ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1330 พุทธแท้ พุทธเทียม  (อ่าน 1291 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-1330 พุทธแท้ พุทธเทียม
« เมื่อ: กรกฎาคม 29, 2015, 06:17:56 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 29 กรกฎาคม 2558
ตอนที่ 102 **พุทธแท้ พุทธเทียม**
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมา ดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การประพฤติ ปฏิบัติตาม การเดินตามรอย คือ เดินตาม กระทำตาม ธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า และนั่นคือ การที่ลูกนั้นเป็นชาวพุทธ-- เพราะว่าลูกได้เดินตามรอยที่สอนสั่งเอาไว้
...ได้ประพฤติ ปฏิบัติตาม...
บุคคลทั้งหลาย..ที่มีความเคารพต่อพระพุทธเจ้า- ธรรมคำสั่งสอน
บุคคลผู้นั้น ก็จะยำเกรงต่อการสร้างบาป และจะทำความดี
-- อย่างน้อย ลูกก็คงจะไม่ละเมิดต่อ ศีล 5 ข้อ --
กลุ่มคนที่สามารถรักษาศีลได้ ตั้งแต่ศีล 5 ขึ้นไป
และตนนั้นมีความเชื่อมั่นในองค์พระพุทธเจ้า
“รู้เหตุของการเกิด” และรู้ว่าจะต้อง ”ดับการเกิด”
ลูกนั้นมีศีล มีธรรม คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า มีสมาธิ และปัญญา -- ถึงแม้ว่ามันจะไม่มีมากมาย
> แต่ลูกก็ประพฤติตาม ปฏิบัติตามได้ในกรอบตามที่กล่าวมานี้ ถือว่า ลูกนั้นเป็น*พุทธแท้*
*พุทธแท้* เพราะลูกได้เข้าถึงการเป็นอริยบุคคลขั้นที่ 1 ไปแล้ว ..
-- ลูกนั้นจะไม่มีการพลิกไปเกิดใหม่ ในภพภูมิที่ไม่ดี เช่น ตกนรก หรือการกลับเกิด เวียนว่ายตายเกิดที่นับภพชาติไม่ถ้วน
-- ลูกนั้น จึงไม่อาจไปเกิดอยู่ในศาสนาอื่น หรือความเชื่ออื่น หรือเกิดไปอยู่ในที่ที่ไม่มีพระพุทธเจ้าในใจของลูกนั้นได้
ลูกจึงเป็น *พุทธแท้* ..
แท้เพราะว่าไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอีกแล้ว
แท้ เพราะว่า ลูกนั้นได้ทำตนจนเที่ยงแท้ในการประพฤติ ปฏิบัติ.. จนเข้าถึงความเป็นอริยบุคคล
< ไม่มีการกลับไปสู่จุดที่ต่ำ หรือหลุดจากธรรมคำสอน อีกต่อไป >
ไม่ว่าจะเหลือ อีกกี่ภพกี่ชาติ ที่ลูกนั้นจะเวียนว่ายตายเกิด > เพื่อดับการเกิด
* ลูกก็จะเกิดอยู่ในที่ที่มีธรรม คำสั่งสอน
* ลูกก็จะพบกับพระพุทธเจ้า
* และลูกก็จะยังเข้าใจ ในธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า
> ยังคงไม่หลุดจากพระพุทธศาสนา จนกว่าจะดับการเกิดแห่งตนได้
-- จึงเรียกว่า เป็น*พุทธแท้* --
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. หากลูกนี้ยังลังเลสงสัย ระหว่าง พุทธแท้ // พุทธเทียม
ฉันว่าเธอบ้าง เธอว่าฉันบ้าง แบ่งพรรค แบ่งพวก กล่าวว่ากันต่างๆนานา ถกเถียงกันไปมา ไร้เหตุผล
...ไม่มีประโยชน์อะไร..ลูกเอ๋ย
< จงหมั่นทำตัวของตนให้เป็นพุทธแท้.. แท้จริงเถิดลูก >
บุคคลผู้ใดที่รักษาศีล 5 อย่างบริสุทธิ์ และทำตนจนถึงการเข้าถึงความเป็นอริยบุคคล ตั้งแต่ขั้นที่ 1 ไปแล้ว
บุคคลผู้นั้น ก็จะเข้าใจตามความเป็นจริงได้มากเพิ่มขึ้น และจะไม่สร้างกรรมมากมายอะไรอีก...
/ ทำดี..ก็จะรู้ว่าทำเพื่ออะไร
/ ทำชั่ว.. ก็จะเป็นความชั่วที่ละอายต่อการทำ
เช่น คำพูดผิดพลาดเล็กน้อย การกระทำผิดเล็กน้อย ก็จะละอาย และเกรงกลัวต่อการกระทำนั้น
> จะสำนึก ระลึกผิด และหยุดทำ…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงปฏิบัติตนให้เป็นบุคคลที่เรียกว่า *พุทธแท้* --ด้วยการรักษาศีล 5 ขึ้นไป..
และประพฤติปฏิบัติกระทำตนให้เข้าถึงความเป็นอริยบุคคลตั้งแต่ขั้นที่ 1 ไปเถิดลูก แล้วจะได้เป็นพุทธแท้ เพราะไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีกต่อไป -- จนกว่าจะถึงภพที่ดับการเกิดแห่งตนได้ และสำเร็จเป็นองค์พระอรหันต์--
ส่วน “พุทธเทียม” นั้น เป็นแบบไหน ?
พุทธเทียม ก็คือ บุคคลที่รู้ แต่ยังไม่ปฏิบัติตาม // รู้เฉยๆ ยังไม่ทำ นั่นเรียกว่า “พุทธเทียม”
บุคคล ผู้ที่สมาทานศีลแล้ว.. แต่ไม่รักษาศีลที่สมาทาน
บุคคลที่สมมุติว่าเป็นนักบวชแล้ว.. แต่ไม่ประพฤติ ปฏิบัติอยู่ในกรอบขอบเขตของนักบวช
-- ยังคงละเมิดไปกระทำในสิ่ง ที่แม้แต่ศีล 5 ก็ยังรักษาไว้ไม่ได้ --
บุคคลเหล่านั้นแหละลูกเอ๋ย ที่เรียกว่า “พุทธเทียม”
“เทียม” เพราะว่าเป็นของปลอม
“ของปลอม” เพราะว่ายังไม่ทำตนให้เป็น “ของแท้”
ไม่แท้ เพราะว่าตนยังไม่ทำ
ยังแค่รู้ / ยังแค่สมมุติว่า เป็นอย่างนั้นอย่างนี้ – ยังไม่มีความจริงอยู่ในบุคคลผู้นั้น…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. พุทธเทียมนั้นเป็นเช่นนี้แหละลูก..
ฉะนั้นให้ลูกพิจารณา การประพฤติ ปฏิบัติ การกระทำของตนเอง.. ว่าบัดนี้เราเป็นพุทธแท้ แล้วหรือยัง
ถ้าเกิดว่าเรายังไม่เป็นพุทธอย่างแท้จริง..
> เราก็จงรีบปฏิบัติ / ปรับเปลี่ยนตน / ฝึกฝนตนให้เป็นพุทธแท้ให้ได้ หากเรามีความปรารถนา
ส่วนบุคคลผู้ใด ที่เป็นพุทธแท้อยู่แล้ว ..
บุคคลผู้นั้นก็จงรีบฝึกฝนตนให้เกิดความเที่ยงแท้ในตนเอง คือ “การดับการเกิด”
-- อย่ามัวแต่ถกเถียงกันเลย..ลูกเอ๋ย ! --
พุทธแท้ หรือพุทธเทียม แยกไม่ยากหรอกลูก...
พุทธแท้ คือ ผู้เดินตามรอยปฏิบัติอย่างจริงจัง และทำตนให้มั่นคงในการเดินตามรอยแล้ว
อย่างน้อย 3 ชาติ 5 ชาติ ก็นิพพานแล้ว หรือสามารถทำตนให้เข้าถึงความเป็น **อริยบุคคล**
พุทธเทียม ก็คือ ผู้ที่กล่าว แต่ไม่ทำ /รู้แต่ไม่ปฏิบัติ /ไม่กระทำตาม .. ยังมีจิตใจที่ไม่มั่นคงในคำสั่งสอน
แต่ตนก็คิดว่าตนรู้จักศาสนาพุทธดี เคารพต่อพระพุทธเจ้าดี คิดว่า ดีกว่าบุคคลผู้อื่นที่มีศีลตั้งแต่ศีล 5 ขึ้นไป
บุคคลเหล่านั้น คือ ผู้ลุ่มหลงในความรู้ของตน แต่ไม่ใช่ผู้ที่รู้ /และปฏิบัติอย่างแท้จริง
บุคคลเหล่านั้น ถึงแม้จะเข้าใจว่าตน เป็นคนในศาสนาพุทธ และเป็นพุทธแท้ ยิ่งกว่าคนอื่น
... เพราะความรู้แห่งตน รู้มาก.. มากยิ่งกว่าใครๆ
บุคคลเหล่านั้น ถึงแม้ว่าจะคิดเช่นนั้น ก็ไม่มีความสำเร็จในตัวของเขา
-- และไม่มีความเป็นพุทธแท้อยู่ในตัวของเขา --
เมื่อครั้งดับจากกายหยาบนี้ไป สิ่งที่จะส่งผลไป คือ การกระทำแห่งตน
ไม่ใช่ความรู้อันจอมปลอม.. ที่สมมุติว่ารู้-- แต่ไม่ทำนั้น
หากเรารู้ แต่ว่าไม่ทำ ความรู้นั้นจะนำไปด้วยไม่ได้
-- เราจะนำได้แต่ > การประพฤติ ปฏิบัติ กระทำ เท่านั้น ลูกเอ๋ย --
เมื่อครั้งตายไป ในภพหน้า / ชาติใหม่..
> ก็จะไม่สามารถที่จะเข้าถึงธรรมคำสั่งสอนได้อีก
> ก็จะไม่สามารถเข้าถึงศาสนาได้อีก ..เพราะว่าเรายังประพฤติชั่ว กระทำไม่ดีอยู่
> จิตแห่งตนย่อมตกไปสู่อบายภูมิ- ตกไปสู่จุดที่ต่ำ >
-- ย่อมต้องเป็นทุกข์ --
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. คนที่สามารถรู้ธรรมคำสั่งสอนได้ มีโอกาสศึกษา เรียนรู้ และเข้าใจได้
บุคคลเหล่านั้น < ย่อมต้องมีการสร้างสั่งสมบุญมา...
ฉะนั้น หากลูกเป็นผู้ที่รู้ แต่ยังไม่ทำ
จงอย่าปล่อยโอกาสแห่งตนที่รู้นั้น ให้พลาดไปโดยไม่ปฏิบัติ
จงปฏิบัติเถิด ลูกเอ๋ย.. รู้แล้วก็ทำตามด้วย
< จึงจะสำเร็จผล และเกิดผลอย่างแท้จริง กับตัวของลูกนั้น >
เพราะหากว่าเรามีบุญส่งผลให้มีโอกาสรู้ แต่เราไม่เปิดโอกาสตน
โดยการประพฤติ ปฏิบัติ บำเพ็ญตามความรู้ให้สำเร็จไปในภายภาคหน้า
-- โอกาสของเราที่จะรู้เช่นนี้ / เข้าใจอย่างนี้ จะมีอีกหรือเปล่า ? --
ลูกทั้งหลาย.. ไม่ว่าลูกนั้นจะเป็นพุทธเทียมอยู่.. ก็ให้บำเพ็ญให้เป็นพุทธแท้
เพราะจะแท้หรือไม่แท้ ขึ้นอยู่กับการกระทำของตน
< ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการตัดสิน ของใครคนใดคนหนึ่ง >
เมื่อเราปฏิบัติดี / ทำความดีตาม ..
ถึงแม้ใครจะบอกว่าเราเป็นพุทธปลอม ยังนับถือเทพบ้าง / สิ่งนั้นบ้าง / สิ่งนี้บ้าง
แต่ถ้าเกิดว่าเรา รักษาศีล 5 บริสุทธิ์..
ถ้าเกิดว่าเราทำสิ่งต่างๆด้วยความบริสุทธิ์ และเข้าใจการเวียนว่ายตายเกิด
ทำตนจนถึงการเป็น อริยบุคคลตั้งแต่ขั้นที่ 1 ขึ้นไป ..
-- ตายไป ความเที่ยงแท้ในพุทธแท้ ย่อมเกิดขึ้นในเรา --
และเป็นไปตามการกระทำของเรา ไม่ได้จะเป็นไปตามคำพูดของผู้อื่น
ฉะนั้น จงทำตนให้เข้าถึงความเป็น *พุทธแท้ * > ด้วยตัวของเราเอง
บุคคลผู้ใด ที่หลงอยู่กับคำชื่นชมของผู้อื่น หรือความรู้ที่รู้อยู่ แต่ไม่ยอมทำตามนั้น
หากตายไป ถึงแม้จะมีใครบอกว่า
- ตนรู้มาก ศึกษามามาก
- เป็นพุทธ เป็นศาสนาพุทธ
- เป็นผู้ที่เข้าใจในหลักธรรมคำสั่งสอน
แต่ถ้าตนไม่ปฏิบัติตามเลย ตายไปตนก็เป็น “พุทธปลอม” อยู่ดี
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จะจริงหรือปลอมขึ้นอยู่กับการกระทำ
/ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสิ่งอื่นภายนอก
/ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการถกเถียง
/ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับการชื่นชม หรือด่าว่า ของใครคนใดคนหนึ่ง
-- ขึ้นอยู่กับ “การกระทำ”ของเรานี้ต่างหาก --
ถ้าหากเรายังไม่แน่ใจว่า เราเป็นอริยบุคคลขั้นที่ 1 แล้วหรือยัง
ให้จงรีบปั่นบารมีขึ้นมา > โดยการรักษาศีล 5 ให้ได้ // และพยายามนั่งสมาธิ ฟังธรรม
ปั่นจิตของตนให้ขึ้นมา ให้ล็อคอยู่ในอริยบุคคลตั้งแต่ ขั้นที่ 1 ไป...
< เราจะได้เป็นลูกของพระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง >
-- ไม่มีสิ่งอื่นใดทำให้เปลี่ยนแปลงได้อีกต่อไป --
เพราะบุคคลผู้ใด เป็นอริยบุคคลแล้ว > จะไม่มีทางถอยหลังได้อีก …
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงฝึกฝนตนให้ขึ้นมาเป็นลูกพระพุทธเจ้า อย่างแท้จริงเถิด..
// ธรรมนี้ ไม่ได้กล่าว หรือว่าผู้ใดผู้หนึ่ง
// ธรรมนี้ มีไว้ เพื่อให้ลูกทั้งหลาย.. ผู้มีความตั้งใจประพฤติดี ปฏิบัติดี ได้ศึกษา พุทธแท้ //พุทธเทียม
เพื่อบำเพ็ญตาม
> ให้ลูกนั้นจะได้ไม่หลงไปอยู่ในพุทธเทียม
> ให้ลูกนั้นจะได้รู้จักพุทธแท้
-- และจะได้ได้มาด้วยการเป็นพุทธแท้ เพื่อความพ้นทุกข์ของลูกนั้นเอง --
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 29, 2015, 08:51:54 pm โดย thanapanyo »