ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-0506 ผู้ที่เดินท่ามกลางความมืด  (อ่าน 1377 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-0506 ผู้ที่เดินท่ามกลางความมืด
« เมื่อ: กรกฎาคม 23, 2015, 06:41:48 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 23 กรกฎาคม 2558
ตอนที่ 96 **ผู้เดินทางท่ามกลางความมืด**
เมื่อพระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมกลับมา ดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ลูกทุกๆคนที่มีความตั้งใจที่จะแสวงหาความพ้นทุกข์ ให้แก่ตนก็ดี.. ที่มีความตั้งใจแสวงหาสิ่งที่ดีให้บังเกิดแก่ชีวิตของลูกก็ดี
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ไม่ว่าจะเป็นการพ้นทุกข์ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่ดี สิ่งเดียวกัน / ทางเดียวกัน
ขึ้นชื่อว่าทำความดี ทำไปๆ สั่งสมความดีไปเรื่อยๆ พลังบุญที่เรานั้นได้สร้างสมความดี ในแต่ละภพแต่ละชาติก็จะสั่งสมไป จนเรานั้นเต็มเปี่ยมด้วยพลังของความดี ทีนี้พลังตัวนี้ก็ค้ำหนุนให้เราพบกับความพ้นทุกข์ จึงเป็นทางเส้นเดียวกัน
แต่ทีนี้ การที่เรานั้นจะเดินทางไปในทางที่ดี หรือไม่ดี จะเดินทางไปแบบไหน เราก็ต้องรู้ / เข้าใจในทางนั้น
เมื่อรู้ - เมื่อเข้าใจในเหตุต่างๆก็คือ ผู้ที่มีแสงสว่างอยู่ในตนเอง
แต่ผู้ไม่รู้ ไม่เข้าใจ เดินไปแบบงงๆ เดินไปแบบนั้น โดยที่ไม่ได้สนใจอะไร
... คนผู้นั้นก็คือผู้ที่เดินไปในความมืด เดินไปแบบมึนงง // และต้องเสี่ยงกับการที่จะหลงทาง ผิดพลาด หกล้ม ...
วันนี้เรามาคุยธรรมะในหัวข้อเรื่อง *ผู้ที่เดินทางในความมืด ย่อมมีโอกาสหลงทาง*
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ใครล่ะลูก คือ ผู้ที่เดินทางในความมืด
บางคนก็ชอบคิดว่า ช่างมันเถอะ อนาคตชีวิตข้างหน้าจะเจออะไรก็ช่างมันเถิด ไม่ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น ก็ช่างมันเถิด ฉันพอใจที่จะทำในสิ่งนี้ พอใจที่จะทำในสิ่งนั้น ไม่ว่ามันจะดี จะชั่ว จะเป็นแบบไหนก็ช่างมัน..
ต่อไปมันจะส่งผลกรรมอะไรแก่ฉัน ก็ช่างมัน ฉันไม่สนใจหรอก..
ฉันสนใจแค่ว่า ตอนนี้ฉันได้ความสุขหรือเปล่า และสุขที่ได้มานั้น ก็คือ ความสุขอันจอมปลอม ที่ได้มาแบบหลอกๆ หลอกให้เป็นสุข หลอกให้หลงอยู่ตรงนั้น ติด ยึดอยู่ตรงนั้น และท้ายที่สุดก็ต้องกลับมาทุกข์ เพราะความสุขนั้นอีก
ลูกทั้งหลายเอย.. กลุ่มคนในแบบนี้แหละลูก คือ กลุ่มคนที่ปล่อยให้ตนนั้นจมอยู่กับความมืด แล้วก็เดินทางไปแบบมืดๆ ไม่ยอมหาแสงสว่างให้แก่คนเอง
ลูกทั้งหลาย.. ส่วนกลุ่มคนที่ทำอะไรรู้จักระมัดระวังในสิ่งที่ทำ คำนึง นึกถึงความมืดที่จะเข้ามาในภาคหน้าอยู่เสมอ..
เวลาจะทำอะไร คิดไตร่ตรองดีแล้วว่า จะไม่มีสิ่งใดกระทบมาให้ตนนั้นต้องเดือดร้อน // หรือเห็นเหตุที่จะเกิดขึ้นมานั้นก่อนแล้ว ไตร่ตรองดีแล้ว จึงค่อยทำ
> คนในกลุ่มนี้เรียกว่า..
“ผู้ที่เดินทางในแสงสว่าง “
“ผู้ที่ไม่ปล่อยตนให้จมอยู่ในความมืด” >
ลูกทั้งหลาย.. ลูกเอง ก็คงจะปรารถนาที่จะเดินทางพร้อมกับแสงสว่าง จึงไม่ลำบาก
เห็นอะไรได้ชัด รู้ เข้าใจ มีหลุม มีบ่อ ตรงไหน- ก็หลบได้ // มีสิ่งใดกีดขวางทาง- ก็มองเห็น
ลูกคงไม่ได้ปรารถนาที่จะเดินไปพร้อมกับเงาของความมืด เงาที่ทำให้ลูกนั้นต้องพลอยตกหลุม ตกบ่อ ทำให้ลูกนั้นต้องเป็นทุกข์ เดือดร้อนเพราะมันอยู่บ่อยๆ
ลูกทั้งหลาย.. หากวันนี้ลูกเป็นบุคคลที่ชอบปล่อยตัว ปล่อยตน ช่างมันเถิด ช่างมัน แม้การกระทำของตนจะดีหรือไม่ดี ก็ยังช่างมันอีก …
หากว่าลูกเป็นคนเช่นนั้น ทำเช่นนั้น มืดอยู่เช่นนั้น จงหมั่นฝึกฝนตนให้มีแสงสว่างเกิดขึ้นกับตนเถิด อย่าปล่อยให้ตนนั้น ต้องไปแบบเดาเอา ต้องไปแบบเสี่ยงเอา ต้องไปแบบมืดๆเช่นนั้นเลย เพราะโอกาสที่จะหลงทางนั้นมีสูง ทำให้ลูกต้องวน ต้องหลงทาง ต้องเจอกับสิ่งไม่ดี และเป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น
ลูกทั้งหลาย.. จงหมั่นฝึกฝนตนให้ลูกเป็นผู้ที่เดินทางพร้อมกับแสงสว่างเถิด เพราะผู้ที่เดินทางพร้อมแสงสว่างนั้น จะไม่หลงทาง จะไม่เป็นทุกข์ จะไม่เร่าร้อน กังวลในสิ่งใด
ลูกทั้งหลาย.. ทุกวันนี้ กลางวันมีแสงอาทิตย์ กลางคืนมีแสงไฟ แสงไฟที่ส่องมาจากหลอดไฟต่างๆทั้งหลาย /แสงไฟต่างๆทั้งหลาย ให้ลูกนั้นได้มองเห็น
/ แต่ดวงจิตของลูก กลางวันสว่างแล้วหรือยัง..
/ กลางคืนสว่างแล้วหรือยัง..
/ มีดวงไฟให้ได้อาศัยบ้างหรือเปล่าในความมืดนั้น..
กลางวันพระอาทิตย์นั้นได้ส่องสว่างทั่วโลก แต่จิตของลูกได้รับแสงสว่างบ้างแล้วหรือยัง ลูกยังเป็นทุกข์ เศร้าหมอง มืดบอด จมอยู่กับความมืดในจิตของลูกอยู่หรือเปล่า จงให้แสงสว่างเกิดขึ้นแก่จิตของลูก จงให้แสงสว่างทั้งกลางวันและกลางคืน ให้แก่จิตของลูกเถิด
ลูกลองปิดไฟ ปิดไฟทั้งบ้านทิ้งไว้สักคืนหนึ่ง ตั้งแต่หัวค่ำ ไม่ต้องเปิดไฟเลย ลูกจะอยู่ยังไง ไฟฉายไม่มี แสงเทียนไม่มี ไม่มีแสงไฟสักนิดหนึ่ง แล้วลูกจะอยู่แบบไหน จะเดินไปไหน จะทำอะไรก็เสี่ยงกับการผิดพลาดทั้งนั้น
จะทำอะไร..ก็ไม่สะดวกสบาย คล่องแคล่ว --ไม่ได้สมกับประโยชน์ที่ควรจะได้รับในสิ่งต่างๆทั้งหลาย
... ลูกคงจะรู้สึกว่า มันมืดบอด มองหาทางใดไม่เจอ และเป็นทุกข์อยู่อย่างนั้น...
จิตของลูกก็เช่นเดียวกัน ไม่ยอมหาแสงสว่าง ไม่ยอมเปิดแสงสว่างให้แก่จิตของตน จิตก็มืดบอดเช่นนั้น บอดทั้งกลางวัน บอดทั้งกลางคืน เดินไปไหนไม่ได้ ทำอะไรไม่เป็น ทำอะไรไม่ถูก จับอะไรไม่ถูก เหนื่อย อ่อนล้า เป็นทุกข์ท้อถอย หมดแรงที่จะเดินต่อไป
ลูกทั้งหลาย.. จงนำทางแสงสว่างให้แก่ชีวิตของลูกเถิด อย่าปล่อยให้ตนนั้นต้องเป็นผู้ที่เดินทางไปในความมืดเลย เพราะมีโอกาสที่จะหลงทางสูง และเป็นทุกข์อยู่เช่นนั้น
จงนำธรรมนี้ไปประพฤติ ปฏิบัติ สร้างตัวตนให้มีแสงสว่างในจิตด้วยเถิด
~ จงสงสารจิตของตนเถิด
~ จงให้แสงสว่างแก่มันเถิด
บุคคลไม่มีแสงสว่าง-- ย่อมดำเนินต่อไปไม่ไหวในชีวิต
กายเนื้อมีแสงสว่างแล้ว ให้จิตได้มีแสงสว่างบ้าง จากการที่เรานั้นต้อง ..
- รู้ในเหตุที่จะเป็นไป
- รู้ในเหตุที่จะเกิดขึ้น
- รู้ดี รู้ชั่ว รู้ถึงเหตุต่างๆที่ทำไปแล้วจะส่งผลมา
อย่าปล่อยให้มีคำว่า “ช่างมันเถิด” / “ดีหรือชั่ว ก็ช่างมันเถิด” เกิดขึ้นในตัวของลูกเลย
อย่าเอาความสุขอันจอมปลอม ความสุขอันน้อยนิด เล็กน้อยที่มาหลอกเรานั้น -- มาทำให้เราต้องมืดบอดเพราะมันเลย…
ลูกทั้งหลาย.. -- จงกระทำอย่างนี้ เช่นนี้เถิด เพื่อความสุขของดวงจิตลูกนั้นเอง --
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 23, 2015, 08:44:07 pm โดย thanapanyo »