ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1340 ผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้ด้วยตนเอง  (อ่าน 1407 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-1340 ผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้ด้วยตนเอง
« เมื่อ: สิงหาคม 03, 2015, 07:12:06 am »




(ถอดความจากคลิป)

ธรรมะเปิดโลก วันที่ 3 สิงหาคม 2558
ตอนที่ 107 **ผู้ปฏิบัติพึงรู้ได้ด้วยตนเอง**

เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมา ดังนี้ว่า
- - - -

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ทางเดินที่เรานั้นได้เดินมา และเดินจนสุดปลายทาง คือ ได้พบ /ได้รับ กับความพ้นทุกข์แล้ว
เราจึงนำหนทางนั้น มาชี้ มาบอก มาสอน ให้ลูกทั้งหลายได้เดินตาม

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. บุคคลผู้ใดที่อยากจะรู้ตาม ต้องเดินตาม..ลูกเอ๋ย

ถ้าบุคคลผู้ใด ที่เดินตามแนวทางที่ได้สั่งสอนเอาไว้แล้วนั้น 
บุคคลผู้นั้น เขาก็จะพ้นทุกข์ตาม

ลูกทั้งหลาย.. ในทางเดินที่มีไว้ให้นั้น ไม่มากนักหรอกลูก
** ศีล ธรรม สมาธิ และปัญญา **  คือ สิ่งที่วางไว้ ให้ลูกได้เดินตาม

*ศาสนาพุทธ* เป็นสิ่งที่มีเหตุและผล และสิ่งที่สอนสั่งไว้นั้น ก็เป็นสิ่งที่พิสูจน์ได้ ด้วยตัวของบุคคลผู้ประพฤติปฏิบัตินั้นเอง

ลูกทั้งหลาย.. การที่ลูกนั้นไม่เดินตามรอย ลูกอาจไม่เข้าใจ และไม่รู้ว่า -- พระพุทธเจ้าสอนว่าเป็นอย่างนั้น สอนว่าเป็นอย่างนี้ แล้วมันเป็นแบบไหน อาจจะไม่เข้าใจ..ลูกเอ๋ย

แต่บุคคลผู้ใดก็ตามที่เริ่มปฏิบัติ ทำตามในธรรมคำสั่งสอน ถือเป็นผู้เริ่มเดินตาม เพราะปฏิบัติตาม / กระทำตาม
บุคคลผู้นั้นย่อมเข้าใจในธรรมคำสั่งสอน และรู้ว่าเป็นดังที่ได้สอนเอาไว้เช่นนั้นจริงๆ

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ถ้าลูกปฏิบัติ และเดินตามรอยแล้ว-- ลูกจะเข้าใจในการรักษาศีล
/ รักษาศีลแล้วเป็นแบบไหน
/ รักษาศีลเพื่ออะไร
/ ทำไมต้องให้รักษาศีล
-- ลูกนั้นก็จะเข้าใจว่าทำไม ลูกจะเจอคำตอบเกิดขึ้นในตัวของลูกเอง-- 

บุคคลผู้ที่ปฏิบัติตาม ย่อมเข้าใจในธรรมคำสั่งสอนที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าได้บอก ได้สอน
// ทางพ้นทุกข์
// เหตุของทุกข์
// การดับการเกิด
-- ย่อมพิจารณา ได้รู้ ได้เห็นตาม เข้าใจตามความเป็นจริง--     

บุคคลผู้ที่นั่งสมาธิ-- เขาก็จะรู้ และเข้าใจได้ว่า *การนั่งสมาธิ* เกิดอะไรขึ้นกับเขาบ้าง / ช่วยอะไรเขาได้บ้าง
-- ชีวิตของเขาเข้าถึงการนั่งสมาธิแล้ว--   

บุคคลผู้ใดที่มี*ปัญญา* เกิดขึ้นในตัวตนแล้ว-- บุคคลผู้นั้นเขาย่อมเห็นสรรพสิ่งนั้นตามความเป็นจริง

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. แท้ที่จริงแล้ว ทางที่มีไว้ให้ ไม่ได้ยากอะไรเลย ลูกเอ๋ย..สำหรับบุคคลผู้ที่ทำตามแล้ว /สำหรับคนที่เดินตามแล้วนั้น

เพราะจริงๆแล้ว ธรรมคำสั่งสอน สิ่งทั้งหลายทั้งปวงที่ได้กล่าว และส่งมาไว้เป็นทางเดินแก่ลูกทั้งหลายนั้น ไม่ได้ยากเย็นอะไรเลย ลูกเอ๋ย..
> ถ้าลูกนั้น พิสูจน์ด้วยการปฏิบัติ
> ถ้าลูกนั้น ได้บำเพ็ญตน ให้รู้ /ให้เข้าใจ /ให้เห็น-- ตามความเป็นจริง

ลูกทั้งหลาย.. บุคคลที่จะเห็นว่าทางเส้นนั้นเดินไป แล้วมีอะไรบ้าง เป็นแบบไหน ย่อมต้องเป็นบุคคลผู้ที่เดินตามทางเส้นนั้นเท่านั้น จะเป็นคนที่นั่งรู้ นั่งเห็น นั่งเข้าใจนั้น.. ย่อมเป็นไปไม่ได้เลย.. ลูกเอ๋ย

ฉะนั้นถ้าเกิดว่าลูกปรารถนาที่จะรู้และเข้าใจ / ปรารถนาที่จะเข้าถึง -- ต้องปฏิบัติเดินตามรอยของพระพุทธเจ้า ที่ได้วางเอาไว้ให้

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ในความเป็นจริงแล้ว ทางพ้นทุกข์นั้น ก็มีสิ่งมากมายที่ซ่อนอยู่ //ซ้อนอยู่ในการเดินทาง
สิ่งเหล่านั้นละเอียดอ่อน เกินกว่าใครคนหนึ่งจะอธิบายให้อีกคนหนึ่งเข้าใจได้ทั้งหมด
-- นอกจากจะต้องประพฤติ ปฏิบัติ กระทำเอง ..ลูกเอ๋ย --

ในการบำเพ็ญ การปฏิบัตินั้น มีสิ่งต่างๆทั้งหลายที่ซ่อนเร้นอยู่ในการปฏิบัตินั้น > มากมาย

หากว่าลูกปรารถนาที่จะรู้ จงเปิดจิต เปิดใจ และน้อมเอาธรรมคำสั่งสอนต่างๆ เข้าไปฝึก เข้าไปลองในความดีนั้นว่าเป็นแบบไหน แล้วลูกก็จะหาคำตอบได้ ที่*ตัวของลูกเอง*

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. บุคคลผู้รักษาศีลนั้น ไม่นานหรอกลูก เขาก็จะเห็นผลจากการรักษาศีลว่า ...
การที่รักษาศีล..เป็นแบบไหน // เปลี่ยนแปลงอะไรในชีวิตของเขาแล้วบ้าง ?

< การรักษาศีล ใช้เวลาไม่นานนัก ก็จะทำให้เรารู้คำตอบ > 
ฉะนั้น เราหากปรารถนาที่จะรู้ > ต้องทำ โดยการเริ่มต้นรักษาศีล ตั้งแต่ *ศีล 5 ข้อ* ขึ้นไป

เมื่อเรารักษาศีลแล้ว เราไม่ได้สร้างกรรมเบียดเบียนแก่ใครคนหนึ่ง คนใด
+ กรรมเหล่านั้น มีแต่กรรมเก่าที่ส่งผลมา
+ กรรมใหม่นั้นไม่มี
... เรารักษาศีลไป..ไปเรื่อยๆ แล้วเราก็จะพบความสุขในวันหนึ่ง-- เพราะเราไม่ได้สร้างกรรมใหม่เพิ่มขึ้น...

ถ้าเราอยากจะรู้ ปรารถนาที่จะเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องของอะไรในธรรมคำสั่งสอน เราต้องพิสูจน์ด้วยการทำเอง**
แล้วลูกนั้นก็จะเข้าใจ..ลูกเอ๋ย
ไม่มีคำตอบที่ไหน ที่จะเหมือนคำตอบที่ลูกนั้นได้พบได้เจอ “ด้วยประสบการณ์” ของลูกนั้นเอง

จากวันนี้ไป ให้ลูกทุกๆคนชาวพุทธทั้งหลาย จงเอาตนเป็นที่ตั้ง และเอาตนนั้นปฏิบัติให้เข้าใจ เข้าถึง ปฏิบัติด้วยตัวลูกนั้นเอง

จงปฏิบัติ ศึกษาเพื่อเดินตามรอยแห่งทางพ้นทุกข์.. แล้วลูกนั้นก็จะพบกับความพ้นทุกข์ เป็นลำดับๆไป ลูกเอ๋ย..
> รักษาศีล แล้วเป็นสุขเช่นไร
> นั่งสมาธิ ฟังธรรม มีสติ และปัญญา ช่วยอะไรเราได้บ้าง
-- เมื่อเราศึกษาไป จะเข้าใจ ตามที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ชี้และบอกทางเอาไว้ -- 

ลูกทั้งหลาย.. ไม่มีสิ่งใดที่จะเกินกว่า การที่เราริเริ่มในการทำ การกระทำของเราเท่านั้นที่จะทำให้เรา
.. พบกับความสุข / ความทุกข์ 
.. พบกับคำตอบที่ถูกต้อง พบกับคำตอบที่จะบอกกับเราได้ว่า สิ่งที่เราทำไปได้อะไรกลับคืนมา...
 < ตัวเราเองจะเป็นผู้รู้.. รู้มากกว่าบุคคลผู้อื่น >

ฉะนั้น จงอย่ามัวแต่ลังเลสงสัย อย่ามัวแต่หยุดอยู่ ด้วยการรู้ // โดยการได้ยินได้ฟัง

จงประพฤติ ปฏิบัติ ด้วยตัวของลูกนั้นเองเถิด เพื่อลูกนั้นจะได้พบกับความสุข > ที่ตัวของลูกนั้นเอง
บุคคลที่ปฏิบัติตาม เดินตาม บุคคลที่ทำอย่างจริงจังเหล่านั้น > เขาก็ได้พบได้รับกับความสุข มากมาย...

ฉะนั้นลูกเอ๋ย.. ลูกทำตามดังที่สั่งสอนเอาไว้ เพื่อให้ลูกนั้นจะได้เข้าถึงความพ้นทุกข์
จากวันนี้ไป-- ให้เป็นผู้ทำ แล้วจะได้คำตอบ
อย่าเป็นผู้ถามทั้งที่ไม่ทำเลย..ลูกเอ๋ย เพราะคำตอบจะอยู่ในการ”กระทำอย่างแท้จริง” เท่านั้น

หากว่าเราถามคนนั้นที ถามคนโน้นที  > บางทีเขาก็เป็นคนที่ถามเหมือนกันกับเรา
สรุปแล้ว ก็เลยไม่มีใครรู้จริงว่าเป็นแบบไหน
 
-- จงปฏิบัติเถิดลูก คำตอบอยู่ในตัวของลูกนั้นเอง --

สาธุ

= * =



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 01, 2016, 07:16:37 pm โดย thanapanyo »