ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1359 ความอดทนที่สูงสุด  (อ่าน 2536 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-1359 ความอดทนที่สูงสุด
« เมื่อ: สิงหาคม 10, 2015, 06:09:06 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 10 สิงหาคม 2558
ตอนที่ 114 **ความอดทนที่สูงสุด**
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมาดังนี้ว่า
- - - -
ความอดทนของคนเรานั้นมีหลายรูปแบบ.. มีหลายเหตุผลที่แปลก แตกต่างจากกันไป
บางคนต้องอดทน.. เพราะจำเป็น
บางคนต้องอดทน.. มีความเจ็บป่วยทุกข์ทรมานของร่างกายตน
บางคนอาจจะต้องอดทน.. เพื่อคนอื่น
บางคนต้องใช้ความอดทนมาก.. เพราะความลุ่มหลง จึงต้องทนอยู่อย่างนั้น
บางคนต้องใช้ความอดทน..ต่อการประพฤติ ปฏิบัติ กระทำ ของบุคคลผู้อื่น
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. แต่ความอดทนดังที่กล่าวมานี้ ก็เป็นสิ่งที่ดี-- เพราะว่าอย่างน้อยหากว่าเรามีความอดทน อดกลั้นกับสิ่งต่างๆทั้งหลายที่กระทบเข้ามา / ที่ผ่านเข้ามา
.. ก็จะทำให้เรานั้น สามารถผ่านสิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านั้น ไปได้ด้วยดี…
ลูกทั้งหลาย.. แต่ความอดทนที่เรานั้นควรจะมี คือ ความอดทนอดกลั้นที่ควรจะอดทน ต่อ ”การกระทำของบุคคลผู้อื่น” ..ลูกเอ๋ย
ถ้าเราอดทนต่อคำว่า /คำด่า /การกระทำของบุคคลผู้อื่นได้มากเท่าไหร่..
> เราก็จะยิ่งฝึกความอดทนของตน--ได้มากเท่านั้น
คนเราบางครั้งต้องอดทนกับความเจ็บป่วยในร่างกาย ต้องใช้ความอดทนมาก
แต่นั่น ก็เพราะว่าเราไม่อาจฝืน /ไม่อาจทำอะไรได้ --เพราะว่ามันอยู่ในร่างกายของเรา /เกิดขึ้นในเราเอง
เราเลยโทษใครไม่ได้.. จึงต้องอดทนอยู่อย่างนั้
ความอดทนนี้ก็ดีอยู่ แต่ไม่ใช่ความอดทนที่สูงสุด -- เพราะไม่มีบุคคลผู้อื่นมาเกี่ยวข้อง
... จึงเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นในเรา และดับในเรา
ซึ่งไม่สามารถดับสิ่งที่เป็นทิฐิ หรือดับสิ่งที่มีอยู่ในเราได้มากนัก แต่ก็ดีอยู่
แต่ความอดทนที่ดีกว่านั้น ก็คือ *การอดทนกับการกระทำของบุคคลผู้อื่น* ที่กระทำกับเรา
ความอดทนที่เราทนได้ต่อการกระทำที่บุคคลผู้อื่นทำกับเรา ไม่ว่าจะเป็นการเบียดเบียน การด่าว่า การเอารัดเอาเปรียบหรืออะไรก็ตาม ไม่ว่าจะมีเหตุผล /หรือไม่มีเหตุผล / จะเป็นการกระทำในรูปแบบใดก็ตาม...
ถ้าหากว่าเราสามารถอดทนต่อการกระทำ ที่ผู้อื่นนั้นทำกับเราได้-- โดยไม่โต้ตอบ โดยไม่โกรธ ไม่ทุกข์ ไม่สนใจ วางไม่ใส่ใจ วางเฉย กับการกระทำอันนั้น
.. ความอดทนนั้น ถือว่าเป็นความอดทนที่มีมาก เพราะว่ามีการให้อภัย และเป็นการให้อภัยทานแก่บุคคลผู้อื่นด้วย
> เพราะเราสามารถดับความโกรธที่มีอยู่ในเรา
.. เมื่อเราดับความโกรธในเราแล้ว เราก็ยังถอดถอนความเป็นตัวตนของเราได้ว่า เธอว่าฉันทำไม /คุณด่าฉันทำไม
ความเป็นฉัน เป็นตัวเป็นตนของเรานั้น.. ก็ไม่มี
> เราสามารถถอดถอนอัตตาตัวตนของเราได้
-- จึงเรียกความอดทนนั้นว่า เป็น *ความอดทนที่สูงสุด* และควรจะมีอยู่ในเราทุกๆคน --
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. บางคนผู้ใช้ความอดทน เพราะว่าตนรักใครสักคนหนึ่งมาก ต้องทนเพื่อเขาทุกสิ่งทุกอย่าง
ไม่ว่าจะเป็นความรักในรูปแบบใดก็ตาม นั่นก็ถือว่า เราทนเพราะว่าเรารัก ซึ่งมีเชื้อตัวความรัก คือ ความลุ่มหลงในความรักนั้น ส่งผลมาเป็นแรงบันดาลใจ / เป็นแรงจูงใจให้เรามีความอดทน
... ความอดทนเช่นนี้ก็ดีอยู่ แต่ก็ยังไม่ใช่ที่สุดแห่งความอดทน
บางคนก็มีความอดทนอยู่ แต่จำเป็นต้องอดทน เพราะว่าตนอาจจะโดนทำโทษบ้าง หรือจะโดนทรมาน จมอยู่กับความทุกข์ ด้วยสิ่งที่ไม่สามารถฝืนได้ เพราะว่าสถานการณ์บังคับให้อดทน
... ความอดทนเช่นนี้ก็ดี แต่ก็ไม่ได้เกิดผลอะไรมาก
อานิสงส์ก็ไม่สูงเหมือนกันกับการที่เราอดทนต่อการกระทำของการกระทำของบุคคลผู้อื่น
และเรานี้จะทำยังไง ฝึกฝนตนในแบบไหน ให้มีความอดทนต่อการกระทำของบุคคลผู้อื่นมากที่สุด
การที่เรานั้นจะมีความอดทนต่อการกระทำของบุคคลผู้อื่นมากที่สุดนั้น--
เราต้องรู้ถึงเรื่องของ *กฎแห่งกรรม*
.. หากว่า เรารู้แล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรานั้น เป็นการกระทำที่เราเคยกระทำไว้กับบุคคลผู้อื่นแล้ว
รวมถึงรู้ละเอียดไปถึงว่า ถ้าใครกระทำอะไรก็ตาม เขาก็จะได้รับผลการกระทำของเขาเอง
แต่รู้สักว่ารู้ --ไม่ได้มีจิตที่จะไปโกรธเคือง หรือต่อว่าบุคคลผู้นั้นในจิตว่า “เธอต้องรับกรรมที่เธอทำ”
คือ ไม่ได้ไปใส่ใจ /สนใจคำพูดที่จะทำให้ตัวนั้นก่อกรรมขึ้นมาในความคิด
.. ก็แค่สักว่ารู้ว่า กรรมของบุคคลผู้ใดที่ทำแล้ว เขาก็จะได้รับกรรมนั้นด้วยกฎแห่งกรรม
แล้ววางเฉยกับสิ่งที่ตนโดนกระทำ > โดยที่ไม่สร้างกรรมต่ออีก
การที่ลูกรู้ถึงกฎแห่งกรรมเช่นนี้-- ก็จะสามารถทำให้ลูกนี้ มีความอดทนมากเพิ่มขึ้น
และเราก็จงมีสติ – มีสมาธิระลึกรู้อยู่เสมอว่า.. สิ่งต่างๆทั้งหลายที่เกิดขึ้นกับเรานั้น เป็นแบบทดสอบ
ลองทดสอบดูว่า จิตของเรานั้น
- จะสามารถอดทนอดกลั้น
- จะสามารถฝันฝ่า ผ่านสิ่งที่โดนกระทบ มากขนาดไหน
สิ่งทั้งหลายเหล่านั้นเป็นของไม่เที่ยง มีขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป
ผ่านเข้ามาเดี๋ยวก็ผ่านไป.. แล้ววางจิตของตนให้เฉยกับสิ่งที่เกิดขึ้น--
/ จนตนนั้นสามารถฝึกฝนตนให้ละเอียดมากยิ่งๆ เพิ่มขึ้นไป
/ จนตนนั้นสามารถวางเฉยกับการกระทำของบุคคลผู้อื่นได้ ทุกๆการกระทำ
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การอดทน อดกลั้นต่อการกระทำของผู้อื่นนั้น--ได้ผลในตนเองมากที่สุดในทุกการกระทำ..ลูกเอ๋ย
เพราะว่าเราได้ฝึก /ได้หัด /ได้ดับความมีตัวตน- ความมีทิฐิที่อยู่ในเรา.. ดับลงไปจนหมดเสียแล้ว
บุคคล ผู้ที่ยอม..
+ ยอมต่อคำด่าว่า / การกระทำของผู้อื่น
+ ยอมอย่างไม่เป็นทุกข์ และปล่อยวาง
+ ยอมให้ผ่านไปได้นั้น
… บุคคลผู้นั้น ถือว่า “มีความอดทนสูงสุด” อยู่ในตัวเอง…
ลูกทั้งหลาย.. จงหมั่นฝึกฝน อบรมจิตแห่งตนให้มีความอดทนเช่นนั้นเถิดลูก --เพราะความอดทนเป็นสิ่งที่จะนำพาลูกนั้นไปถึงฝั่ง
< การที่ลูกมีความอดทนมากเท่าไหร่ สิ่งชั่วร้าย /สิ่งต่างๆทั้งหลายที่ไม่ดี.. ก็จะยิ่งทำอะไรลูกไม่ได้มากเท่านั้น >
เส้นทางแห่งความพ้นทุกข์นั้น > เป็นการเดินทางที่จะต้องมีสิ่งทดสอบมากมาย
- บางสิ่งเกิดขึ้นเพราะว่าเรานี้กระทำผิดพลาดไป
- บางสิ่งเกิดขึ้น เพื่อสอบความมีตัวตนของเรา
จงสลายอัตตาตัวตนเถิดลูก..
~ ยกจิตของตนให้สูงเหนือบททดสอบต่างๆ
~ ยกจิตของตนให้สูงเหนือการกระทำทุกสิ่งทุกอย่าง.. ลูกเอ๋ย
... แล้วลูกนั้นก็จะมองเห็นสรรพสิ่งทั้งหลาย -- เป็นธรรมดา...
เป็นธรรมดาอย่างไรเล่า.. ?
* เป็นธรรมดา” เพราะโลกมนุษย์ หรือโลก.. ที่ยังเต็มไปด้วยกิเลสตัณหาต่างๆนี้
* เป็นธรรมดา.. ที่จะมีการเบียดเบียนซึ่งกันและกัน
* เป็นธรรมดา.. ที่จะมีคำด่า คำว่า นินทาต่างๆ
... เป็นปกติอยู่เช่นนั้นเอง อย่างนั้นเอง...
< เมื่อเราเห็นสิ่งเหล่านั้นเป็นธรรมดาแล้ว เราก็จะไม่สนใจ ไม่เหนื่อย ไม่ทุกข์ ไม่ท้อ ไปกับมัน >
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ถ้าเราฝึกยกจิตแห่งตน ให้เห็นความเป็นจริง --
- ชัดเจนในเรื่องของกฎแห่งกรรมก็ดี
- ในเรื่องของของความเป็นปกติของมนุษย์ /ของจิตที่ยังเวียนว่ายตายเกิดก็ดี
> เราเห็นความเป็นปกติของมันเช่นนั้น เราก็จะไม่ทุกข์ ไม่สุข ไม่สนใจกับมัน …
ฉะนั้น จงยกระดับจิต ของตนขึ้น ด้วยการทำดี-- และความดีของลูกนั้น ให้มี *ความอดทน*อยู่ในนั้นด้วย
ความอดทนของลูกนั้น.. ก็จะหนุนนำ และนำพาลูกให้ออกจากกองทุกข์ได้
ฝึกอดทน ตั้งแต่ระดับต่างๆ..
// อดทนในกาย
// อดทน เพราะจำเป็น
// อดทน เพื่อคนที่รัก
// แล้วก็ อดทนต่อการกระทำของบุคคลผู้อื่นด้วย
อดทนให้มาก จนหนุนนำจิตของลูก ให้อยู่เหนือสิ่งทั้งหลาย ให้เห็นเป็นธรรมดา...
-- เพื่อพบกับความพ้นทุกข์เถิด --
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 10, 2015, 08:14:45 pm โดย thanapanyo »