ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1252 จิตกับความคิดปรุงแต่ง  (อ่าน 1722 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-1252 จิตกับความคิดปรุงแต่ง
« เมื่อ: กรกฎาคม 01, 2015, 07:32:21 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 1 กรกฎาคม 2558
ตอนที่ 74 **จิตกับความคิดปรุงแต่ง**
พระยาธรรมิกราชได้เข้าเฝ้าต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า สมณโคดม พระองค์ท่านได้แสดงธรรมกลับมา ดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ในตัวของเรานี้ บางทีเราก็จะรู้สึกว่า มี 2 คน อยู่ในเรา ทุกๆคนก็จะรู้สึกอยู่อย่างนั้น
จิตกับใคร// ใครกับจิต ที่คอยแย่งกัน
อีกคนหนึ่งคอยแต่จะสั่งให้เราทำอย่างนั้น อย่างนี้ ควบคุมให้เราเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ตามความคิดอันนั้น
อีกคนหนึ่งคอยแต่จะห้าม-- แต่บางครั้ง คนที่ห้าม ไม่ชนะคนที่สั่งเลย --
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงหลับตาเบาๆ แล้วพิจารณาตามนี้เถิดลูก…
จิตของเรานั้น …
คือ คนที่อยู่ข้างใน
คือ คนที่เวียนว่ายตายเกิด
คือ คนที่ไม่เคยดับเลย
แต่เขาเวียนตายเวียนเกิด ไม่จบไม่สิ้น เพราะเขายังแพ้คนที่สั่ง
และคนที่สั่งนั้น ยังครอบงำเขาอยู่ ควบคุมเขาอยู่ เขาจึงยังต้องตกเป็นทาสของสิ่งที่โดนสั่งนั้น ตลอด
จึงต้องมาเกิดเป็นเรา / ชดใช้กรรม ตามสิ่งที่โดนสั่ง
จึงต้องมี “เรา” มีแล้วมีเล่า ไม่จบไม่สิ้น
เขา คือ *จิตของเรา*
ทีนี้เรามารู้จัก กับอีกคนที่เรียกว่า “เรา” เหมือนกัน
อีกคนที่เรียกว่า “เรา” นั้น คือ ความคิดปรุงแต่ง คือ
**ความรู้สึก ความรับรู้ที่อยู่ในกายเนื้อของเรานี้**
บางครั้งเราก็รู้สึกว่า อย่างนั้น คิดว่าอย่างนี้ ความคิดปรุงแต่ง บวกกับความรู้สึก กลายมาเป็นอีกคนหนึ่งของเรา
เลยมีอีกคนที่คอยสั่ง คอยบอกเรา คอยเพ้อฝัน คอยบอกเรื่องนั้น คอยบอกเรื่องนี้
คิดวุ่นวาย ว้าวุ่น ทำให้เราผู้ซึ่งเป็นจิตนั้น เป็นทุกข์
บางครั้งเรา อาจจะคิดว่า ทำไมต้องคิดด้วย คิดไปทำไม !
แต่จิตของเราไม่สามารถชนะความคิดปรุงแต่ง / สิ่งวุ่นวายเหล่านั้นได้
- เพราะว่ามันยังมีอำนาจมากกว่าจิตของเรา
- เพราะว่าจิตของเราพ่ายแพ้ต่อมัน
... จึงยอมให้มันชี้สั่ง ทำตามใจของมัน จนเรานั้น-- ต้องพลอยตามทุกข์ / ต้องพลอยตามเจ็บปวดเพราะมัน
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. บุคคลผู้ใดที่สามารถยกจิตแห่งตน ให้มีพลังเหนือความคิดปรุงแต่งเหล่านั้น
จิตดวงนั้นเขาก็จะสงบ เพราะเขาสามารถเอาชนะความรู้สึกว่า จะต้องอย่างนั้น// ความรู้สึกว่า จะต้องอย่างนี้
> ความคิดปรุงแต่งต่างๆ เหล่านั้น เขาสามารถเอาชนะได้
< เมื่อเขาสามารถเอาชนะความคิดปรุงแต่งเหล่านั้นได้-- เขาก็เป็นสุข สงบ >
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงใช้เวลาสั้นๆ ใช้เวลาสักนิดนึง ที่มีอยู่ นั่งภาวนา สงบจิตใจของตน
... เอาความคิดปรุงแต่ง ความคิดทั้งหลายเหล่านั้น ทิ้งไป.. > แล้วอยู่กับปัจจุบันเถิดลูก
ฝึกฝนตนนั้นให้มีพลังของจิตมาก เพิ่มขึ้นๆ เรื่อยๆ จนกว่าจิตนั้นจะมีพลัง เหนือความคิดปรุงแต่งทั้งหลายเหล่านั้น
< จิตนั้นจะมีพลังเหนือกว่า สิ่งที่ตนรู้สึกเหล่านั้น >
จงเอาจิตให้ชนะความคิดปรุงแต่ง ความรู้สึกทั้งหลายด้วยการเติมพลังให้แก่จิต เถิดลูก ..
แล้วลูกนั้นจะชนะทุกสิ่งทุกอย่าง ที่มันคอยสั่งให้เราเป็นอย่างนั้นบ้าง ทำอย่างนี้บ้าง
++ ให้เราทุกข์ใจ เรื่องนั้นบ้าง เรื่องนี้บ้าง
++ ทำให้เรานั้นต้องพลอยไปทำให้อะไรผิดๆ
++ ทำให้เรานั้นต้องเกิดมาชดใช้กรรมเพราะมัน
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. คนที่จิตมีพลังเหนือความคิดปรุงแต่งนั้น เขาย่อมควบคุมได้ว่า ไม่ต้องทำเช่นนั้น เช่นนี้ ไม่ต้องทำในสิ่งที่ไม่ดี
ถ้าเกิดว่า ความคิดปรุงแต่งของเขา สั่งว่าให้ทำอย่างนั้นปุ๊บ
> จิตของเขาก็จะสั่งหยุดทำทันที เพราะจิตเป็นนาย จิตเป็นตัวรู้แล้ว และสั่งให้เป็นอย่างนั้น ตามใจของจิต
แต่ถ้าเกิดว่าเรายังปล่อยให้ความคิดปรุงแต่ง ความรู้สึกเป็นนายตลอด
บางทีเหมือนมี 2 ตัว อยู่ในกายเดียวกัน
-- อีกคนหนึ่งบอกว่าทำสิ ทำสิ่งนี้สิ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ดี
-- แต่อีกคนหนึ่งบอกว่า มันเป็นสิ่งไม่ดีนะ อย่าทำ
แต่ตัวที่บอกให้ทำนั้น มีพลังมากกว่า > ท้ายที่สุดตนก็แพ้คำว่า “อย่าทำ”
คำว่า “อย่าทำ” ก็ไม่มีอำนาจอะไรแก่ตน
ตนจึงไปทำอะไรที่ผิดอีกแล้ว พลาดอีกแล้ว -- เพราะว่า ตนที่เป็นจิตนั้น มีพลังน้อยกว่า
บางคน แทบไม่เคยมีการเติมพลังให้แก่จิตเลย ...
... จิตดวงนั้น ก็จะถูกความคิดปรุงแต่ง ความลุ่มหลง ถูกสิ่งที่เป็นสิ่งภายนอก ครอบงำทั้งหมด
... จนจิตดวงนั้น แทบจะไม่มีความเป็นจิตหลงเหลืออยู่เลย
มีแต่สิ่งไม่ดี คือ กิเลสตัณหา ครอบงำอยู่...
< จิตดวงนั้น เขาจึงเหมือนคนที่มืดบอด แยกผิดชอบชั่วดีไม่ได้ >
จึงทำไปตามความคิดปรุงแต่งของเขา คิดได้ยังไงก็ทำอย่างนั้น / อยากทำอะไรก็ทำอย่างนั้น
ไม่รู้ผิด รู้ถูก ไม่สนใจเลย ...
คนในแบบนั้น ก็ย่อมเจอแต่กับความทุกข์ และชีวิตของเขา ไม่มีทางเจอกับแสงสว่างเลย
เพราะเขาจมอยู่ใต้อำนาจของความคิดปรุงแต่งนั้นตลอดเวลา
-- ชีวิตของเขานั้น มีแต่ความเร่าร้อนไม่เป็นสุขเลย --
ลูกเอ๋ย.. จงหมั่นฝึกตน แยกออกจากกาย ให้ได้เถิดลูก
จิตของเรานี้ ให้สงบอยู่ - นิ่งอยู่ เพื่อเติมพลังให้แก่จิต
จิตให้มีพลังสั่งกาย สั่งความคิดปรุงแต่ง ความรู้สึกอย่างนั้นหรืออย่างนี้ของเราให้ได้
ถ้าเรารู้สึกอยากจะโต้ตอบ คนที่ด่าว่าเรา
แต่ถ้าจิตเรามีพลังเหนือมัน
จิตเราก็จะสยบมันไว้ ให้มันนิ่ง ไม่ให้ไปปรุงแต่งในทางใดทางหนึ่ง และโต้ตอบทำสิ่งที่ไม่ดี
เราจงฝึกจิตของเราให้มีพลังมาก มากขึ้นมาเรื่อยๆ-- จนกว่าเราจะเอาชนะมันได้ ควบคุมมันได้
/ ไม่ให้มันฟุ้งซ่าน
/ ไม่ให้มันคิดมาก
/ ไม่ให้มันสร้างเหตุของทุกข์
/ และไม่ทุกข์เพราะมัน
-- เมื่อเราฝึกฝนจิตของตนจนเป็นเช่นนี้ ได้อย่างนี้ เราจึงจะเป็นผู้ชนะ --
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การฝึกจิตให้ได้ คือ การรู้ ระลึกอยู่กับปัจจุบัน พยายามฝึกให้เรารู้ว่า ตอนนี้เราทำอะไรอยู่
ให้มีสติอยู่กับปัจจุบัน เมื่อเราระลึกรู้ รู้ว่าเราทำอะไรอยู่บ้าง/ อยู่ตลอด ...
-- จิตของเราก็จะนิ่งอยู่กับปัจจุบัน ไม่ไปวุ่นวายอยู่กับอดีต --
การที่ไปวุ่นวายอยู่กับอดีต นั่นก็คือ การข้องเกี่ยว ข้องกับความคิดปรุงแต่งที่ฟุ้งซ่าน
การที่เราไปวุ่นวายกับอนาคต นั่นก็คือ การข้องแวะ ข้องเกี่ยว กับความคิดฟุ้งซ่าน /กับความคิดที่ทำให้เรานั้นปรุงแต่งไปในทางใดทางหนึ่ง -- ทำให้เรานั้นว้าวุ่น วุ่นวาย
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ฉะนั้น จงรู้ตัวอยู่ตลอดเถิดลูก ว่าตอนนี้เราทำอะไรอยู่ คิดมากเกินไปแล้วนะ
ดึงความคิดของตนกลับมา ไม่ว่าจะคิดไปในทางใดก็ตาม พยายามดึงตนให้อยู่กับปัจจุบัน
ยกมือ ก็ให้รู้ว่ายกมือ / ยกขา ก็ให้รู้ว่ายกขา
เกาหัว จับหู หลับตา ลืมตา ก็ให้ระลึกรู้อยู่เสมอว่า “ทำอะไรอยู่”
เมื่อจิตอยู่กับตัวแล้ว ไม่ฟุ้งซ่านไปทางใดทางหนึ่งแล้ว ก็ฝึกกรรมฐาน นั่งสมาธิ ดูลมหายใจเข้าออก นั่งกรรมฐานตามกองใดสักกองหนึ่ง ที่เราชอบ ที่เราฝึกแล้ว รู้สึกว่าเข้าถึงได้ง่าย เพื่อเติมพลังให้แก่จิตของเรา เพื่อจิตของเรานั้นจะได้ชนะมันเสีย
2 คนที่อยู่ในกายของเรานี้ จะได้รวมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน...
- มันจะได้ไม่ตีกัน
- มันจะได้ไม่ขัดแย้งกัน
- มันจะได้ไม่นำพาเรา เป็นทุกข์แล้วทุกข์เล่า.. ทุกข์แล้วทุกข์อีก
< จงรวมจิต ให้อยู่เหนือกาย และเรานั้นจะได้เป็นผู้สงบอย่างแท้จริง >
เพราะความทุกข์ของจิตทั้งหลาย ที่ยังไม่หลุดพ้นจากการเวียนว่ายตายเกิดนั้น
... เพราะว่าเขายังเป็นทาสของความคิดปรุงแต่งเหล่านี้ ...
ไม่ว่าจะเป็นเทวดา- จะเป็นมนุษย์- จะเป็นใครก็ตาม
ก็จะมีความคิดปรุงแต่งเหล่านี้ อยู่ในตัวของเขา ซึ่งมันไม่ใช่เรา ไม่ใช่ของเรา
เราที่แท้จริง คือ *จิต* เท่านั้น.. ลูกเอ๋ย
และจิตนั้น ก็สามารถสงบได้
จิตนั้น สามารถสะอาด และบริสุทธิ์ได้
หากเรา ลอกเอาสิ่งที่ไม่ดีออก คือ ความคิดปรุงแต่ง-- ปรุงไปทางนั้นทางนี้
.. เราลอกมันออก โดยที่เราไม่ต้องการมันอีก
.. ชีวิตของเราย่อมพบกับความสุขสงบได้
จงอยู่กับปัจจุบันเถิดลูก
จงฝึกฝนจิตให้มีพลังเหนือสรรพสิ่งเถิดลูก
-- แล้วลูกนั้น จะเป็นผู้ชนะทุกสิ่งทุกอย่าง.. ตลอดไป --
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 17, 2016, 03:03:22 pm โดย thanapanyo »