ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1111 วิริยะบารมี  (อ่าน 1111 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-1111 วิริยะบารมี
« เมื่อ: พฤษภาคม 26, 2015, 06:54:51 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 26 พฤษภาคม 2558
ตอนที่ 39 **วิริยะบารมี**
ในเช้าของวันนี้ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระบิดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น พระองค์ท่านได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกลับมา กับพวกเราทั้งหลาย ดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การที่คนเราเกิดมาครั้งหนึ่ง หากว่าเรานั้นขาดความเพียร.. เราย่อมไม่มีโอกาสที่จะทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งสำเร็จ เป็นแน่แท้
ฉะนั้นลูกทั้งหลาย.. การเกิดมาแล้วครั้งหนึ่ง-- จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่เราควรจะมีความเพียรอยู่ในตัวของเราเอง
บุคคลผู้ใดที่ขาดความเพียร ย่อมขาดทุกสิ่งทุกอย่างในชีวิต อยู่กับใคร อยู่ที่ไหน ก็ไม่มีใครรัก ไม่มีใครชอบ จะทำอะไรก็ไม่ก่อเกิดความสำเร็จเลย ชีวิตมีแต่ความล้มเหลว ชีวิตไม่มีทางที่จะเดินต่อไปได้
-- ความเพียรเป็นสิ่งที่ทำให้เราได้รับความสำเร็จ ในสิ่งที่จะทำทุกสิ่งทุกอย่าง --
การที่เรามีความเพียรอยู่ในตัวของเรานั้น แม้เรื่องยากที่ไม่อาจเป็นไปได้ ก็สามารถที่จะเป็นไปได้
ในที่สุด..เราย่อมได้รับความสำเร็จ เพราะความเพียรของเรา
การที่เราไม่มีความเพียรอยู่ในตนนั้น ถึงแม้จะดูว่า เรื่องนั้นเป็นสิ่งง่ายๆ แต่เราไม่ทำ ไม่มีความเพียรพยายามอยู่ในตัวของเรา เรื่องง่ายๆ ก็ยังไม่สามารถก่อเกิดได้
คนเราเกิดมา จึงไม่ควรละความเพียร จึงควรที่จะมีความเพียรนั้นอยู่ในตัวของเราเสมอ ...
หากเราจะทำอะไรสักสิ่งสักอย่างแล้ว > เราจึงจะได้รับความสำเร็จ
บุคคลผู้หนึ่ง ไปปลูกข้าวไว้อีกที่หนึ่ง แต่ปลูกด้วยความขี้เกียจ ปลูกไปอย่างนั้น
บางทีก็ปลูก / บางทีก็หว่าน มันก็เลยขึ้นไม่สวย ..
เมื่อมันขึ้นแล้ว ก็ขี้เกียจ ไม่ยอมไปดูแล
เมื่อครั้งข้าวถึงเวลาออกดอกออกผล -- ก็ย่อมไม่สวยงาม ไม่ดีเท่าที่ควร
แต่บุคคลผู้ใดที่ทำอะไรไปแล้ว ทำด้วยความเพียรพยายาม ขยันขันแข็ง ตั้งอกตั้งใจทำ
... ทำอย่างดี และดูแลอย่างดี
เมื่อครั้งถึงเวลา ทุกสิ่งทุกอย่างก็ย่อมเป็นไปในทางที่ดี..
-- ข้าวที่ปลูกไว้ ย่อมเจริญงอกงาม งอกเงยตามเหตุที่ดีของมัน --
ถึงแม้ว่าเราจะเป็นคนโชคดีขนาดไหน แต่หากว่าเรานั้น“ขี้เกียจ” ไม่มีความเพียรอยู่ในตนเอง ชีวิตย่อมเจอแต่กับความล้มเหลว ย่อมไม่มีสิ่งใดที่ดีบังเกิดขึ้นกับตน
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การที่เราปรารถนาที่จะได้รับความสำเร็จในทางธรรม ปรารถนาที่จะได้รับความพ้นทุกข์ ไปสู่ทางพ้นทุกข์นั้น-- ก็เช่นเดียวกัน
หากว่าเราปรารถนา แต่ไม่มีความเพียรพยายาม ขยันขันแข็งที่จะสวดมนต์ นั่งสมาธิ ทำทาน สร้างบารมี
หากว่าเราไม่มีความเพียร ความสำเร็จ ที่จะก่อเกิดขึ้นในเรานั้น ย่อมไม่มี
< การที่เราต้องการจะทำอะไรสักสิ่งสักอย่างแล้ว -- ย่อมแน่นอนว่า ขาด *ความเพียร*ไปไม่ได้ >
ฉะนั้น หากลูกทั้งหลายเป็นผู้ที่ปรารถนาจะประพฤติ ปฏิบัติ หาทางพ้นทุกข์ให้แก่ตนเอง.. จงอย่าขาดความเพียร
เช้ามา.. ให้จิตใจของเราสะอาด บริสุทธิ์ พิจารณาข้อธรรมที่เราควรจะนำมาพิจารณาในวันนั้น..
ตื่นขึ้นมา รู้สึกตัวขึ้นมา ต้องคิดแล้วว่าชีวิตนี้ไม่มีความเที่ยงแท้
เราจะเร่งรีบไปสร้างคุณงามความดี สร้างสิ่งที่ดีที่ให้ก่อเกิดประโยชน์ให้แก่จิตของเรา จิตของเรานึกถึงความดี ลุกขึ้นมา รีบไปแสวงหาทางที่เป็นสิ่งที่ดีให้แก่ตน มีความเพียร ความขยันขันแข็ง นั่งสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม
และเมื่อเวลาเสร็จจากนั้น ก็ไปประกอบกิจการงานที่เรานั้นยังมีหน้าที่ที่จะทำ .. เราก็ทำทุกสิ่งทุกอย่าง
- ด้วยความขยันขันแข็ง
- ด้วยความเพียร
- ทำไปด้วยความสุข
- ทำไปด้วยการเอาใจใส่ในสิ่งที่ทำ
< ทางพ้นทุกข์ ย่อมอยู่ไม่ไกลจากเรา.. ถ้าเรามีความเพียรพยายามแล้วนั้น >
แต่หากว่าเราอยากจะสำเร็จธรรม อยากจะเป็นคนที่พ้นจากความทุกข์ ..
แต่ว่าเราไม่เคยทำอะไรที่ก่อเกิดความดี หรืออาจจะเคย แต่ก็ทำไปอย่างขี้เกียจๆนั้น ..
... ย่อมไม่ปรากฏผลที่ดี เป็นแน่แท้
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การสวดมนต์ก็เช่นเดียวกัน ถ้าสวดไปแบบขี้เกียจ สวดไป เมื่อไหร่จะจบสักที
สวดไปอย่างนั้น สวดไปเรื่อยๆ สวดเพื่อไม่โดนดุ สวดเพื่อไม่โดนว่า -- เช่นนั้นก็ไม่ได้อะไร
ฉะนั้น.. การที่เราทำอะไรทุกสิ่งทุกอย่าง จะเกิดผลหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับ *ความเพียร*
-- ความเพียรจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ --
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บุคคลที่ปรารถนาจะพบกับความพ้นทุกข์แล้ว ก็ยิ่งต้อง ”มีความเพียรนั้นอย่างมาก”
ต้องมีความเพียรในการประพฤติดี ปฏิบัติดี สร้างคุณงามความดี
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. วันนี้ ได้คุยธรรมะเกี่ยวกับเรื่องความเพียร
คนเราเกิดมา หากมีความเพียรพยายามแล้ว...
เรื่องยากก็จะเป็นเรื่องง่าย
เรื่องที่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ก็จะเป็นไปได้
เรื่องที่เราปรารถนาที่จะให้เป็นเช่นไร ก็จะเป็นเช่นนั้นเอง ..
แต่หากว่าเรานั้นเกิดมา มีแต่ความขี้เกียจอยู่ในตนเอง ไม่มีความเพียรที่จะทำอะไรเลย
ถึงแม้เราจะปรารถนาให้เป็นเช่นนั้น หรือเช่นนี้.. ความปรารถนานั้น ย่อมเจอแต่กับความล้มเหลว
ลูกทั้งหลาย.. หากวันนี้ลูกเป็นบุคคลผู้หนึ่งที่จะเดินทางสู่ทางพ้นทุกข์ จงสร้างความเพียรให้เกิดขึ้นอยู่ในจิตในใจของลูกเถิด และทำทุกสิ่งทุกอย่างด้วยความเพียร.. ทำทุกสิ่งทุกอย่างจึงจะสำเร็จ ลุล่วงตามที่ต้องการ
เมื่อสำเร็จแล้ว ผลก็จะได้ออกมาดี ด้วย*ความเพียร*นั้น
เป็นสิ่งที่จิตที่ต้องการจะสำเร็จในสิ่งที่ใดสิ่งหนึ่ง -- ไม่ควรละความเพียรนั้น
แม้แต่เรื่องทางโลก เรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องทางธรรม-- ที่ปรารถนาจะเข้าถึงทางพ้นทุกข์ ก็เช่นเดียวกัน
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ก่อนที่จะบรรลุ สำเร็จเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น.. ต้องสั่งสมความเพียรมามากในภพ ในชาติ รวมถึงชาติปัจจุบันที่มาตรัสรู้นั้น ก็ยังต้องใช้ความเพียรพยายามในทุกๆการกระทำ / ทุกๆการแสวงหา -- จึงจะพบกับทางพ้นทุกข์
บุคคลผู้ใดก็ตามที่จะสำเร็จเป็นพระอรหันต์ ที่จะสำเร็จปรินิพพานได้ ก็ต้องใช้ ความเพียร // ความขยันขันแข็ง ในการสร้างคุณงามความดี
ฉะนั้น ลูกทั้งหลายก็เช่นเดียวกัน จงทำสิ่งที่ดี ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจ ขยันขันแข็งเถิดลูก..
แล้วชีวิตของลูกนั้น ย่อมได้รับความสำเร็จ ..
< เพราะความเพียร เป็นสิ่งที่จะนำมาด้วยความสำเร็จ ในสิ่งที่ปรารถนาทุกอย่าง >
** จงอย่าให้มีความขี้เกียจ จงอย่าให้ขาดความเพียรในตนเองเลย.. เพราะนั่นคือ สิ่งที่จะนำมาซึ่งความล้มเหลว ในทุกอย่างที่ทำ **
-- เพื่อลูกนั้นจะได้พบกับความพ้นทุกข์ อย่างแท้จริง --
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤษภาคม 26, 2015, 08:38:42 pm โดย thanapanyo »