ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1428 ใจร้อนฝึกให้ใจเย็นได้อย่างไร  (อ่าน 1439 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-1428 ใจร้อนฝึกให้ใจเย็นได้อย่างไร
« เมื่อ: ตุลาคม 07, 2015, 06:32:35 am »




ธรรมะจากพระพุทธเจ้า วันที่ 7 ตุลาคม 2558
ตอนที่ 58 **ใจร้อนจะทำให้เย็นลงได้อย่างไร**
+ +
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทูลถามคำถาม ::
“ หากว่าเราเป็นคนใจร้อน เราจะมีวิธียังไงที่จะทำให้ตนเป็นคนใจเย็น หรือใจเย็นลงบ้าง ? “
พระพุทธองค์ได้ทรงเมตตาแสดงธรรมตอบ ดังนี้ว่า…
- - - -
พระยาธรรมเอ๋ย.. ไฟนั้นย่อมร้อน และแผดเผาทั้งคนที่อยู่ใกล้ อยู่ด้วย อยู่ร่วม แผดเผาทั้งตัวของเราเอง ย่อมเป็นสิ่งที่ไม่ดี ซึ่งก็เหมือนกันกับอารมณ์แห่งความโกรธ หรือใจร้อน..
ถ้าเป็นคนที่ใจร้อน ก็มักจะโกรธง่าย-- ทำอะไรก็เร่าร้อน รีบเร่ง.. เหมือนไฟ
พระยาธรรมเอ๋ย.. ไฟนี้ หากว่าเราจำกัดขอบเขตที่อยู่ของมัน มันก็จะไม่ลามไปในจุดอื่น
หากว่ามันมีขอบเขตแล้ว เราก็จะสามารถดับมันได้
เหมือนถ้าเป็นไฟป่า มันลามไปเรื่อยๆ-- กว่าเราจะดับมันได้ ก็คงจะยากและลำบาก
แต่ถ้าเกิดเป็นไฟในเตา เป็นไฟในตะเกียง ในเทียนนั้น-- เราก็สามารถดับมันได้ ควบคุมมันอยู่
พระยาธรรมเอ๋ย.. ความใจร้อนของเราก็เหมือนกัน ความเร่าร้อนในจิตใจของเรา หากว่าเราปล่อยให้มันร้อนรนจนไม่มีขอบเขต ไม่มีเหตุและผล มีเรื่องอะไรนิดๆหน่อยๆ ก็ใช้ความใจร้อนของตนนั้นมาเป็นสิ่งตัดสิน เป็นสิ่งนำทาง เป็นสิ่งกำหนดให้เป็นเช่นนั้นหรือเช่นนี้ -- ปัญหามากมายย่อมเกิดขึ้นตามมา ทำให้ตนเป็นทุกข์
หากว่าเราเอาความใจร้อนของเรานั้นให้มีขอบเขต คือ อย่างน้อยก็ใจร้อนอย่างมีเหตุและผล ก็จะทำให้ความร้อนของเรา มีขอบเขต เราสามารถแก้ไข และดัดมันได้ให้เป็นเช่นไร
ถ้าเกิดว่า เราจำกัดความใจร้อน เร่าร้อนของเรา ไว้ให้เป็นตะเกียง หรือเตาไฟ.. เราก็สามารถดับมันได้
พระยาธรรมเอ๋ย.. หากว่า เราต้องการจะดับความใจร้อน เร่าร้อนที่อยู่ในจิตใจของเรานั้น...
- เราต้องค่อยๆฝึกมัน ให้มันเบาลง
- จากที่เบาลง ให้ค่อยๆน้อยลง
- และให้ค่อยๆหายไป
... เราจึงจะสามารถควบคุมได้
การฝึกนั้น ก่อนอื่นเรา..
/ ต้องรู้เสียก่อนว่า ความใจร้อนนี้มันไม่ดีเลย มันสร้างเหตุของทุกข์และปัญหาได้มากมาย ทั้งกับตนและบุคคลผู้อื่น
/ ต้องยอมรับว่าตนเป็นคนใจร้อน
/ ต้องน้อมที่จะปรับปรุงตนอย่างแท้จริง รู้ที่เหตุ รู้ที่ตน ยอมรับผิดในตน สำนึกผิดอยู่ในจิตของตน
-- เข้าใจว่ามันคือเหตุแห่งทุกข์ ต้องการที่จะเดินออกจากมัน --
เมื่อเรารู้เช่นนี้แล้ว ก็ให้หมั่นทำสมาธิ เพราะสมาธินั้น เหมือน*น้ำ*
ความเย็น ความชุ่มฉ่ำนั้น ก็จะสามารถไปช่วยเรา ให้เรานี้ตีกรอบขอบเขต ของความเร่าร้อนได้
ฝึกตนนั้นให้มีสมาธิ จะได้มีสติ ปัญญา
เมื่อเรามีสติอยู่เสมอ เมื่อเจอสิ่งใด มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นก็ตาม.. สตินั้นก็จะเป็นตะขอ ยึดเหนี่ยวไม่ให้เรานั้นวุ่นวาย ว้าวุ่นจนเกินไป-- จึงทำให้เราสามารถตีกรอบความใจร้อน/ เร่าร้อนของเรานั้น ไว้ในขอบเขตได้
และเราก็จงฝึกต่อไปเรื่อยๆ จนขอบเขตของมันนั้นน้อยลงๆ จนเหลือแต่ความโกรธเล็กน้อย จนเราสามารถที่จะควบคุม และดับมันลงเมื่อไหร่ก็ได้
// ฝึกจากเรื่องใหญ่ๆ กว้างๆ ไม่มีขอบเขตให้น้อยลง
// ฝึกจากเรื่องน้อยลงให้ดับลง..ลูกเอ๋ย
แต่การที่จะดับความเร่าร้อนในจิตใจได้นั้น เราต้องรู้เหตุของมันก่อน และรู้ว่าสมาธิ คือ *น้ำ* ที่จะดับไฟกองนี้ได้ ตีกรอบให้มัน- อย่างที่กล่าวไปแล้วนั้น แล้วลูกก็จะดับความใจร้อนในตัวของลูกนั้นลงได้
พระยาธรรมเอ๋ย..
ถึงแม้ว่ามันอาจจะดูลำบาก และยากเย็น
ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะทำได้
... มันยากเหลือเกินสำหรับตนที่จะฝึก / จะทำ แต่ไม่เป็นไรหรอก..ลูกเอ๋ย
> จงฝึกไปเรื่อยๆเถิด แม้น้ำที่หยดลงโอ่งวันละหยดนั้น หยดไปเรื่อยๆ ..โอ่งก็ยังเต็ม
ความดี.. การฝึกฝนตนให้อยู่ในกรอบแห่งความดีนั้น ก็เหมือนกัน
ขอเพียงแค่ให้เราหมั่นทำอยู่สม่ำเสมอ วันละนิดละหน่อย ทีละนิดละหน่อย ก็จะทำให้เรานี้ สามารถที่จะเข้ากับความดีได้
ความใจร้อนนั้น ไม่ดีเลยลูกเอ๋ย.. อย่าปล่อยให้มันมีอยู่ในตัวของเรา ในตัวของตนเลย..
ความใจร้อน เป็นเหตุของการทำสิ่งต่างๆ ผิดพลาดได้มากมาย เพราะเรารุ่มร้อนในจิตใจ จึงทำสิ่งใดๆไปด้วยความเร่าร้อน
** สิ่งทั้งหลาย ถ้าใช้ความเร่าร้อนทำ-- มันย่อมไม่สุข ไม่สงบ.. ลูกเอ๋ย
อย่าว่าแต่ทำอะไรเลย ความเร่าร้อนนั้น อยู่ในตัวในตน.. แค่นั้นก็ไม่เป็นสุขแล้ว
- นั่งไปก็ร้อนใจ
- ทำอะไรไปก็ร้อนใจ
- ได้ยินอะไรก็ร้อนใจ
... ทำแต่เหตุของทุกข์ให้แก่ตน และบุคคลผู้อื่น...
จงฝึกฝนตนให้มีความเย็นชุ่มฉ่ำเข้ามาในจิตใจเถิด เอาใจเขามาใส่ใจเรา..
ถ้าเราอยู่ด้วย อยู่ใกล้ อยู่ร่วม กับคนที่ใจร้อน ทำอะไรก็ใช้แต่ความเร่าร้อนทำ-- เราก็คงจะเป็นทุกข์ ไม่เป็นสุข
เราเองก็ไม่ชอบความใจร้อน เร่าร้อนเช่นนั้นเลย -- คนอื่นก็คงจะไม่ชอบเหมือนกัน
จากวันนี้ไปให้ลูกทั้งหลาย.. ผู้ที่มีความตั้งใจดี ปรารถนาดี ที่จะดัดตนให้พ้นจากความเร่าร้อนในจิตใจ พ้นจากความใจร้อนนั้น
> จงหมั่นพิจารณา และฝึกฝนตนเถิด ลูกเอ๋ย.. ว่าตอนนี้ความใจร้อนของตน
- ยังร้อนมากอยู่หรือเปล่า ?
- ยังเป็นแบบที่ไม่มีเหตุของความร้อนเลยหรือเปล่า ?
... คือ ไม่มีเหตุและผลเลย อะไรๆก็ใช้แต่ความเร่าร้อนในจิตใจ..เป็นผู้นำ
หากเป็นเช่นนั้น ก็รีบทำสมาธิเสียเถิด..
จะได้ช่วยตีกรอบความใจร้อนของตน ให้อย่างน้อยก็ร้อนเฉพาะเรื่องที่มีเหตุผล พอควรที่จะร้อน ว่าลูกนั้นเป็นผู้ที่ร้อนในกรอบเฉยๆ ไม่ลามไปเรื่อยเฉื่อย ไปเรื่องอื่น
ลูกนั้นก็จงฝึกดัดให้ตีกรอบของความเร่าร้อนนั้น.. น้อยลงๆ จนเหลือเท่าแสงไฟ แสงตะเกียงเล็กๆ ที่เราสามารถทำให้มันดับเมื่อไหร่ก็ได้
จงบำเพ็ญ ปฏิบัติ ประพฤติตน เช่นนี้ อย่างนี้เถิดลูกเอ๋ย.. ความเร่าร้อน/ ความทุกข์ใจ ในตัวตนของลูกนั้นก็จะไม่มี
ผู้ใดที่อยู่ใกล้ อยู่ร่วมก็จะไม่เป็นทุกข์ไปด้วย ก็จะไม่นำทำให้ผู้อื่นพลอยเดือดร้อน รวมถึงตัวของลูกนั้นเอง ก็จะไม่เดือดร้อนด้วย ลูกเอ๋ย..
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 08, 2015, 07:18:13 am โดย thanapanyo »