ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1352 สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง  (อ่าน 1901 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-1352 สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
« เมื่อ: สิงหาคม 08, 2015, 05:59:50 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 8 สิงหาคม 2558
ตอนที่ 112 **สิ่งที่ไม่มีอยู่จริง**
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมาดังนี้ว่า
- - - -
ถ้าเรามุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่มันไม่มีอยู่จริง แม้ว่าเราจะทำไปมากเพียงใด-- ก็เปล่าประโยชน์
แต่ถ้าเรามุ่งมั่นสู่ทางพ้นทุกข์ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่จริง-- ก็จะทำให้เราไม่สูญเปล่ากับสิ่งที่ทำ
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. สิ่งใด คือสิ่งที่ไม่อยู่จริงลูก
สิ่งที่ไม่มีอยู่จริงนั้น คือ “สิ่งทั้งหลายที่เป็นสิ่งสมมุติขึ้นมา” เป็นสิ่งที่อยู่ในทางโลก
บางคนเกิดมา ชีวิตดิ้นรนขวนขวาย ทำทุกสิ่งทุกอย่าง--
ตั้งแต่เล็กจนโต..
โตแล้ว ก็จนแก่..
แก่แล้ว ก็จนตาย..
... โดยเขานั้น ดิ้นรนขวนขวายทำในสิ่งที่ไม่อยู่จริง // ทำในสิ่งที่เป็นสิ่งสมมุติ
... ท้ายที่สุด การดิ้นรนของเขานั้นจึงเปล่าประโยชน์.. ลูกเอ๋ย
บางคนเกิดมาต้องดิ้นรน เพื่อที่จะได้ที่ดินมากๆ พอได้ที่ดินแล้ว..ก็เหนื่อยตลอดชีวิต
พอเหน็ดเหนื่อยแล้ว ก็เก็บเงินเก็บทองเอาไว้ ซื้อบ้านบ้าง เก็บไว้ ตุนไว้บ้าง
ไม่นำไปสร้างสิ่งที่เป็นประโยชน์ สิ่งที่มีอยู่จริง-- เพราะว่าตน-มัวแต่จมอยู่กับสิ่งที่ไม่เป็นจริง
การดิ้นรนขวนขวายของตนนั้น จึงเปล่าประโยชน์..ลูกเอ๋ย
เปล่าประโยชน์ > เพราะว่าตนไม่สามารถที่จะนำไปด้วยได้-- เพราะว่าตนทำทิ้งไว้กับโลกใบนี้
เมื่อตนจบสิ้นไป ลูกหลานเติบโตมา ก็ไม่สามารถที่จะรักษาสมบัตินั้นเอาไว้ได้
บางคนก็อาจจะดูแลสมบัติของบรรพบุรุษที่มอบให้ไว้ ได้บ้าง
บางคนก็เอาไปขายกิน ทำลายหมด
... ท้ายที่สุดก็ไม่เหลืออะไร..ลูกเอ๋ย
< สิ่งเหล่านี้แหละลูก คือ การดิ้นรนขวนขวายในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง คือ การดิ้นรนขวนขวายในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง >
ฉะนั้น ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การที่เราทำอะไรก็ตาม หากว่าเราไปทำอะไรที่มันไม่มีอยู่จริง
ถึงแม้ว่าเราจะตั้งใจทำขนาดไหน มุ่งมั่นขนาดไหน ทุ่มเทมากเพียงใด ทำไปมากเท่าไหร่ กว่าจะได้มันมา
-- แต่มันคือของปลอม..ลูกเอ๋ย --
... ท้ายที่สุด มันก็ไม่เกิดประโยชน์อะไรกับลูกเลย
พอหลังจากที่ตายไปแล้ว ชีวิตนั้นก็ไม่เหลืออะไร.. แม้แต่ข้าวก็ยังไม่มีกิน.. ลูกเอ๋ย
เพราะว่าลูกนั้นไม่ได้สร้าง /ไม่ได้สั่งสม /ไม่ได้ทำในสิ่งที่มันมีอยู่จริงเลย
ถึงแม้ว่าลูกนั้นจะมีอะไรเยอะแยะมากมาย-ในทางโลกก็ตาม // แต่การไปของลูกนั้น ไม่สามารถที่จะนำไปด้วยได้
สิ่งเหล่านี้ คือ ดิ้นรนในสิ่งที่ไม่มี-- เมื่อมันไม่มีจึงนำไปด้วยไม่ได้..ลูกเอ๋ย
จงฝึกหัดตน จงพิจารณาให้ดี ให้ถี่ถ้วน แล้วจงเปลี่ยนสิ่งที่เป็นของปลอมให้เป็นของจริง
จงนำเอาสิ่งที่เรานั้นได้ดิ้นรน ขวนขวาย ได้สร้าง ได้ก่อ ได้ทำมากับมือ กับชีวิตของตนนั้น
ไปทำในสิ่งที่มันมีอยู่จริง คือ สร้างบุญ สร้างความดี ทำความดี
เพราะความดีเหล่านั้น คือสิ่งที่เราจะได้นำไปด้วยได้ และจะสามารถไปหนุนนำค้ำชูเราในภพต่อไป.. ต่อไปในการเดินทางของดวงจิต
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การที่เรานั้นมุ่งมั่นทำในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงนั้น ก็เป็นเช่นนี้แหละลูก
ทำไปก็จึงสูญเปล่า และจึงเปล่าประโยชน์-- เพราะว่ามันเป็นสิ่งที่ไม่มีจริงเลยในเรา
เพราะชีวิตของเรานั้นอยู่ไม่นานนักหรอก..ลูกเอ๋ย ลมหายใจจะสิ้นลมเมื่อไหร่ก็ไม่รู้
จะหมดคำว่า ”เรา” เมื่อไหร่ก็ไม่รู้..ลูกเอ๋ย
ฉะนั้นสิ่งทั้งหลายที่ทำ จงทำอย่างมีสติ และปล่อยวางในสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง
อย่าไปยึดถือในสิ่งเหล่านั้น จนทำให้ตนนั้นเป็นทุกข์.. จนทำให้ตนนั้นไม่กล้าที่จะแบ่งปันไปสร้างบุญ
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ /ข้าวของ /ไม่ว่าจะเป็นกาลเวลาของตน
บางคนหวงเวลา เพราะต้องไปทำมาหากิน ต้องไปทำงานตรงนั้นตรงนี้ มีสิ่งที่ต้องเยอะแยะมากมาย และสิ่งที่ต้องเหล่านั้น ก็คือ สิ่งที่สมมุติทั้งนั้นเลย..ลูกเอ๋ย
จึงไม่มีเวลาในการที่จะนั่งสมาธิ /ในการสวดมนต์ /ในการที่จะไปทำในสิ่งที่มีอยู่จริง /ในสิ่งที่เป็นของจริง
... ท้ายที่สุด จึงไม่ได้อะไร..ลูกเอ๋ย
บางคนลุ่มหลงยึดติดในทรัพย์สิน สมบัติต่างๆ จึงกอดทรัพย์สินสมบัตินั้นเอาไว้ในจิตของตน /กอดไว้ในความยึดถือ ยึดมั่น
...ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งเหล่านั้นก็เลยนำไปด้วยไม่ได้ เพราะตนหวง และไม่ยอมนำไปแบ่งปัน ทำทาน สร้างบุญ ช่วยเหลือผู้อื่น ทำในสิ่งที่ก่อเกิดประโยชน์
... ท้ายที่สุดตนจึงพลัดพรากจากสิ่งเหล่านั้นไป โดยที่นำไปด้วยไม่ได้เลย..ลูกเอ๋ย
จงถอดถอนตนออกจากความยึดติดลุ่มหลง กับสิ่งจอมปลอมเหล่านั้น เพื่อตนจะได้ไปทำในสิ่งที่เป็นจริง คือ การสร้างความดี และทำตนให้ถึงซึ่งความพ้นทุกข์
ลูกทั้งหลาย.. สิ่งที่มีอยู่จริงนั้น ก็คือ การทำความดี มุ่งมั่นเข้าสู่ทางพ้นทุกข์
การที่ลูกนั้นสร้างสั่งสมความดี สร้างบุญ สร้างบารมี ปรับเปลี่ยนจิตของตน ฝึกฝนตน สร้างตนให้เป็นบุคคลที่ดีขึ้นมาเป็นลำดับๆ จนถึงซึ่งความพ้นทุกข์นั้น-- สิ่งเหล่านี้เรียกว่า เป็นของจริง
จริงเพราะว่า หากว่าลูกนั้นไปถึงซึ่งความพ้นทุกข์แล้ว-- สิ่งที่ลูกได้ สิ่งที่ลูกเป็นนั้น ก็จะเป็นจริง
/ จริงเพราะว่ามันเที่ยงแท้
/ จริงเพราะว่ามันไม่มีดับ ไม่มีสูญสลายไป
สมมุติเช่นว่า ลูกนั้นได้ตั้งใจสร้างความดี สั่งสมทาน สั่งสมความดีจนลูกนั้นได้เลื่อนภูมิระดับจิตของลูก มาเป็นอริยบุคคล ตั้งแต่ ขั้นที่ 1
ความเป็นอริยะของลูกนั้น เป็นจริงแล้วลูกเอ๋ย.. เพราะไม่มีสิ่งอื่นใด มาทำให้ร่วงกลับคืนไปอีก
มีแต่จะทำให้ลูกนั้นสูงยิ่งๆขึ้นไป จนกว่าจะพ้นทุกข์ ในชาติใด ชาติหนึ่ง ในไม่กี่ภพ ไม่กี่ชาติ
ความเป็นอริยบุคคลนั้น
// จะไม่ทำให้จิตของลูกตกต่ำลงไปสู่”จุดที่ต่ำ”อีกแล้ว
// จะไม่ทำให้ลูกต้องเวียนว่ายตายเกิด ไม่จบไม่สิ้นอีกแล้ว.. ลูกเอ๋ย
สิ่งเหล่านั้นแหละลูก คือ ความจริง ความเป็นอริยบุคคล คือ ของจริง
ความพ้นทุกข์นั้น คือของจริง จริงเพราะว่ามันเที่ยงแท้ จริงเพราะว่ามันจะอยู่ตลอดไป
ไม่มีการดับสูญ /ไม่มีการจบสิ้น ในความเป็นอริยบุคคล ในความพ้นทุกข์ ในจิตที่เป็นอิสระเหล่านั้น
-- สิ่งเหล่านี้แหละ..ลูกเอ๋ย ที่เรียกว่า “เป็นความจริง” --

ถ้าบุคคลผู้ใดที่ดิ้นรนขวนขวาย มุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่มีอยู่จริง และตั้งใจทำอย่างแท้จริงนั้น
เขาก็จะไม่สูญเปล่าในสิ่งที่เขาทำ เพราะเขาทำในสิ่งที่มีจริง
บุคคลผู้ใดที่มุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่มีอยู่จริงแล้วนั้น-- เขาย่อมได้รับ คือ ความจริงที่มีอยู่ /เกิดขึ้นในตัวของเขา
ไม่สูญเปล่าในสิ่งที่เขาทำ..ลูกเอ๋ย
-- เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่ใช่สิ่งสมมุติ --
ฉะนั้น ต่อจากนี้ไป-- ให้ลูกทั้งหลาย จงตื่นจากสิ่งที่ลูกนั้นกำลังจมอยู่ /กำลังทุกข์อยู่ /ลุ่มหลงอยู่
แล้วลูกนั้นจงเอาเวลาที่มีอยู่ มามุ่งมั่นตั้งใจทำในสิ่งที่มันมีอยู่จริง เป็นของจริงเถิด..ลูกเอ๋ย
ลูกจะได้ไม่เหนื่อยเปล่า จะได้ไม่สูญเปล่าในสิ่งที่ทำ
และลูกจะได้พบกับสิ่งที่มันเป็นความจริง -- ไม่ใช่สิ่งจอมปลอมทั้งหลาย
สิ่งทั้งหลายที่อยู่บนโลกนี้ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของ ข้าวของ บุคคล หรือจะเป็นคำพูดที่ดี คำพูดที่ไม่ดี
จะเป็นตัวของเรานี่เองก็ตาม--
.. เขาอยู่ไม่นานหรอกลูกเอ๋ย..
.. เขามีเวลาที่เกิดขึ้นมา ตั้งอยู่และจะดับไป
ทุกสิ่งไม่นานนักหรอก..ลูกเอ๋ย ก็จะดับสูญสลายไปหมดแล้ว ผู้คนก็ไม่เกิน 100 ปี บ้านเมืองก็ไม่เกิน 2-300 ปี ก็คงจะเปลี่ยนแปลง ดับสูญหายไปหมด และมีสิ่งใหม่ๆเกิดขึ้นมาแล้ว
ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. การจมอยู่ในสิ่งที่ไม่มีนั้น ทำให้เราเสียเวลาเปล่า เหนื่อยเปล่าเท่านั้น
จงเอาเวลาที่มีอยู่ -- ไปสั่งสม ทำในสิ่งที่มีอยู่จริงเถิดลูก..
- เพื่อลูกจะได้พบกับความพ้นทุกข์ที่เป็นของจริง
- เพื่อลูกนั้นจะได้ไม่สูญเปล่า ไม่เหนื่อยเปล่า และไม่หมดเวลา ไปโดยที่ไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย
บางคนไม่เพียงแค่หมดเวลา โดยไม่เกิดประโยชน์.. ยังลุ่มหลงจนทำให้ตนนั้นเกิดกรรม ติดหนี้กรรม
และต้องทนทุกข์ทรมานอยู่กับสิ่งที่ตนนั้นจมอยู่อีกด้วย ..ลูกเอ๋ย
ฉะนั้นจงช่วยตนเถิดลูก เพราะไม่มีใครที่จะช่วยลูกได้ นอกจากตัวของลูกนั้นเอง ...
-- จงเลือกสิ่งที่เป็นความจริง ให้กับตนเถิด --
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 09, 2015, 02:32:53 am โดย thanapanyo »