ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1503 ไม่ทำทานจะไปนิพพานได้ไหม  (อ่าน 1163 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-1503 ไม่ทำทานจะไปนิพพานได้ไหม
« เมื่อ: ธันวาคม 05, 2015, 07:01:50 am »




(ถอดความจากคลิป)

ธรรมะจากพระพุทธเจ้า วันที่ 4 ธันวาคม 2558
ตอนที่ 116 **ไม่เคยทำทานจะไปนิพพานได้ไหม**

+ +
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทูลถามคำถาม ::
“ คนเราถ้าไม่เคยทำทานเลย เราจะสามารถเข้าถึงนิพพานได้หรือเปล่า ? "
พระพุทธองค์ได้ทรงเมตตาแสดงธรรมตอบกลับมา ดังนี้ว่า…
- - - -

พระยาธรรมเอ๋ย.. การที่จะเข้าถึงพระนิพพานได้นั้น-- ย่อมต้องเริ่มต้นจาก*การทำทาน*
เพราะว่าการทำทานได้ ก็หมายถึง "เรานี้ได้มีจิตเมตตา"
ถ้าเกิดว่าเรา ยังไม่มีจิตเมตตาต่อผู้อื่น ยังไม่มีจิตเมตตาเกิดขึ้นในดวงจิตนั้นแล้ว
.. ดวงจิตนั้นจะเดินต่อไปได้อย่างไรเล่า…

พระยาธรรมเอ๋ย.. เธอจะไปในที่ใดก็ตาม เธอก็จะต้องก้าว.. ย่างก้าวที่ 1 แล้วจึงจะเป็นย่างก้าวที่ 2.. ใช่มั้ยล่ะลูก

ฉะนั้น*การทำทาน* ก็เหมือนกัน ไม่ว่าจะทำด้วยอะไรก็ตาม... จะเป็น
/ การให้อภัยทาน
/ การให้น้ำพักน้ำแรงเป็นทาน
/ การให้คำพูดดีๆ เป็นทาน
/ หรือการที่จะเอาทรัพย์สิน- ปัจจัยภายนอก มาให้ทานก็ตาม
> ย่อมต้องผ่านจุดตรงนี้ จึงจะเดินไปสู่พระนิพพานได้.. ลูกเอ๋ย

คนทุกคน เมื่อจะบำเพ็ญให้เข้าถึงพระนิพพานนั้น ย่อมต้องมีการสั่งสมทานบารมี จะมากหรือจะน้อย ก็ขึ้นอยู่กับกำลังของดวงจิตนั้นๆ และการทำทานบารมีนี้ ก็สามารถที่จะสร้างและสั่งสมมา เก็บเกี่ยวมาตั้งแต่ในอดีตชาติ ในภพในชาติไหนๆก็ตาม.. ลูกเอ๋ย เขาย่อมสามารถสั่งสมมา เป็นการสร้างบารมีทานของเขา

บางคน อาจจะไม่ค่อยได้ทำทานสักเท่าไหร่ในชาติปัจจุบันนี้ > อาจจะมุ่งการปฏิบัติบำเพ็ญมากกว่า
แต่เขาอาจจะได้สั่งสมบารมีทานมาไว้แล้ว ตั้งแต่ในอดีต ในภพในชาติที่ผ่านมา
ชาติก่อน.. อาจจะ
+ ได้สร้างเจดีย์ สร้างสิ่งที่เป็นคุณประโยชน์ แก่สังคม แก่ศาสนา //
+ ได้เคยทำทาน สร้างวัด สร้างศาลา
... อาจจะได้ทำไว้แล้วมากมาย พอกลับมาในชาตินี้ ดวงจิตนั้นเขาจึงเกิดมา เพื่อบำเพ็ญ / เพื่อสั่งสมบารมีตัวต่อไป / เพื่อให้จิตของเขานั้นเข้าถึงความพ้นทุกข์-- เขาก็เลยไม่ได้ทำมากมาย
อาจจะทำบ้าง ทำนิดทำหน่อย หรืออาจจะไม่ได้ทำเลยด้วยซ้ำไป.. แต่จิตของเขานิ่ง ตั้งใจปฏิบัติอย่างเดียว

อันนั้น เขาก็ได้ทำมาแล้ว เพียงแต่ทำไว้ตั้งแต่ในอดีตชาติโน้น / ชาติที่ผ่านมาเท่านั้น.. ลูกเอ๋ย
ดวงจิตเช่นนั้น เขาก็ถือว่าได้ทำทานมาแล้ว.. เขาก็ได้เข้าถึงพระนิพพาน เป็นแน่แท้

บางคนไม่ได้ทำทานไว้ ตั้งแต่ในอดีตชาติก่อน เขาก็เลยเกิดมาในชาตินี้ เพื่อมาสั่งสมการสร้าง การทำทาน
ก็เลยทำทานอย่างเดียว ไม่ว่าจะเป็นการให้ธรรมทาน ไม่ว่าจะเป็นการทำทานด้วยปัจจัยภายนอกหรือด้วยอะไรก็ตาม เขาเลยเป็นผู้ให้อย่างเดียว

เมื่อเขานั้นได้ให้แล้ว ให้อีก // สั่งสมบารมีตัวให้ทานมากๆ ไปเรื่อยๆ จนเขานั้นหมดเวลาในโลก...
... ก็ไม่ได้แปลว่า เขานั้น ทำทานอย่างเดียว เขาเข้าไม่ถึงพระนิพพาน.. ลูกเอ๋ย
อาจจะเป็นรอบที่เขาเกิดมาเพื่อทำทานก่อน สั่งสมบารมีตัวนี้ก่อน เขาก็สามารถเข้าถึงพระนิพพานในภพหน้า ชาติต่อไป หรือบั้นปลายของชีวิต เมื่อบารมีทานของเขานั้นเต็มแล้ว

พระยาธรรมเอ๋ย.. ไม่ว่าจะเป็นชาตินี้ หรือชาติที่แล้ว บารมีที่เราสั่งสมไว้นั้น สามารถที่จะนำมาค้ำหนุนจิตของเราให้เข้าถึงพระนิพพานได้ลูก แต่หากดวงจิตใดก็ตามที่ไม่เคยทำทานไว้เลย ตั้งแต่อดีตชาติ จนถึงปัจจุบันชาตินี้ ก็ยังไม่เคยทำทานเลย... 
จิตดวงนั้นเข้าไม่ถึงพระนิพพานหรอกลูก.. เพราะเขายังไม่ได้เข้าถึงการสละ-- สละเอาสิ่งที่มีอยู่ ไปให้กับบุคคลผู้อื่น ยังไม่ได้ทดสอบการยึดมั่นถือมั่นในสิ่งของข้าวของ ว่าเราจะสามารถสละออกจากตน ไปให้กับบุคคลผู้อื่นได้หรือเปล่า ยังไม่เกิดความเมตตาในจิตใจเลยว่า เราต้องช่วยคนนั้นนะ ต้องให้คนนี้นะ
-- ยังไม่เกิดสิ่งเหล่านั้นเลย เรานี้จะเข้าถึงการเป็นผู้ให้ ยังไม่ได้เลย > แล้วเราจะเข้าใจการปฏิบัติได้ยังไง !

เราก็ยังคงเห็นแก่ตัวอยู่ ก็ยังคงยึดดีถือดี ลุ่มหลงอยู่ในตัวในตน / ในข้าวของสิ่งของต่างๆอยู่ เพราะเราไม่เคยเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่นเลย เพราะเรายังลุ่มหลงอยู่-- แล้วเราจะไปนิพพานได้อย่างไรเล่า

พระยาธรรมเอ๋ย.. มันเป็นของคู่กันลูก ระหว่างจิตใจ ดวงจิตที่บำเพ็ญตน ทำตนยกระดับจิตให้สูงแล้ว ย่อมต้องมีความเมตตาควบคู่กัน-- มันไม่สามารถที่จะแกะออกจากกันได้เลย
-- มันเป็นของคู่กัน..ลูกเอ๋ย --

หากภูมิจิตของเราอยู่ในระดับที่สูงแล้ว ย่อมต้องมีความเมตตาเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีน้ำใจดีงาม และช่วยเหลือผู้อื่น
มันอดมันกลั้นไว้ไม่ได้หรอกลูก เมื่อเราพบคนลำบาก ทุกข์ยาก -- เราก็ย่อมปรารถนาที่จะช่วยเขานั้น เป็นแน่แท้
นั่นก็คือ การช่วย การให้น้ำพัก- น้ำแรง- น้ำใจเป็นทาน

เมื่อเรามีสิ่งของ ข้าวของต่างๆ แน่นอนลูก ว่าเราไม่สามารถอดไว้ได้หรอกลูก หากว่าเราเจอคนที่เขาลำบาก.. เราก็ต้องหยิบ ต้องยื่นให้เขา ต้องทำในส่วนตรงนั้น เป็นแน่แท้.. ลูกเอ๋ย
เรานั้นย่อมไม่อาจทน ที่จะไม่ทำได้หรอกลูก...

หากจิตของเราสูงแล้ว..
เราย่อมพร้อมที่จะสละเอาสิ่งที่ตนนั้นมี ไปทำให้ก่อเกิดประโยชน์
เราย่อมไม่ใจดำ ขี้เหนียว ย่อมไม่ยึดติดกับข้าวของต่างๆ เหล่านั้นหรอก.. ลูกเอ๋ย
> มันเป็นของคู่กันระหว่างจิตที่สูงนั้น จะมีการเมตตา // **ความเมตตา ก็คู่กับการให้อยู่แล้ว**

ฉะนั้น เมื่อจิตเราสูงขึ้นมา เราก็ต้องให้อยู่แล้ว ถ้าเรายังไม่เคยให้ / ไม่เคยทำเลย
เราจะไปนิพพานได้ยังไงลูก จิตเรายังไม่สูงเลย ...

แต่การทำทานนี้ ก็อาจจะมีการทำที่แตกต่างกันระหว่างดวงจิตต่างๆ
บางคน อาจจะทำทานไม่มากเท่าไหร่..ก็เต็มในดวงจิตดวงนั้นแล้ว คือ อาจจะทำโดยการให้อภัยทาน โดยการให้สิ่งของบ้างนิดหน่อย มีเมตตาอยู่ในจิตใจ ช่วยเหลือด้วยคำพูด และไม่เบียดเบียนเขา -- แค่นั้นก็สามารถเข้าถึงพระนิพพานได้แล้ว

บางคน อาจจะทำมากหน่อย คือ อาจจะเกิดมาเป็นคนที่รวย มีเงินทองมากมาย เคยแจกทานไว้เยอะแยะมากมาย ช่วยเหลือคนทุกข์ยากมากมาย อาจจะทำมากกว่า > จิตดวงนั้น จึงจะเต็มกำลังในการทำทาน

แต่ทุกๆคน ไม่ว่าจะทำมากหรือทำน้อย **ก็ต้องได้ทำ** .. ลูกเอ๋ย จึงจะสามารถเข้านิพพานได้
-- เพราะการทำทานนั้นเป็นย่างก้าวที่ 1 ที่จะทำให้เราเข้าถึงความดีได้ --

รู้จักเมตตาผู้อื่น / กลัวผู้อื่นเดือดร้อน / ช่วยเหลือเขา / รู้จักสละเอาสิ่งที่มีให้แก่เขา
…ทำให้เรานั้นไม่เป็นคนยึดมั่นถือมั่น ลุ่มหลงในสิ่งของ ข้าวของต่างๆ
> การรู้จักเมตตาผู้อื่น.. จะทำให้เรานี้ ไม่เบียดเบียนต่อผู้อื่น

** บุคคลผู้ที่จะไปนิพพานได้ > ก็แค่เรานั้นไม่สร้างกรรมเพิ่มขึ้น คือ กรรมชั่ว**

ถ้าเรามีความเมตตา เต็มเปี่ยมอยู่ในจิตของเรา // เราก็ไม่อาจที่จะไปทำกรรมเดือดร้อนให้กับใครคนใดคนหนึ่งได้ ศีลข้อห้ามต่างๆ เราย่อมรักษาได้.. ลูกเอ๋ย
ไม่ว่าจะทำให้พ่อให้แม่เสียใจ โดยการดื่มสุรา ละเมิดศีลข้อ 5 ทำให้คนในครอบครัว รอบข้างเดือดร้อน - เราก็จะไม่ทำ
ไม่ว่าจะเป็นการลักทรัพย์ ไปเอาของคนนั้นคนนี้มาเป็นของเรา - เราก็ไม่ทำ
จะเป็นการฆ่าสัตว์ หรือเป็นอะไรก็ตาม ที่จะเป็นการเบียดเบียนผู้อื่นนั้น - เราย่อมไม่ทำ

เมื่อเราไม่ทำเสียแล้ว เราก็ไม่มีกรรมชั่วอะไรที่จะส่งผลมา  ทำให้จิตของเรานี้ต้องมานั่งรับผลของกรรม
เหตุฉะนี้แหละลูก.. เมื่อเรามีการให้เกิดความเมตตา เราก็เกิดการรักษาศีล ได้
> เมื่อเกิดการรักษาศีลได้.. จิตเราก็เลื่อนสู่การพ้นทุกข์ได้

ฉะนั้นเรา ไม่ว่าเราจะทำมากทำน้อย ก็ขอให้ทำเต็มดวงจิต /พละกำลังของเรา ก็สามารถไปนิพพานได้...
-- แต่หากไม่เคยทำทานเลยนั้น ย่อมเข้าถึงนิพพานไม่ได้.. ลูกเอ๋ย --

สาธุ

+ +






« แก้ไขครั้งสุดท้าย: มีนาคม 26, 2016, 02:18:16 pm โดย thanapanyo »