่ถูกครอบงำ จากเชื้อใดๆต่างหาก

ลูกเอ๋ย.. จงประพฤติ ปฏิบัติเช่นนี้เถิด

กายนี้ ถ้ามีเชื้อโรคต่างๆเกาะอยู่ ไม่ว่าจะเป็นหวัด จะไอ จะเป็นโรคมะเร็ง โรคร้าย หรือโรคใดๆก็ตาม
ถ้าเป็นโรคชนิดใดชนิดหนึ่งแล้ว -- กายนี้ก็จะไม่สบาย ก็จะไม่เป็นสุข 
แต่ถ้าเกิดว่า เราไม่มีเชื้อโรคอะไรอยู่ในตัวเรา สุขภาพร่างกายแข็งแรง-- เราก็จะเป็นสุขในกาย ในช่วงระยะเวลานั้นที่ไม่มีเชื้อโรค

เหมือนกัน ลูกเอ๋ย.. ในความเป็นจริงแล้ว จิตของเราก็ไม่มีเชื้อเหล่านี้เหมือนกัน
ไม่มีเชื้อของความรัก โลภ โกรธ หลง ความอยาก ความยึด และการเบียดเบียน
.. สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ไม่มีอยู่ในตัวในตนของเรา /ไม่มีอยู่ในจิตของเรา
เขาเป็นแต่เพียงเชื้อโรคที่ทำให้จิตของเราป่วย // ที่ทำให้จิตของเราต้องลามไปก่อเกิดเป็นสิ่งนั้นสิ่งนี้
++ บวกกับการยึดติดขึ้นมา ลุ่มหลงขึ้นมา
-- จึงมีหน้าที่ต่างๆขึ้นมา ที่ต้องทำ ต้องวน ต้องเกิด แก่ เจ็บ และตายไป --

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ถ้าจิตของเรา ปราศจากเชื้อโรคเหล่านี้ --จิตของเราก็จะสุขสบาย เหมือนกายที่ไม่มีเชื้อโรค เป็นเช่นนั้นลูก…

+ +
พระพุทธองค์ท่านได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกับข้าพระพุทธเจ้ามาดังนี้..
ข้าพระพุทธเจ้าจึงได้นำเผยแผ่ให้ท่านญาติบุญญาติธรรมทั้งหลายได้ฟังร่วมกัน เพื่อพิจารณาธรรมให้แจ่มแจ้ง

ขอให้ท่านทั้งหลาย จงพบกับสติและปัญญาที่แจ่มแจ้ง เพื่อละวาง..ต่อสิ่งไม่ดีทั้งหลาย ทั้งปวง

สาธุ

:: ::
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 20, 2016, 02:38:30 am โดย thanapanyo »