ผู้เขียน หัวข้อ: Rec_0974 ความทุกข์จากการเกิด  (อ่าน 1197 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec_0974 ความทุกข์จากการเกิด
« เมื่อ: เมษายน 18, 2015, 07:34:31 am »




ธรรมะเปิดโลก วันที่ 18 เมษายน 2558
ตอนที่ 1 **ความทุกข์จากการเกิด**
ในวันนี้ พระองค์ท่านได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกลับมา กับพวกเราทั้งหลาย ดังนี้ว่า
- - - -
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. ร่างกายที่เป็นกายของเรา ที่เรียกว่า “เรา” ยึดติดว่าเป็นตัวตนของเรานั้น
แท้ที่จริงแล้วซ่อนเหตุของทุกข์เอาไว้ให้กับเรา เยอะแยะมากมาย ทั้งที่จริงๆ แล้ว จิตทุกดวง ก็ไม่ได้มีความจำเป็นอะไรที่จะต้องมีร่างกายนี้ไว้ เพื่อสิ่งใด
กายก็อยู่ส่วนของกาย อยู่คู่กับโลก
*จิต ก็อยู่ส่วนของจิต เป็นผู้มีอิสระ สง่า และงดงาม *
จิตนั้นมาอยู่ปนเปื้อนกับกาย และลุ่มหลงอยู่ในร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกายของเทพ เทวดา นางฟ้า เทพบุตร หรือเป็นกายของมนุษย์ก็ดี กายทิพย์ กายหยาบ กายต่างๆเหล่านั้น
-- จนทำให้จิตนั้นไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของตนเอง ก็เลยไปลุ่มหลงยึดติดอยู่กับสิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านั้น --
จนทำให้ตนนั้น ออกมาจากที่นั่นไม่ได้ และถูกร่างกายครอบงำเอาไว้ ให้เราต้องตกเป็นทาสของร่างกาย และเป็นทาสของทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เกี่ยวข้องกับร่างกาย
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. หากว่า ลูกนั้นยังไม่เข้าใจว่า การมีร่างกายทุกข์ยังไง / ทุกข์แบบไหน / หาความทุกข์ในร่างกายไม่เจอ -- จงพิจารณาตามนี้เถิดลูก
**การเกิด** คือ ทุกข์ที่ 1 ในร่างกายที่เรามีอยู่
การเกิดนั้น สร้างเหตุของทุกข์ให้แก่ผู้ที่เป็นแม่ของเรา
ตั้งแต่เราเริ่มกำเนิด ก่อเกิดอยู่ในท้อง ท่านต้องลำบากอุ้มท้อง ถึง 9 เดือน
บางทีก็แพ้ท้อง บางคนท้องแก่แล้วก็ยังต้องไปทำงาน อุ้มท้องใหญ่ๆที่มีเราอยู่นั่นแหละไปทำงาน
บางคนทำจนวันคลอดก็มี
> อันนั้น คือ ทุกข์จากการเกิด ที่เราได้ทำให้ผู้ที่เป็นแม่เป็นทุกข์ <
บางคน ก็ทุกข์แต่เฉพาะทางกาย
แม่บางคน ทุกข์ทั้งกาย ทั้งใจก็มี นอนก็ไม่หลับ / กินก็ไม่ได้ // คนเข้าใจ - คนที่จะดูแลช่วยเหลือ ก็ไม่มี
ฉะนั้น การเกิด จึงสร้างเหตุของทุกข์ให้แก่ผู้เป็นมารดา และการที่เราเกิดมาแล้วนี้ ก็ยังซ่อนความเจ็บปวดไว้ในการเกิดเยอะแยะมากมาย...
แต่บางคนอาจจะยังไม่เห็นความทุกข์เหล่านั้น // แต่บางคนก็อาจจะเห็นแล้วก็มี
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การเกิด เป็นเหตุที่ 1 ของความทุกข์
เกิดมาแล้วก็ต้องมี “กิน”
**การกิน** จึงเป็นเหตุของทุกข์ที่ตามมา ในข้อที่ 2
เกิดมาแล้ว ผู้เป็นแม่ เป็นพ่อ ก็ต้องแสวงหาทุกสิ่งทุกอย่าง มาไว้เตรียมให้กับเรา
หิวก็ทุกข์ อิ่มมากไปก็ทุกข์
กินเข้าไปเมื่อไหร่ก็ไม่พอสักที เท่าไหร่ก็ไม่หยุดสักที…
เกิดมา ก็กิน.. กินตั้งแต่อยู่ในท้อง ต้องมีอาหารของผู้เป็นมารดา เป็นแม่ คอยหล่อเลี้ยงดูแลทุกอย่าง
คลอดออกมา เราก็ต้องกินอีก กินตั้งแต่เกิด จนตาย // คนที่ยังไม่ตาย ล้วนแล้วแต่ต้องกินทั้งนั้น
และเรื่องกินนี้ก็เป็นเหตุของทุกข์ ที่ทำให้เราทุกคน ต้องดิ้นรนขวนขวาย ต้องแสวงหา ..
ตอนที่เป็นพ่อแม่ ก็ต้องแสวงหาให้ลูกกิน
ตอนที่โตมา เป็นพ่อแม่แล้ว ก็ต้องแสวงหาให้พ่อแม่ และให้ลูกกิน
... เป็นอยู่อย่างนั้น จนจบ จนตาย …
-- การกินจึงเป็นเหตุของทุกข์ ที่ทำให้เราต้องดิ้นรน ขวนขวาย แสวงหา --
เช้ามาก็ต้องหากิน สายมาก็ต้องหากิน เย็นมาก็ต้องหากิน
มีแต่เรื่องกิน.. กินแล้วเป็นยังไง ลูก
กินแล้วก็อิ่ม อิ่มแล้วก็ย่อย ย่อยแล้วก็ถ่ายออกมา
กินเข้าไปแล้ว ก็ต้องถ่ายออกมา
... เป็นอยู่อย่างนั้น กินอยู่อย่างนั้น…
คนเราเกิดมา 1 ครั้ง ชีวิต 1 ชีวิต.. กินของเข้าไปไม่รู้เท่าไหร่ กว่าจะโต กว่าจะแก่ กว่าจะตาย
กินแล้วเป็นยังไง ลูก
กินแล้วก็แค่โต แล้วก็แก่.. และที่สุดก็ตายไป
ทั้งที่ ทั้งชีวิตเหนื่อยทุกข์ยาก ลำบาก หาเรื่องกินทั้งนั้นเลย
คนหนึ่งคน อาจจะกินอาหารเข้าไปเป็นภูเขาก็มี เพราะตั้งแต่เกิด จนตาย
มื้อหนึ่งก็ข้าว 3 จานบ้าง 2 จานบ้าง ยังจะมีกับข้าวอีก- ไหนยังจะผลไม้- อาหารเสริม
สิ่งต่างๆที่เราปรุงแต่งไปตามความอยาก ฮิตไปตามนิยม / ไปตามสังคมอีก / ตามหน้าตา เกียรติยศ อีก
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การกิน จึงเป็นเหตุข้อที่ 2 ที่ทำให้ร่างกายของเรา หรือ ทำให้เราเป็นทุกข์
ที่เป็นทุกข์ที่อยู่ใน “ร่างกาย” เรา
** ข้อที่ 3 ที่ทำให้เราเป็นทุกข์ ในการมี “ร่างกาย”**
การที่เรามีร่างกาย นอกเหนือจากการกินแล้ว > เราก็ยังจะมีสิ่งต่างๆทั้งหลาย ที่เป็นสิ่งภายนอก
ที่เป็นสิ่งปรุงแต่ง
/ เพื่อให้ดูดี
/ เพื่อให้ดูเด่น ดูสง่า งดงาม เพียบพร้อม
ได้แก่ เครื่องตกแต่งร่างกาย เสื้อผ้า เครื่องนุ่งห่ม สิ่งต่างๆเหล่านั้น
- ต้องสวยเหมือนคนอื่น
- ต้องดีกว่าคนอื่น
- ต้องตามยุค ตามสมัย
... ต้องไปดิ้นรน ขวนขวาย แสวงหามา กว่าจะมีเครื่องนุ่งห่ม ที่ดี ก็ทุกข์ / ไม่ดี ก็ทุกข์
ทุกข์ไป เพราะว่า ต้องอึดอัดบ้าง ที่ต้องใส่แบบนั้น แบบนี้
ต้องเป็นอย่างนั้น อย่างนี้
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การสวมใส่เสื้อผ้า เครื่องประดับ ตกแต่งร่างกาย สิ่งต่างๆเหล่านี้ ก็ทำให้เราเหนื่อย..
เหนื่อยที่ต้องไปหาเงินหาทองมา เพื่อสิ่งเหล่านี้มา ...
// เชื่อมต่อไปสู่การทำให้เราลุ่มหลงไปอยู่ในทรัพย์สิน สมบัติ ซึ่งเป็นเงิน หรือเป็นทรัพย์สินทางโลก
ทำให้เราลุ่มหลงกับสิ่งเหล่านั้น จนต้องดิ้นรนขวนขวาย เพื่อให้เราเป็นคนมีเงิน
ถ้าเป็นคนมีเงิน ก็จะได้มีหน้ามีตาในสังคม มีสิ่งที่ดีกว่าคนอื่น และการลุ่มหลงอยู่ในทรัพย์สินเงินทองเหล่านี้
มีก็ทำให้เป็นทุกข์ ต้องดิ้นรนขวนขวาย พอไม่มี ก็ทำให้เป็นทุกข์อีก
การดิ้นรน ขวนขวายนั้น ก็ทำให้เป็นทุกข์ ..
พอมีเยอะมาก มีขึ้นมา ก็ทำให้เป็นทุกข์อีก เพราะเงินเหล่านี้ นำไปทำในสิ่งที่ผิด
เบียดเบียนต่อคนนั้นบ้าง คนนี้บ้าง
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. นอกเหนือจากลุ่มหลงในเงินทองแล้ว ก็ยังจะมียศถาบรรดาศักดิ์ คำนินทา สรรเสริญ
ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งต่างๆทั้งหลาย ที่เป็นองค์ประกอบปรุงแต่งร่างกาย เพื่อให้เราดูดี ดูเด่น กว่าคนอื่น
สิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านี้ เมื่อไม่ได้มา ก็เป็นทุกข์
-- ทุกข์เพราะว่าไม่มี
-- เมื่อได้มา ก็เป็นทุกข์.. ทุกข์ เพราะว่าต้องรักษาให้คงอยู่
-- ทุกข์เพราะว่าต้องหาเติม หาเพิ่มขึ้นไปเรื่อยๆ อีก
> มันจึงเป็นเหตุของทุกข์ ที่มีอยู่ใน”ร่างกายเรา” ...
ต่อไป **ทุกข์ เพราะว่า มีคู่ครอง**
คือ เมื่อเติบโตมาแล้ว
/ ก็ต้องแสวงหาคนที่รัก ที่พอใจ
/ ต้องไปเอาคนนั้นมารักเราบ้าง
/ ต้องไปรักคนนั้นบ้าง
... เป็นอยู่อย่างนั้น..
< และความรัก เป็นสิ่งที่ทำร้าย ทำลายเรา ทำให้เราลุ่มหลง ตกเป็นทาสของมัน >
บางคน ทั้งชีวิต เสียใจตลอด เป็นทุกข์ตลอด เพราะคนรัก
บางคน ก็ต้องฆ่าตัวตาย เพราะความรัก
บางคน ละเมิด ผิดศีล เบียดเบียนสร้างกรรม เพราะเรื่องความรัก
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การที่เราแสวงหาคู่ครองนั้น ก็เป็นทุกข์ เมื่อได้คู่ครองมาแล้ว ก็ต้องมีความทุกข์ เพราะเรามีหน้าที่ ที่ต้องดูแลเขา
ความทุกข์ต่อไป ก็มี *หน้าที่อีก **
หน้าที่ของความเป็นสามี หน้าที่ของภรรยา ของลูกสะใภ้ ลูกเขย ของพ่อ ของแม่
หน้าที่ของลูก มีเยอะแยะมากมาย ที่ทำให้เรานั้น ต้องเป็นทุกข์
บางคนอยากจะเป็นอิสระ เหนื่อยมากกับหน้าที่ที่ต้องทำ
- หน้าที่ในสังคม
- หน้าที่ ในที่ทำงาน
- หน้าที่ในครอบครัว / ส่วนตัว เยอะแยะมากมาย
< หน้าที่ จึงเป็นทุกข์ที่อยู่ในร่างกายของเรา อีกทุกข์หนึ่ง >
บางคน ทุกข์เพราะหน้าที่มาก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ นั่นจึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่อยู่ในร่างกายของเรา
ต่อไป **ทุกข์ที่ต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ / ทุกข์เพราะว่าไม่ต้องการสิ่งนั้นสิ่งนี้ **
สิ่งต่างๆ ทั้งหลายที่เข้ามาในชีวิตของเรา ..
บางสิ่งเราต้องการมีมาก เราจึงเป็นทุกข์
บางสิ่งเราไม่ต้องการให้มันเกิดขึ้น กับชีวิตของเราเลย
เราก็เลยเป็นทุกข์อีก..
> ทุกข์ เพราะสิ่งที่ชอบ ที่ถูกใจ..ไม่มี
> ทุกข์ เพราะว่า สิ่งที่ชอบ ที่ถูกใจ.. จะดับ จะเสื่อมหายไป
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การต้องการ และไม่ต้องการนั้น ก็จึงเป็นเหตุของทุกข์ที่อยู่ในร่างกายเราอีก
ต่อไป ** ทุกข์เพราะการแก่**
เราแก่ชราแล้ว ก็เหนื่อยล้า ลากร่างกายนี้ไป
แก่แล้ว แต่มันก็ไม่ตายสักที
บางคน อยากจะตายแล้ว แต่ไม่ตาย ก็เลยทำให้เป็นทุกข์
เพราะร่างกายนี้แก่.. แก่แล้วก็เสื่อม.. เสื่อมแล้วก็โทรม
โทรมแล้วก็เหนื่อย ก็ล้า ลากมันไปอยู่อย่างนั้น -- แต่มันก็ไม่ดับ ไม่ตายซักที
< อันนี้ก็คือ ทุกข์เพราะแก่ >
บางคนแก่แล้ว ก็ไม่อยากแก่ แต่ยอมรับในความแก่ไม่ได้ > ก็เป็นทุกข์ ทุกข์เพราะแก่
บางคนแก่แล้ว ไม่มีคนดูแล ไม่มีคนเอาใจใส่ ไม่มีคนช่วยเหลือ > ก็ทุกข์ ทุกข์เพราะแก่
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การแก่ ก็จึงเป็นอีกสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เราผู้ที่มีร่างกายเป็นทุกข์ และทุกข์อยู่ในกายนั้น
**การเจ็บป่วย**
การเจ็บป่วยนั้น ทำให้เราทุกข์ทรมานมาก ทั้งที่เราไม่มีใครเลยที่อยากจะเจ็บป่วย ..
แต่เป็นสิ่งที่เราทั้งหลาย ไม่สามารถที่จะห้ามไม่ให้มันป่วยได้ เพราะมันเป็นทุกข์ที่อยู่ในร่างกาย
บางคน เจ็บป่วย ทุกข์ทรมานมาก จึงคิดว่าน่าจะตายไปซะ จะได้ไม่ต้องเจ็บอีก
บางคน ทุกข์ทรมานอย่างนั้น แต่ก็ไม่ตายตามที่เราปรารถนา
บางคน เจ็บแล้วก็อยากให้หาย เป็นอยู่อย่างนั้น ทุกข์อยู่เช่นนั้น
แต่ถ้าถึงยังไม่ถึงเวลาตายของเรา มันก็ยังไม่ตาย จึงต้องลากร่างกายอันเจ็บป่วยไว้อย่างนั้น
ทุกข์อยู่อย่างนั้น อยู่กับมัน.. ไม่จบไม่สิ้น
อันนี้ก็คือ “การเจ็บ ทุกข์เพราะการเจ็บป่วย ไม่ใช่แต่เพียงแค่เราที่ทุกข์...
.. คนที่อยู่รอบข้างเรา ก็เป็นทุกข์เช่นกัน
ถ้าเราเจ็บป่วย เขาก็แสวงหาสิ่งนั้น สิ่งนี้มาให้
คอยเป็นห่วง ทำให้ผู้อื่นทุกข์ -- ทำให้เราทุกข์
ต่อไป *การตาย*
การตาย ก็ทำให้เราทุกคน เป็นทุกข์ เพราะว่า คนเราส่วนใหญ่แล้ว เกิดมาก็จะไม่อยากตาย..
-- แต่ถึงยังไง ทุกคนก็ต้องตาย –
< การตาย คือ การพลัดพรากจาก >
ถ้าเราไม่ทุกข์ ก็ทำให้ผู้อื่นทุกข์
การตาย คือ ทำให้เราต้องทิ้งทุกอย่างไว้บนโลกนี้
คนที่ตาย คือ คนที่จะทุกข์ทรมาน จากการที่จะต้องพลัดพรากจากไปนั้นมาก...
> ความตายก็เป็นเหตุของทุกข์…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ รวมกันมาแล้ว จึงเป็นทุกข์ ที่มีอยู่ในร่างกาย
ทุกข์เพราะเกิด
เกิดแล้วก็ต้องกิน
กินแล้ว ก็ต้องมีสิ่งปรุงแต่งต่างๆ
ต้องมีครอบครัว เมื่อมีครอบครัว ก็ต้องมีหน้าที่
มีหน้าที่แล้ว และยังมีสิ่งที่ต้องการ และไม่ต้องการ
มีการเกิด การเจ็บ และการตาย.. สิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านี้ มีอยู่ในการมี *ร่างกาย*
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การมีร่างกาย จึงรวมมาเป็น”นรกน้อยๆ” ที่คลุมจิตเราไว้ เพราะว่าเรา ต้องตกอยู่ในนรกที่เรียกว่า “ร่างกาย” อันนี้ และมีความทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ ครอบเราไว้เพื่อให้เราตกเป็นทาสของมัน
บุคคลที่หมั่นพิจารณา จนรู้เช่นนี้ อย่างนี้แล้วว่า ร่างกายเขามีอยู่คู่กับโลก
เขามีเป็นของเขา
เขาอยู่ของเขา
และทุกข์ทั้งหลายเหล่านี้ ก็อยู่ในเขา
ถ้าเราไปอยู่ในเขา เราก็จะทุกข์ เพราะเขา // ถ้าเราไม่ต้องมีเขาแล้ว ต่อจากนี้ไป เราก็ไม่ต้องทุกข์เพราะเขาแล้ว
ผู้ใดที่พิจารณา จนเห็นชัดแจ้งเช่นนี้แล้ว ผู้นั้น ก็จะไม่ปรารถนา ที่จะมีมันอีกต่อไป เพราะมัน คือ เหตุของทุกข์
บุคคลผู้นั้น เขาย่อมหาทางดับทุกข์
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. การมีร่างกายก็เป็นทุกข์เช่นนี้แหละลูก เพราะเขามีอยู่ในตัวของเขา จึงไม่ควรเกิดอีก เพราะตราบใดก็ตาม ที่เรายังเกิดอีก เราก็ยังมีสิ่งเหล่านี้อยู่ในร่างกาย
และอย่าลืมว่า สิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านี้ “ไม่ใช่เรา –ไม่ใช่ของของเรา -ไม่ใช่ตัวใช่ตนของเรา “
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงพิจารณาให้แจ่มแจ้ง ถอดถอนมันออกจากเรา เสียเถิด
ปล่อยวาง / ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมดาของเขา อย่าทุกข์เพราะเขาเลย
ยกจิตออก.. แล้ววันหนึ่งเราก็จะเป็นสุข สุขที่ไม่ต้องมาตกเป็นทาสของเขาอีก …
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงประพฤติ ปฏิบัติ และพิจารณาให้เห็นความทุกข์ในกาย เพื่อปล่อยวางเถิดลูก
การเกิดมา ก็เป็นทุกข์เช่นนี้แหละลูก การเกิดตามมาด้วยทุกข์อีกหลายอย่าง
ฉะนั้น เราไม่เกิด จะดีที่สุด
-- จงประพฤติ ปฏิบัติตาม ดังนี้เถิด --
สาธุ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 19, 2015, 08:59:52 pm โดย thanapanyo »