ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1350 ส่องแสงสว่างให้แก่ผู้เดินตาม  (อ่าน 1389 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-1350 ส่องแสงสว่างให้แก่ผู้เดินตาม
« เมื่อ: สิงหาคม 07, 2015, 07:03:34 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 7 สิงหาคม 2558
ตอนที่ 111 **ส่องแสงสว่างให้แก่ผู้เดินตาม**
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมาดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ในเส้นทางที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ชี้ทางไว้ให้นั้น ทุกๆคนมีสิทธิ์ มีโอกาสที่จะเดินตามทุกคน ลูกเอ๋ย..
แต่ถ้าหากว่าใครที่ไม่เดินตาม เขาก็จะไม่เห็นตามในสิ่งที่พระพุทธเจ้าได้สอนเอาไว้
หากใครที่ไม่เดินตาม เขาก็จะไม่ได้พบกับความพ้นทุกข์..ที่มีอยู่จริง
บุคคลผู้ที่รู้แล้ว เข้าใจแล้ว เขาย่อมเข้าใจด้วยการเดินตาม และทำตาม -- ธรรมคำสั่งสอนจึงเกิดขึ้นในชีวิตของเขา
ในโลกนี้มีคนมากมายในวัฏสงสารนี้ มีดวงจิตมากมายที่เขาเหล่านั้นก็ยังไม่ได้เดินตาม / ยังไม่รู้จักในธรรมคำสั่งสอน-- เขาเหล่านั้นก็ยังวนเวียน เวียนว่ายตายเกิดอยู่
ลูกทั้งหลาย.. หากลูกนั้นเป็นหนึ่งในคนที่ได้รู้จักพระพุทธเจ้าแล้ว.. ก็จงเดินตามรอยโดยการประพฤติดี ปฏิบัติดี ทำตาม แล้วชี้ทาง- ทางพ้นทุกข์ที่ลูกนั้นเจอ ให้แก่ดวงจิตอื่นๆ --ด้วยประสบการณ์ของลูกนั้นเถิด
ลูกทั้งหลาย.. การที่ลูกจะชี้นำ บอกทางแก่ผู้อื่น ให้ควรชี้นำและบอกทาง “จากประสบการณ์ของลูก”
เมื่อลูกได้รักษาศีลแล้ว การรักษาศีลนั้น เป็นแบบไหน
การฟังธรรม ฟังแล้ว เป็นแบบไหน
-- แล้วจงนำเอาสิ่งที่ลูกนั้นได้พบเจอด้วยประสบการณ์ของลูก.. เล่าให้ผู้อื่นฟัง --
> เพื่อเขานั้น ได้เดินตาม
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ธรรมคำสั่งสอนนี้ไม่ได้ระบุว่า ให้ใครคนหนึ่งเดิน และห้ามไม่ให้ใครคนใดคนหนึ่งทำตาม
ไม่ว่าลูกนั้นจะอยู่ในชนชั้นระดับใดก็ตาม/ หรือจะเป็นจิตที่เป็นจิตวิญญาณอยู่ / หรือจะเป็นนางฟ้า เป็นเทวดา / จะเป็นนาค หรือ เป็นสัตว์ --ล้วนแล้วแต่มีสิทธิ์
- ในการฟังที่จะฟังธรรม
- ในการทำความดี
- ในการที่จะเข้าถึงความดี ทุกๆคน.. ลูกเอ๋ย
ฉะนั้น ลูกผู้ใดที่มีความเมตตาต่อบุคคลผู้อื่น ที่จะเผื่อแผ่ และนำธรรมคำสั่งสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ไปชี้นำเผยแผ่ เผยแพร่ให้แก่บุคคลผู้อื่นนั้นเป็น “เรื่องที่ดี” เพราะทุกคนเกิดมา และมีสิทธิ์ที่จะได้ฟัง // มีสิทธิ์ที่จะเดินตามทั้งนั้น
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ทางเดินเส้นนี้ มีไว้ให้กับทุกคนลูก...
แต่บุคคลผู้ใดก็ตามที่ได้ยิน ได้ฟัง ที่รู้และเข้าใจ แต่ไม่ได้เดินตามนั้น
บุคคลผู้นั้น เขาย่อมไม่เห็น --
/ ไม่เห็นแสงสว่าง ในธรรมคำสั่งสอน
/ ไม่เห็นแสงสว่าง ในการประพฤติดี กระทำดีเหล่านั้น ว่าเป็นเช่นไร
-- เพราะเขานั้นไม่ได้เดินตาม.. ลูกเอ๋ย
บุคคลผู้ใดที่เขานั้นไม่เดินตาม เขาจะไม่เพียงแค่ไม่เห็น แต่เขาก็จะไปไม่ถึงในที่แห่งนั้น
.. คือ ที่แห่งความพ้นทุกข์ด้วย
การที่เราบอกทาง ชี้ทาง แก่บุคคลผู้อื่นนั้น เราสามารถบอกได้ ชี้ได้ ตามกำลังของเรา
เราสามารถทำตามที่เราปรารถนา
ส่วนบุคคลผู้ใด ที่เขานั้นจะเดินตามหรือไม่ ก็สุดแล้วแต่เขา ..ลูกเอ๋ย
เราจงทำหน้าที่แห่งตนให้ดี คือ นำพาตนให้ออกจากกองทุกข์ให้ได้ / นำพาตนไปให้ถึงซึ่งการเห็น
เห็นแสงสว่าง ใน *เสียงธรรม*
เห็นแสงสว่าง ตามรอยขององค์พระพุทธเจ้า
และเห็นทางพ้นทุกข์ / เห็นที่ที่พ้นทุกข์.. ด้วยตัวของลูกนั้นเถิด
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ทางเส้นนี้มีไว้ให้เดิน มีไว้ให้ทุกๆคนเดิน
เราสามารถไม่แบ่งแยก เพศหญิงหรือชาย // ไม่แบ่งแยกชนชั้นวรรณะว่าสูงหรือต่ำ
แต่ลูกเอ๋ย.. ลูกจะเดินตามไม่ได้ หากลูกปิดโอกาสให้กับตนเอง ทำให้ตนนั้นไปไม่ได้ ไปไม่ถึง
ด้วยความขี้เกียจ ด้วยความไม่ปรารถนาที่จะทำของลูกนั้นเอง..
ทางเส้นนี้ บุคคลผู้ที่ไปแล้วเท่านั้น จึงจะเข้าใจ พบเห็น และรู้ว่าเป็นเช่นไร
ลูกทั้งหลาย.. ที่สำคัญ คือ ทางเส้นนี้ “มีอยู่ไม่นาน” ..ลูกเอ๋ย
เมื่อครั้งหมดรอบ หมดเวลา ก็จะโดนปิดไป และจิตทั้งหลายก็จะหามันไม่เจออีก
-- จนกว่าจะมีองค์พระพุทธเจ้าองค์ใหม่ เกิดขึ้นอุบัติขึ้นในโลก เพื่อชี้ทาง บอกทาง --
ฉะนั้นในช่วงเวลานี้ ลูกนั้นยังมีโอกาสที่จะใช้ทางเส้นนี้ เพื่อไปสู่ทางพ้นทุกข์
ฉะนั้น ในช่วงนี้ลูกได้เกิดมาแล้ว และรู้จักพระธรรมคำสอน // รู้จักศาสนา เข้าใจเป็นอย่างดี
ลูกจงเปิดโอกาสให้แก่ตน โดยการประพฤติตาม กระทำตาม
และแบ่งปันเอาประสบการณ์ที่ตนนั้นมีอยู่ ไปให้แก่บุคคลผู้อื่น
-- เพื่อเขาเหล่านั้นก็จะได้เดินตามด้วย --
จงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ในสิ่งดีๆที่ตนนั้นรู้ และมี
จงเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ทางพ้นทุกข์แก่ผู้อื่นเถิด..ลูกเอ๋ย
การหยิบยื่นให้ผู้อื่นพ้นทุกข์ ก็เหมือนการที่เราปูทางให้แก่ตนพ้นทุกข์
เรานั้นทำความดี แก่ผู้อื่นไป ความดีนั้นย่อมก่อเกิดขึ้น / มีอยู่ที่ทางเดินของเรา..ลูกเอ๋ย
ชี้ทางบอกทางแก่บุคคลผู้อื่น-- ส่วนบุคคลผู้ใดจะเดินตามหรือไม่
จงรู้ และเห็น เข้าใจเป็นธรรมดา..ลูกเอ๋ย
เพราะจิตที่เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในโลกใบนี้ มีมากมาย
-- ย่อมเป็นปกติที่บางดวงจิต เขายังไม่สามารถที่จะเข้าใจ เข้าถึงซึ่งธรรมคำสั่งสอน --
เขาอาจจะต้องรอในรอบ / ในวันถัดไป / ในกาลเวลาผ่านไป…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงปั่นพลังบุญ พลังบารมีให้แก่ตนให้ได้มากที่สุด...
แล้วจงแผ่พลังบุญบารมีที่มีในตัวของเรานี้-- ให้แก่บุคคลผู้อื่น
เพราะในความเป็นจริงแล้ว การที่เราจะเผยแผ่ เผยแพร่ธรรม หรือนำแสงสว่างไปให้แก่ผู้อื่นได้ และสำเร็จนั้น
เราต้องมีแสงสว่างในตัวเอง /ในตัวของเราให้มากพอก่อน
ฉะนั้น จงเอาตนเป็นที่ตั้ง- -ทำตนให้สว่างรุ่งเรือง
แล้วเผื่อแผ่ความสว่างนั้น โดยการแผ่บุญ แผ่เมตตาไปให้กับจิตต่างๆทั้งหลาย
เพื่อเขาเหล่านั้นจะได้เห็นแสงสว่างในตัวของเรา และเราจะได้ช่วยเหลือเขาเหล่านั้นได้สำเร็จ
ลูกเอ๋ย.. จงนำธรรม คำสั่งสอนที่ได้รับฟัง ที่ได้รู้ ได้เข้าใจ และประพฤติ ปฏิบัติตาม
และก่อเกิดผลเป็นเช่นไรในตัวของเรานี้ ไปเผยแผ่ให้แก่บุคคลผู้อื่น..ได้รู้ ได้ทำตามเถิดลูก
เพราะทางเส้นนี้ มีอยู่ไม่นานนัก
เพราะทางเส้นนี้ มีกาลเวลาที่จะเสื่อมไป- ดับไป- หายไป จากวัฏสงสารนี้
-- จิตทั้งหลาย จะได้หลุดพ้นจากความทุกข์ --
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 08, 2015, 04:33:52 pm โดย thanapanyo »