ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-0462 ปล่อยอดีตวางอนาคต  (อ่าน 1385 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-0462 ปล่อยอดีตวางอนาคต
« เมื่อ: กรกฎาคม 26, 2015, 06:04:59 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 26 กรกฎาคม 2558
ตอนที่ 99 **ปล่อยอดีต วางอนาคต**
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมา ดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จิตใจที่มันว้าวุ่นเป็นทุกข์ เร่าร้อนอยู่ตลอดเวลานั้น-- เพราะไม่รู้จักการปล่อยวาง //
.. จิตใจที่สงบนั้น ย่อมเป็นดวงจิตที่รู้จักการปล่อยวางแล้ว…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ลูกลองพิจารณาตามนี้เถิดว่า การที่ลูกนั้นเร่าร้อน เป็นทุกข์ เกิดจากเหตุที่ลูกไม่รู้จักการปล่อยวาง
การที่ลูกจะรู้และเข้าถึงความสงบอย่างแท้จริงนั้น.. ลูกต้องรู้จัก *การปล่อยวาง*
การปล่อยวางเท่านั้นที่จะทำให้จิตของเรานั้นสบาย ไม่มีอะไรเข้ามาตัดรอน ทำให้เราเร่าร้อนแล้วก็เป็นทุกข์อีก
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จิตใจที่สงบ สงบเพราะดับจากการที่ยึดถือสิ่งต่างๆทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่ผ่านมาแล้ว หรือเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
-- หากว่าลูกนั้นยังยึดถือเอาไว้.. ลูกย่อมเข้าไม่ถึงความสงบ --
วันนี้เรามาพิจารณา และลองดูว่า การที่เราจะสงบได้ คือ **การปล่อยวาง**
> เราจะต้องปล่อยวาง กับทั้งในสิ่งที่ผ่านมาแล้ว และในสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น ปล่อยใจให้ว่างๆ ไม่ต้องไปนึกถึงสิ่งใด / นึกถึงสิ่งที่ผ่านมาแล้ว ที่มันทำให้เราเป็นทุกข์ก็ดี เป็นสุขก็ดี สิ่งต่างๆทั้งหลายนั้น มันไม่อาจหวนกลับมาได้อีก และไม่อาจไปเปลี่ยนแปลงมันได้เลย.. สักนิดหนึ่ง
เราลองปล่อยวางดู ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราเคยทำผิดมา / พลาดมา-- เราก็วางเอาไว้ทั้งหมด
ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เราเคยสร้างคุณงามความดี เคยได้ทำดีมาขนาดไหน-- ก็ให้วางเอาไว้ ไม่ต้องไปนึกถึงมัน
ปล่อยวาง “วางอดีตแล้ว > ให้วางอนาคตอีก”
*อนาคต* คือ สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น มันไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับเรา
แม้แค่วินาทีต่อไป เราก็ยังไม่สามารถรู้ได้เลยว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นกับชีวิตของเรา
บางทีนั่งๆอยู่ ลุกขึ้นเดินไป อาจจะล้มแล้วก็เป็นลมไปเลย อาจจะตายไปก็ได้
หรือว่าบางที พอเราเดินเข้าไปที่นอน อาจจะไม่ได้ตื่นขึ้นมาอีกก็ได้
หรือว่าบางทีไม่รู้ตื่นอีกกี่รอบกี่ครั้ง ก็ไม่รู้
*อนาคต* เป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ ไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่า มันจะเกิดอะไรขึ้นกับเราบ้าง ตอนไหนบ้าง
คำพูดที่จะมาทำให้เราเป็นทุกข์นั้น.. มันจะมาเมื่อไหร่ // คำพูดที่จะทำให้ดีใจนั้น.. จะมาเมื่อไหร่
... เรียกว่า จะมีข่าวร้ายมาถึงตน หรือจะมีข่าวดีมาถึงตน ตนก็ไม่อาจรู้ได้...
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงวางอนาคต สิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้นทั้งหลายนั้นเอาไว้ และลูกจะมีจิตใจที่สงบ
ลูกจงวาง..
/ วางสิ่งที่ผ่านมา
/ วางสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น
> วางจิตนั้นให้ว่าง..ว่างไป..ว่างไปเรื่อยๆ ว่างจากความคิด // ว่างจากการยึดถือสิ่งต่างๆทั้งหลาย
ใจของลูก จะพบกับความสุข ความสุขที่เริ่มอิ่มมาจากข้างใน เต็มขึ้นมาๆ เต็มขึ้นมาเรื่อยๆ
... เหมือนแก้วน้ำทีรองน้ำไว้ หยดลงไป 1 หยด-2 หยด- 3 หยด
ลูกจงหาพลังของความว่างนั้นให้เจอ /ความสงบนั้นให้เจอ...
-- จะมีพลังตัวหนึ่ง ที่เป็นพลังของความสงบสุข เย็นสบาย --
หากว่าลูกนั้น หาเจอพลังนั้นแล้ว จงสงบนิ่งอยู่ในพลังนั้น
รับพลังเย็นๆ พลังของการปล่อยวาง พลังของความสงบสุข ที่ลูกนั้นอาจจะไม่เคยได้เข้าถึง อาจจะเข้าถึงได้ในบางครั้ง
เพื่อตัวของลูกจะได้พิสูจน์ด้วยตัวของลูกเองว่า.. แท้ที่จริงแล้ว
*ความสงบสุขนั้น-- เกิดจากการปล่อยวางนี่เอง* !
สิ่งที่เราเป็นทุกข์เร่าร้อน เพราะว่าเรามัวแต่พะวงนึกถึงแต่เรื่องที่ผ่านมาแล้ว ซึ่งมันไร้สาระ ไม่อาจปรับเปลี่ยนแก้ไขอะไรได้ ทั้งดีและไม่ดี
-- มัวแต่พะวง กังวลนึกถึงแต่เรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น --
แท้ที่จริงแล้ว เราก็ไม่เห็นจะรู้ และไม่เห็นจะเป็นอย่างที่เรานึกและคิดเลย จงปล่อยวาง แล้วลูกจะเข้าใจว่า การที่มีจิตใจสงบนั้น ได้สิ่งใดบังเกิดกับเราบ้าง
ได้ความสงบแล้ว ได้ความสุขที่อยู่นิ่งๆ ไม่วนไปไหน ไม่มีอะไรมารบกวนจิตใจ
เมื่อนั่งนิ่งๆไปแล้ว ได้ความสงบแล้ว ก็จะได้ “สติ” / ได้ “ปัญญา”
ทีนี้เราก็เริ่มรู้แล้วว่า ..ความสุขที่แท้จริง
> อยู่ที่การที่เราสงบนิ่งนั่นเอง
> ไม่ได้อยู่ที่ปัจจัยภายนอก ข้าวของ สิ่งของ ทรัพย์สิน คนที่รัก ที่พอใจ สิ่งที่เราปรารถนาทั้งหลายนั้นเลย
... สิ่งต่างๆทั้งหลายนั้น กลับทำให้เราเป็นทุกข์ ไม่ได้ความสุขอย่างแท้จริงเลย
-- เกิดปัญญา รู้ /เข้าถึงความสงบอย่างแท้จริง --
เมื่อลูกได้เห็นความสงบอย่างแท้จริงแล้ว ได้เห็นความสุขที่เป็นความสุขที่แท้จริง ซึ่งสามารถก่อเกิดในตัวของลูกนี้เองได้ โดยที่ไม่ต้องไปใช้เงินซื้อความสุขนั้นมา โดยที่เราไม่ต้องไปขวนขวายดิ้นรน ทำอะไรเลยสักสิ่งสักอย่าง ไม่ต้องทำอะไรเลยสักอย่างหนึ่ง เพียงแค่อยู่เฉยๆ
- หยุดทางกาย
- หยุดทางความคิด
- หยุดทางการยึดถือทั้งหลายนั้นเอาไว้
> ความสุขก็ก่อเกิดขึ้นในตัวของเรานี้...
เมื่อพบเจอความสุขที่เกิดภายในแล้ว ทีนี้เป็นยังไงลูก..
-- เกิดสติปัญญา ไม่ปรารถนาความสุขภายนอกอีกแล้ว --
> จึงไม่ลุ่มหลง ไม่ขวนขวาย ไม่ดิ้นรน เร่าร้อน จนเกินกำลังของตน
จะทำสิ่งใดก็จะทำแต่พอดีๆ เป็นกลางๆ
.. ลูกนั้นก็ย่อมพบกับความสุข…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ความสุขในแบบนี้ ผู้ที่ค้นเจอแล้ว ย่อมไม่เห็นเงินทองนั้นมีค่าอะไร
เพราะว่าไม่เห็นจะต้องใช้เงินไปซื้อ // ไม่เห็นจะต้องใช้เงินไปแลกเพื่อให้ได้ความสุขนี้มาเลย
เราสามารถทำให้ก่อเกิดขึ้นมาในจิตของเราเองได้ ฉะนั้นเงินก็จะไม่มีค่าแก่ลูก
...ไม่มีสิ่งใดอีกแล้วที่มีค่ากับลูกอีก…
บุคคลผู้ค้นหาความสงบที่ก่อเกิดในตัวของตนเองนั้น-- ย่อมไม่ปรารถนาสิ่งใดอีก ที่จะมาทำให้ตนเป็นสุข
เมื่อเจอความสุขนี้มากๆ ทำต่อเนื่องไปบ่อยๆ ย่อมรู้จักการปล่อย /การละ /การวาง
-- วางทุกสิ่งทุกอย่าง ย่อมได้เข้าถึงความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง --
ลูกทั้งหลาย.. หมั่นฝึกฝนตนจากการรู้จักการปล่อยวาง เพื่อให้จิตเข้าไปถึงความสงบสุข
เมื่อเข้าถึงความสงบสุข ย่อมเกิดสติปัญญา รู้เห็น รู้ทันสรรพสิ่งที่เกิดขึ้น เพื่อเป็นผู้ไม่หลง ไม่ยึดติด
เมื่อเป็นเช่นนั้นแล้ว
-- ชีวิตของลูกย่อมพบกับประตูแห่งนิพพาน คือ “ประตูแห่งความพ้นทุกข์อย่างแท้จริง” --
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงหมั่นฝึกฝนตนเองเถิด อย่าปล่อยให้ตนนั้นเร่าร้อน เป็นทุกข์อยู่ไปวันๆเลย..
1 วัน มี 24 ชั่วโมง-- ลูกจะทุกข์ทั้ง 24 ชั่วโมง เลยหรือ ?
บางทีนอนหลับไปก็ยังฝัน ฝันถึงแต่เรื่องที่ตนนั้นพะวงนึกถึง ทั้งเรื่องที่ผ่านมาแล้ว และเรื่องที่ยังไม่เกิดขึ้น
เมื่อฝันไปถึง ก็เก็บเอามานึกมาคิด แล้วก็เป็นทุกข์อีก.. ไม่เป็นสุข แม้ยามหลับและยามตื่น
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. 1 วัน ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว / 2 วัน 3 วัน / 2 เดือน 3 เดือน
เผลอแป๊บๆ ก็ผ่านไป 10 ปีแล้ว เผลอแป๊บเดียวเราก็แก่แล้ว
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. เผลออีกนิดหนึ่ง เราก็ตายแล้ว..
ชีวิตของลูกนั้น ลูกจะยอมปล่อยให้ตนเอง ตก / จมอยู่ กับความเร่าร้อนทั้งหลายนั้นหรือ
-- จะไม่ยอมฉุดตน ช่วยจิตของตน ให้เข้ามาพบกับความสงบสุขบ้างเลยหรือ--
จากนี้ไป ให้ลูกจงดับความเร่าร้อนทั้งหลายนั้นด้วยการรู้จักปล่อยวาง ทำจิตให้ว่าง เพื่อพบกับความสงบสุขเถิด
และลูกทั้งหลายจะได้พบกับความสงบสุขที่แท้จริง
วันนี้ของฝากธรรมะ การพิจารณาการตัด การวาง เพื่อให้ก่อเกิดความสงบสุข แก่ตัวของลูก อย่าให้เวลาต้องสูญเปล่าเลย
-- จงกระทำเช่นนี้ อย่างนี้ ทุกๆท่าน ทุกๆคนที่ปรารถนาจะพ้นทุกข์ --
สาธุ
+ * +
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 26, 2015, 07:12:20 pm โดย thanapanyo »