ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1354 ไม่เอาตนเองไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น  (อ่าน 1458 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 9 สิงหาคม 2558
ตอนที่ 113 **ไม่เปรียบเทียบกับบุคคลอื่น**
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมาดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. คนเราทุกคนเกิดมา มีที่มาของแต่ละคนที่ต่างกัน
และที่มาที่ต่างกันนั้น ก็มาจากการกระทำของแต่ละดวงจิตที่ทำมา ทั้งดีและไม่ดี
สิ่งที่ไม่ดี.. อาจจะส่งผลมาตัดรอน ทำให้เราไม่มีอะไรบางอย่างที่ดีเหมือนกับบุคคลผู้อื่น
สิ่งที่ดี.. อาจจะส่งผลมาให้เรา ค้ำหนุนเรา ทำให้เรานั้นอาจจะมีอะไรที่ดี / ที่แตกต่างจากบุคคลอื่น
บ่อยครั้งนักที่เราอาจจะคิดน้อยใจ ..
- น้อยใจ ที่เราไม่มีเหมือนคนอื่น
- น้อยใจ ที่เราไม่ดีเหมือนคนอื่น
การที่ลูกนั้นเป็นทุกข์เพราะเหตุนี้ ไม่ควรเป็น..ลูกเอ๋ย เพราะบางทีสิ่งที่เรามี บุคคลผู้อื่นอาจจะไม่มีก็ได้
< ความแตกต่างของแต่ละบุคคล ย่อมมีเป็นเรื่องธรรมดา.. ลูกเอ๋ย >
ตัวเราอาจมีในสิ่งที่เขาไม่มี // เขานั้นก็อาจจะมีในสิ่งที่เราไม่มีเช่นเดียวกัน
เราก็ไม่ควรเอาสิ่งที่เรามี-เราเป็น-เราได้นั้น >ไปดูถูก ดูหมิ่น หรือไปทำในสิ่งที่ไม่ดีกับผู้อื่น เช่น
/ คนรวย จะดูถูกคนจน
/ คนฉลาด จะดูถูกคนโง่
... สิ่งนี้ไม่ควรทำ..ลูกเอ๋ย
การมาของคนเรานั้น มาแตกต่างกัน--ที่การกระทำ
+ สิ่งที่เขานั้นขาดหาย เพราะเขาไม่ได้ทำไว้
+ สิ่งที่เรามีอยู่ เพราะว่าเราได้สร้าง ได้ทำมา
อย่าลุ่มหลงอยู่ในสิ่งที่มี และเบียดเบียนผู้อื่น..ที่เขานั้นไม่มี
> เพราะตนจะไม่พ้นจากสิ่งที่เบียดเบียนบุคคลผู้อื่น
** ถ้าเราดูถูกคนจน อีกหน่อย เราก็จะจนเหมือนกัน
> เพราะนั่นคือ การกระทำของเราที่ไม่ดี คือ กรรมที่ส่งผลมาสู่เรา
** อย่าดูถูกคนโง่ เพราะอีกหน่อย เราก็จะโง่เหมือนกัน
ฉะนั้น อย่าไปทำในสิ่งที่ไม่ดี โดยเอาสิ่งที่ตนมีนั้น มายกสูงเหนือบุคคลผู้อื่น --แล้วมาให้ความสำคัญกับตนเองในส่วนที่ตนนั้นมี ว่าเราดีกว่าบุคคลผู้อื่น ลูกเอ๋ย..
การกระทำเช่นนั้น ย่อมสร้างการกระทำที่ผิดพลาดให้แก่ตน
เพราะอาจทำให้เรามองเห็นชีวิตของผู้อื่น มองเห็นบุคคลผู้อื่นนั้นไม่มีค่า.. ลูกเอ๋ย
จงละต่อการเห็นดี /ยกย่องในสิ่งที่ตนมี-- แล้วทำสิ่งไม่ดี
คือ การเบียดเบียน ดูหมิ่น
คือ การที่เรานั้นสร้างกรรมต่อ ให้แก่ตัวของเราเอง
บุคคลผู้ที่พลอยน้อยใจ และรู้สึกอยู่เสมอ รู้บ่อยๆว่า -- เรานั้นไม่มี / ไม่ดีเหมือนผู้อื่น
ก็ควรจะระลึกรู้ ระลึกจำไว้ว่า
บางทีในสิ่งที่เรามี บางทีคนอื่นอาจจะไม่มีก็ได้
คนที่เขาฉลาด-- เขาอาจจะไม่มีในสิ่งที่เรามี
คนที่เขารวย-- เขาอาจจะไม่มีในสิ่งที่เรามี
คนเราเกิดมา ย่อมมีสิ่งที่ดีค้ำหนุน-- สิ่งที่ไม่ดีตัดรอน
เมื่อเรารู้ตัวรู้ตนของเราว่า > “เรามีอะไรบ้าง // ไม่มีอะไรบ้าง”
อย่าหยิบเอาตนไปเปรียบเทียบกับใครคนใดคนหนึ่ง แล้วเอาสิ่งเหล่านั้นมาตัดรอน /ตัดทอนกำลังแห่งตน
ทำให้ตนเหนื่อย ทำให้ตนท้อแท้ใจ
ทำให้ตนนั้นต้องคอยเหนื่อยล้า และเอาความเหนื่อยล้าของตนนั้น- ไปสร้างกรรม
-- โดยไปทำผิดศีล ผิดธรรม ละเมิดเบียดเบียน ไปทำในสิ่งที่ไม่สุจริตบ้าง เพื่อให้รวยทางลัด
เช่น ไปลักขโมยของบุคคลผู้อื่น
สิ่งเหล่านี้ เพื่อหวังจะมีเหมือนคนอื่นเขา ..
พยายามเอาความไม่รู้ของตน มาเชิดชูว่ารู้ คือ “ไม่รู้ แต่อวดรู้”
จนทำให้ตนนั้นดูตกต่ำลงไปอีก
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การกระทำเหล่านี้ ไม่ควรทำลูก
สรุปแล้ว คือว่า เราเกิดมาแตกต่างกัน ไม่ควรเอาสิ่งที่มีอยู่ในเรา ..ไปเปรียบเทียบผู้อื่น
ไม่ว่าเขานั้นจะสูงกว่า หรือต่ำกว่าก็ตาม --ทุกคนย่อมมีดีอยู่ในตัวของบุคคลผู้นั้น
สิ่งที่เรามี เขาอาจไม่มี
แต่บางสิ่ง บางอย่างที่เขานั้นมี เราก็อาจไม่มีก็ได้..ลูกเอ๋ย
ไม่ว่า เราจะอยู่ในจุดที่สูง หรือจะอยู่ในจุดที่รู้สึกว่าต่ำ
แต่ในความเป็นจริงแล้วลูก การที่เราจะสูงหรือต่ำนั้น ไม่ได้อยู่ที่สิ่งภายนอก..ลูกเอ๋ย
อยู่ในใจของเราต่างหาก .. อยู่ในใจ เพราะว่า
จิตใจ คือ ความดี หรือความชั่ว
จิตใจ คือ สิ่งที่จะวัดระดับว่าเรา ดีหรือชั่ว
แต่ก็เช่นเดียวกัน.. ลูกเอ๋ย ไม่ว่าเราจะดีอยู่หรือชั่วอยู่ เราก็ไม่ควรไปเปรียบเทียบกับใครอีกลูก
ฉะนั้น ให้เรารู้ตัวว่า เราจะสูงต่ำ ขึ้นอยู่กับดีหรือชั่ว >ไม่ได้อยู่กับสิ่งของภายนอก
และจะดีหรือชั่วนั้น เราก็ต้องปรับปรุงที่เรา –ไม่ควรนำไปเปรียบเทียบกับผู้อื่น ผู้ใดผู้หนึ่ง..ลูกเอ๋ย
แล้วจงทำในสิ่งที่ตนนั้นรู้สึกว่า มันยังไม่มี ให้มีขึ้นมา-- ด้วยการกระทำของตน
หากว่าเรานั้น รู้สึกว่ายังขาดสิ่งใดไป > ให้พยายามฝึกและทำความดีในสิ่งนั้น--เพื่อให้เรามีสิ่งนั้นขึ้นมา.. ลูกเอ๋ย
ถ้าเรารู้สึกว่ายังโง่อยู่ ยังไม่ฉลาด > เราก็รีบเติมแต่ง / เติมต่อความโง่ของเรา -ให้มันฉลาดขึ้นมา
เริ่มศึกษา ฝึกฝนตน ทำให้เรานั้นฉลาดขึ้นมาที่ตัวของเรา
โดยไม่เอาใครมาเปรียบเทียบกับเรา // ไม่เอาเราไปเปรียบเทียบกับใคร..ลูกเอ๋ย
เรารู้สึกว่า “ดีแล้ว” แต่ว่าเรายังไม่ดีมากพอ ให้พยายามปรับเปลี่ยนในความที่ว่าดีแล้ว-- ให้มันหายไป
จะได้ไม่หลงอยู่ในความดี.. ลูกเอ๋ย
ให้ทุกๆคน วัดระดับที่ตัวของเรา ..อย่าเอาผู้อื่นมาวัดระดับกับเรา แล้วเราพลอยไปทำผิด...
ผิด เพราะว่าอยู่ต่ำ
ผิด เพราะว่าอยู่สูง
ทุกคนมีค่าเสมอเหมือนกัน
บางสิ่งบางอย่าง เราอาจจะไม่รู้ แต่คนอื่นอาจจะรู้บางสิ่งบางอย่าง
บางสิ่งบางอย่าง คนอื่นอาจจะไม่รู้ เราอาจจะรู้ก็ได้
เราจึงไม่ควรมีทิฐิ ไม่ควรมีอัตตาตัวตน ที่จะมายึดมั่นถือมั่นในสิ่งที่เราเป็น /เรามีอยู่ในตัวตน จึง...
.. ไม่ยอมที่จะรับฟังในสิ่งที่ผู้อื่นมีและรู้
.. ไม่ยอมที่จะแลกเปลี่ยนความรู้ ความคิดเห็น เพราะทิฐิแห่งตน..ลูกเอ๋ย
ในความเป็นจริงแล้วลูก ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา จะเป็นสิ่งที่มีอยู่ในภายนอก หรือภายใน
... ทุกคนก็มีแตกต่างกัน
> ใครเคยสั่งสมในด้านใดมามาก คนนั้นก็จะเกิดมีในด้านนั้น มากกว่า ...
บางคน ทำทานมาก ก็รวยมาก
บางคน ปฏิบัติมามาก ก็สามารถทำให้ตนมีความเป็นทิพย์สูง มีความรู้ในด้านของความเป็นทิพย์
บางคน ก็ฝึกมาแตกต่างกัน อาจจะสวดมนต์เก่ง
บางคน รอบรู้ในทางโลก
บางคน รอบรู้ในทางธรรม
< ทุกสิ่งทุกอย่าง ล้วนแล้วแต่มีตามจิตดวงนั้น- ที่สั่งสมมา >
ฉะนั้นลูกเอ๋ย.. เราจึงไม่ควรแบ่งแยกว่า
เขาสูง เราต่ำ
เราต่ำ เขาสูง
เขาโง่ เราฉลาด
เราฉลาด เขาโง่
...ไม่ควรแบ่งแยก..ลูกเอ๋ย
สิ่งที่ควรจะทำอย่างแท้จริง ก็คือ เราควรพิจารณาในสิ่งที่เรายังขาดหาย -- เติมให้เต็ม
> เมื่อเต็มแล้ว ให้สลายความเต็มนั้นไป
-- เพื่อพบความพ้นทุกข์ เพื่อหลุดพ้น เท่านั้นลูกเอ๋ย --
จงประพฤติ ปฏิบัติ กระทำเช่นนี้เถิดลูก แล้วชีวิตของลูกนั้น..
// จะไม่พบสิ่งที่แตกต่าง
// จะไม่พบสิ่งที่แบ่งแยก
// หรือจะไม่สร้างกรรม เพราะแบ่งแยกจากผู้อื่น
// หรือเพราะเอาผู้อื่น มาแบ่งแยกกับตน
-- จงวัดระดับในตัวของลูกเถิด --
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 10, 2015, 03:59:39 am โดย thanapanyo »