ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3661 ความเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่  (อ่าน 319 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4066
    • ดูรายละเอียด
Rec-3661 ความเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่
« เมื่อ: สิงหาคม 26, 2021, 02:31:26 am »

พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  21  สิงหาคม  2564
บทที่ 105  **ความเป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่**
+ +   
ในเย็นของวันที่  20  สิงหาคม พ.ศ. 2564         ณ สวนธรรมิกราช
ได้มีการทำพุทธพิธี คือ พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม ได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อ องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
องค์พระปัจเจกพุทธเจ้า  และองค์พระอรหันต์เจ้า  พระผู้หลุดพ้นทั้งหลายทุกพระองค์ในแดนพระนิพพาน  เพื่อเข้าเฝ้านอบน้อมรับฟังธรรม  และรับฟังพุทธบัญชาจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
... เพื่อประกอบกิจ  คือ การรองรับการเผยแผ่พระธรรมในกึ่งพุทธกาล ต่อไป
ในสภาวธรรมแห่งกายหยาบ ที่จะต้องขับเคลื่อนด้วยกายแห่งท่านแม่ชีกชพร
เมื่อพระแม่โพธิสัตว์  และข้าพระพุทธเจ้า - พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย 
รวมถึงพ่อพระอินทร์ พระศรีอริยเมตไตรย  และเหล่าพระโพธิสัตว์น้อยใหญ่ทุกพระองค์ 
รวมถึงพระอริยบุคคล พระอริยเจ้าทั้งหลาย 
เทวดาทั้งหลาย..  ต่างก็มาเฝ้าฟังธรรม
และในที่แห่งนี้นั้น ก็มีคณะญาติโยม ญาติธรรม
ผู้เห็นธรรมกึ่งพุทธกาล 
ผู้เห็นการก่อเกิดของ พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อย
-- ต่างก็ได้มาน้อมจิตเข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระพุทธเจ้าพร้อมกัน
ทั้งเทวดา  และมนุษย์  ภพภูมิดวงจิตทั้งหลาย..
เมื่อพระแม่โพธิสัตว์ได้เข้าเฝ้านอบน้อม ต่อองค์พระพุทธบิดา  องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ท่าน เพื่อทำพุทธพิธีในการขอขมากรรม  และเพื่อน้อมรับพุทธบัญชา
เพื่อประกอบกิจการงานของพระพุทธองค์ 
.. ขับเคลื่อนในภาคพื้นของโลกสวรรค์  และวัฏสงสาร
.. ขับเคลื่อนในภาคพื้นของโลกมนุษย์ 
-- ให้สามารถดำเนินงานขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านต่อไป…
พระพุทธองค์ จึงได้ทรงกล่าวกับพระยาธรรมิกราช  พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม  และพระศรีอริยเมตไตรย  พระโพธิสัตว์ใหญ่ทั้ง 2 พระองค์ เช่นนี้ อย่างนี้ว่า..
- - - -
พระยาธรรมเอย..  บัดนี้นั้น ลูกทั้ง 3 คน  ก็สามารถที่จะประกอบกิจตน ที่ได้รับมอบหมาย
จนสามารถทำให้กำเนิดก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อยแล้ว..
ตั้งแต่เมื่อครั้งลูกนั้น เสด็จจากพระนิพพาน ไปสู่ครรภ์แห่งมารดา
คือ พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม - ผู้บำเพ็ญบารมีสูงส่ง
ผู้ที่มีพลังบารมีมากพอ ที่จะน้อมเอาพลังแห่งธรรมขององค์พระพุทธเจ้า
ซึ่งเป็นดวงจิตสมมุติ คือ พระยาธรรมิกราชนั้น สู่ครรภ์แห่งมารดา
แล้วก็มีองค์พระโพธิสัตว์ใหญ่  พระศรีอริยเมตไตรย - เป็นองค์แทนแห่งบิดา
ช่วยกันดูแลองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย.. ตั้งแต่อยู่ในโลกสวรรค์
พาทำกิจการงานต่างๆ  เรียนรู้เรื่องราวในวัฏสงสาร
ในภาคส่วนของโลกทิพย์
แล้วก็สามารถที่จะวางแบบแผนงานต่างๆ ให้ท่านพระยาธรรมิกราชลงสู่โลก
จึงได้มีกายของหลวงพ่อมานิตย์  และท่านแม่ชีกชพร.. ก่อเกิดขึ้นในโลกมนุษย์
เพื่อรองรับองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย
-- ในภาคพื้นของโลกมนุษย์..  เพื่อให้ก่อเกิด +
และลูกทั้งสอง ผู้เป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่ ที่บำเพ็ญบารมีมา จนถึงซึ่งการมีพลังบารมีมากพอ
ที่จะรองรับองค์พระยาธรรมิกราช 
รองรับองค์พระพุทธเจ้าน้อย -- ที่จะก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาลนี้ **
ลูกทั้งสอง.. ก็รองรับกิจการงาน  และการก่อเกิดขององค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย
ในภาคส่วนของโลกมนุษย์ 
และก็สามารถที่จะนำพา ปูทาง 
และทำให้องค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อยเติบโตขึ้น 
และก็ได้เรียนรู้เรื่องราวในวัฏสงสาร // ในภาคส่วนโลกมนุษย์นั้น
จนรู้ตื่น เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง 
และยังคงช่วยกันทำกิจต่างๆ  เพื่อเป็นพุทธพิธีต่างๆ ในการปรับเปลี่ยนโลกธาตุ 
และรองรับธรรมขององค์พระพุทธเจ้า ที่จะก่อเกิดในภาคพื้นของโลกมนุษย์นี้ ตลอดมา
จนวันนี้.. ก็สมบูรณ์ดีแล้ว *
บัดนี้นั้น.. เหลือเวลาแค่อีกเพียง 2 วัน เท่านั้น
องค์พระพุทธเจ้าน้อย.. ก็จะสามารถก่อเกิดกำเนิด
-- ในรูปแบบของ พระพุทธเจ้าน้อย ได้อย่างสมบูรณ์  ++
จากพระยาธรรมิกราช.. ก็จะก่อเกิดตามเหตุที่ทำเอาไว้  จนเป็นผลที่ก่อเกิดขึ้นมา
คือ พระยาธรรมิกราชนั้น.. ตรัสรู้ธรรมเป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย
และก็จะมีองค์พระรัตนตรัย กึ่งพุทธกาลก่อเกิดขึ้น.. เพื่อต่อยอดฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
ฉะนั้น ลูกเอ๋ย..  ถือว่าบัดนี้ กิจที่ลูกทั้งสองได้รับมอบหมายนั้น
สมบูรณ์ดีแล้ว ครบถ้วนทุกประการ
พระโพธิสัตว์ใหญ่ พระศรีอริยเมตไตรยนั้น.. เป็นผู้รองรับงาน
โดยการเป็นผู้ที่เปรียบเสมือนเป็นบิดา ผู้ให้กำเนิดพระพุทธเจ้าน้อย 
ทั้งในโลกทิพย์  และในภาคส่วนของโลกมนุษย์
และเป็นผู้ที่เป็นครูบาอาจารย์ 
- คอยขัดเกลาเจียระไน 
- คอยชี้ทางบอกทาง  บอกกล่าวบอกสอน
เป็นครูสอน  และเป็นผู้ดูแลพระพุทธเจ้าน้อย ขัดเกลาเจียระไน
จนบัดนี้.. องค์พระพุทธเจ้าน้อย ก็ได้ก่อเกิดสมบูรณ์แล้ว ++
บัดนี้ อานิสงส์แห่งความดีที่ได้สร้างได้ทำ - ด้วยบารมีอันยิ่งใหญ่นี้
... ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยค้ำหนุน
ให้องค์พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป.. จะก่อเกิดขึ้น เป็นองค์พระศรีอริยเมตไตรย
ได้อย่างสมบูรณ์ -- ด้วยพลังอานิสงส์ในวันนี้ 
ที่องค์พระโพธิสัตว์ใหญ่ พระศรีอริยเมตไตรยในกายทิพย์ 
และในกายหยาบ คือ หลวงพ่อมานิตย์นั้น.. ได้ทำกิจอันสำคัญนี้น้อมถวาย 
ต่อไป ท่านก็จะตรัสรู้ธรรม.. เป็นองค์พระศรีอริยเมตไตรย 
เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปได้ อย่างสมบูรณ์ 
ด้วยอานิสงส์เหตุปัจจัยของวันนี้ ที่ได้สร้าง
ได้ค้ำได้หนุน การก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อยในกึ่งพุทธกาล - จนสมบูรณ์ *
และยังคงจะเป็นที่พึ่งให้กับดวงจิตทั้งหลาย..
คอยเป็นครูบาอาจารย์ ผู้คอยชี้ทางบอกทาง -- ดุจดัง เป็นผู้ที่เป็นบิดาแห่งสายธรรมนี้ *
คอยคุ้มครองดูแลด้วยพลังบารมี
คอยชี้ทางบอกทางให้ทุกดวงจิตได้เป็นที่พึ่ง 
คอยประคับประคอง  เฝ้าดู
ดูสายธรรม สัมมาสัมพุทธะนี้ ให้เจริญเติบโตยิ่งๆขึ้นไป
... จนกว่าจะสิ้นสุดภารกิจ ในชาตินี้
และธรรมขององค์พระพุทธเจ้า พระองค์ปัจจุบันนี้  สามารถเผยแผ่ไปกว้างไกล
ในรูปแบบของเส้นทางใหม่  แห่งสัมมาสัมพุทธะ ปัจฉิมาสัมพุทธะ นี้
ฉะนั้น..  ลูกก็ได้เรียนรู้การช่วยเหลือดวงจิตต่างๆ
ได้เป็นผู้ให้พระยาธรรมิกราชนั้น ได้เข้าใจในสภาวธรรม ของภาคพื้น
ของทั้งส่วนโลกมนุษย์  และส่วนโลกสวรรค์
ลูกจึงเปรียบดังบิดาผู้ให้กำเนิด องค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาล
จึงเป็นผู้ทำให้ องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์.. ก่อเกิดขึ้น
ซึ่งอานิสงส์ปัจจัยในวันนี้  ก็จะเป็นสิ่งที่สำคัญ เป็นเหตุสำคัญ
ที่จะตามไปค้ำไปหนุน ให้ลูกนั้นสามารถตรัสรู้ธรรม
เป็นองค์พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป...
คือ องค์พระพุทธเจ้าที่มีพระนามว่า *พระศรีอริยเมตไตรย*
ซึ่งเหลือเวลาต่อจากนี้ไป อีกราว 7 หมื่นปี โดยประมาณ
...  ก็จะมีการก่อเกิดขึ้นขององค์พระศรีอริยเมตไตรย 
และเป็นยุคการสอนธรรม
การประกาศธรรมเป็นศาสนา ในยุคขององค์พระศรีอริยเมตไตรย **
ขอพลังพุทธะ ขอพลังธรรมะ และพลังสังฆะ ในวันนี้
จงเป็นเหตุเป็นปัจจัยค้ำหนุนให้ดวงจิตของลูก ตรัสรู้ธรรม สำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า
พระองค์ต่อไปเถิด ลูก
เอาละนะ พระยาธรรมเอย..  แล้วทีนี้ ลูกนั้นก็จงตั้งใจฟัง  และสื่อธรรมให้กับ
พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม ได้ฟังด้วย
... เพื่อจะได้รู้ จะได้เข้าใจในเหตุที่ตนนั้นได้ทำ..
พระแม่โพธิสัตว์นั้น.. เปรียบดังมารดาของลูก
ให้กำเนิดก่อเกิดในโลกทิพย์แล้ว ยังตามมารองรับในภาคพื้นของโลกมนุษย์ 
คอยอุ้มชูเลี้ยงดู  คอยปูทาง ชี้ทางบอกทาง
คอยแบกรับทุกสิ่งทุกอย่าง  และปูทางเอาไว้ให้ได้ลูกดำเนิน
อุ้มชูลูก จนถึงวันนี้ - ที่ลูกนั้นก่อเกิดขึ้นได้แล้ว +
ลูกนั้น จากองค์พระยาธรรมิกราช.. เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย
ด้วยพลังคุณงามความดี ที่ลูกนั้นได้ทำ.. 
และด้วยการค้ำหนุนขององค์พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม
ฉะนั้น  พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม.. ลูกเอ๋ย
ลูกจึงเปรียบดังมารดา ผู้ที่ให้กำเนิดก่อเกิดองค์พระพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาล
ซึ่งการรองรับในโลกทิพย์นั้น ก็คือ พระแม่โพธิสัตว์กวนอิม *
ในสภาวธรรมของกายหยาบ ก็คือ ท่านแม่ชีกชพร *
ซึ่งลูกนั้นก็ได้พิสูจน์ตนให้เห็นแล้ว่า.. ลูกนั้นสามารถ
เป็นบุคคลผู้ที่รองรับธรรมขององค์พระพุทธเจ้าได้ทุกประการ
เป็นผู้ที่ทำให้ องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ก่อเกิดขึ้นได้
ในกึ่งพุทธกาลนี้
ทำให้องค์พระยาธรรมิกราช  สามารถเข้าถึงการตรัสรู้ธรรม.. ก็ด้วยการรองรับ
ในสภาวะทั้งโลกทิพย์ และโลกแห่งกายหยาบนี้ +
ลูกเอ๋ย..  ต่อจากนี้ไป  ลูกก็จงตั้งใจที่จะดำเนินกิจของลูกไป - ให้สมบูรณ์นะ
และอานิสงส์ปัจจัยในคราวครั้งนี้ ที่ลูกได้บำเพ็ญบารมี 
สร้างความดีอย่างเต็มพละกำลังในคราวครั้งนี้ 
ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้ลูกติดตามองค์พระศรีอริยเมตไตรยไป
เป็นคู่บุญคู่บารมี ในการค้ำหนุนองค์พระศรีฯ ให้ตรัสรู้ธรรมได้
ในยุคแห่งพระศรีอริยเมตไตรย **
ลูกจะสามารถที่จะเป็นผู้ที่รองรับ ค้ำชูให้องค์พระศรีอริยเมตไตรย ตรัสรู้ธรรมได้
ในยุคแห่งพระศรีอริยเมตไตรย
ฉะนั้น.. ลูกก็จงตั้งใจทำกิจของลูกต่อไปเถอะ.. พระโพธิสัตว์กวนอิมเอย
และลูกทั้งหลาย ทุกๆดวงจิต ผู้ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์น้อยใหญ่ทุกพระองค์
ที่มาเฝ้าฟังธรรม   มาร่วมในพุทธพิธีในวันนี้.. ก็เช่นเดียวกัน
แต่ละท่าน แต่ละดวงจิต แต่ละคน.. ก็ได้สั่งสมความดีมา ในรูปแบบของตน
ลูกทั้งหลาย.. จะประสบความสำเร็จอันสูงสุด -- ตามบารมีที่ลูกนั้นได้อธิษฐานเอาไว้ ++
บุคคลผู้ใดปรารถนาจะฉุดช่วยผู้อื่นให้พ้นทุกข์ด้วย.. ก็จงสำเร็จตามนั้นเถิดลูก
บุคคลผู้ใดปรารถนา ที่จะเข้าถึงการเป็นผู้หลุดพ้น คือ การเป็นองค์พระอรหันต์
... ก็จงเป็นเช่นนั้นเถิดลูก
บุคคลผู้ใดปรารถนา ให้ถึงซึ่งการเป็นพระอริยเจ้า ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป
... ก็จงเป็นเช่นนั้นเถิดลูก
อานิสงส์บุญใหญ่ในคราวครั้งนี้  รวมถึงเหตุปัจจัยที่ลูกทั้งหลาย.. ได้ทำ
จะทำหน้าที่น้อยหรือใหญ่  ทำหน้าที่ใดก็ตาม..
-- จะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ได้มา - ด้วยความปรารถนา  ด้วยสิ่งที่ลูกนั้นปรารถนา
ในสิ่งที่ดีที่สุด ++
เช่นนี้ อย่างนี้ละ.. ให้ลูกทั้งหลายจงตั้งจิตตั้งใจประกอบกิจ
ทำหน้าที่ของของตนต่อไปเถิดนะ
… เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย
พระยาธรรม ::   สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง
ลูกทั้งหลาย.. ก็พอจะเข้าใจในสภาวธรรม ในสิ่งที่พระพุทธองค์ได้ทรงกล่าวมาแล้ว
พระพุทธเจ้าค่ะ
ลูกทั้งหลาย.. จะตั้งใจประพฤติปฏิบัติตาม คำชี้ทางบอกทางของพระพุทธองค์
พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ ::  ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย
บุคคลผู้ที่เป็นบิดา.. ก็ได้ดำเนินหน้าที่ของตน จนสมบูรณ์ดี
จนสามารถที่จะทำให้ผล คือความสำเร็จ 
คือ การเกิดองค์พระพุทธเจ้าน้อย ขึ้นได้แล้ว + 
บุคคลผู้ที่มีสภาวธรรมเป็นมารดา.. ก็สามารถอุ้มชูดูแล ให้ลูกนั้นได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว
บัดนี้ พระโพธิสัตว์ใหญ่ทั้ง 2 พระองค์.. ก็ได้ทำเหตุที่ดีเอาไว้แล้ว
... ผลที่ดี ก็ย่อมจะก่อเกิด
ทีนี้ พระยาธรรมเอย..  ลูกเองก็ใกล้เวลา ที่จะตรัสรู้เข้ามาทุกวัน
ลูกก็จงตั้งใจพิจารณาธรรม
ตั้งใจที่จะน้อมธรรม สื่อธรรม 
-- ในรูปแบบขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ต่อไปเถิดลูก
+ +
พระยาธรรม ::   สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตาลูก พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ เจ้าขา..  ลูกมีข้อสงสัยเช่นนี้ อย่างนี้ว่า
มีดวงจิตหลายกลุ่ม  เขาอาจจะมีความสงสัยว่า..
เหตุใด.. จึงเป็นดวงจิตของหลวงพ่อพระอาจารย์  หรือว่าเป็นดวงจิตของแม่ชีกชพร
ที่เป็นผู้เข้ามารองรับการเผยแผ่พระธรรม ในคราวครั้งนี้ 
บางกลุ่ม บางดวงจิต.. ที่เขานั้น อาจจะมีความขัดข้องใจ  ขัดเคืองใจ
หรือไม่เข้าใจในสภาวธรรมเหล่านี้ น่ะเจ้าค่ะ
ลูกรู้สึกว่า.. มีกระแสแห่งจิตที่สงสัยเช่นนั้น อย่างนั้น 
ลูกจึงจะขอเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ ในเรื่องของสภาวธรรรม เหตุปัจจัย
ที่ทำไมจะต้องเป็นดวงจิตของพระโพธิสัตว์ พระศรีอริยเมตไตรย 
และพระโพธิสัตว์พระแม่กวนอิม ที่จะต้องเข้ามารองรับกิจนี้ 
-- ในภาคส่วนของโลกสวรรค์  และโลกมนุษย์น่ะเจ้าค่ะ...
พระพุทธองค์ ::   พระยาธรรมเอย..
ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จงตั้งใจฟังให้ดีก็แล้วกันนะ
ในประการที่ 1-- นั้น
เพราะว่า ท่านทั้งสอง ได้มีความเมตตาสูงสุด - เหนือจิตใดๆ ในโลกธาตุ วัฏสงสาร 
เพราะว่าท่านทั้งสอง  มีความเมตตาถูกต้อง
-- ตามความเมตตา อย่างพุทธะ อย่างผู้รู้ตื่น +
คือ มีความเมตตา ปรารถนาให้ผู้อื่นได้ดี 
มีการฉุดช่วย ช่วยเหลือผู้อื่นให้พ้นทุกข์.. อย่างไม่มีเงื่อนไข
และก็ยินดี เมื่อดวงจิตต่างๆทั้งหลายได้ดี
แล้วก็มีความอุเบกขา วางเฉย 
รู้แจ้งตามกฎแห่งกรรม  และกฎของธรรมชาติ
เพราะว่า ท่านทั้งสองนั้น.. เป็นบุคคลผู้ที่สามารถที่จะฝึกฝนตน
จนมีความเมตตาอย่างพุทธะ 
แล้วเป็นพลังความเมตตา ที่บำเพ็ญสั่งสมมายาวนาน
จนเหนือดวงจิตใดในโลกธาตุ  และเป็นผู้ที่จะมาเป็นผู้ตรัสรู้ธรรม
และผู้ค้ำหนุนการตรัสรู้ธรรม ในยุคต่อไป
คือ องค์พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป..
ต่อไปใน ประการที่ 2
ก็เพราะว่า ดวงจิตทั้งสองดวงนี้.. เป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่
เป็นผู้ที่บำเพ็ญบารมีมามาก -- จึงสามารถที่จะมีองค์ความรู้ ญาณรู้
มีประสิทธิภาพมากพอ ที่จะรองรับกิจขององค์พระพุทธเจ้า ครบถ้วนทุกประการ
และก็สามารถที่จะประกอบกิจที่สำคัญ ที่ยิ่งใหญ่.. ให้สมบูรณ์
แล้วก็ยังสามารถที่จะสั่งสมความดี จนเป็นองค์พระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป..
ฉะนั้น..  สามารถรองรับการตรัสรู้ธรรม
การประกาศธรรมของพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป ในกึ่งพุทธกาลนี้ 
และยังสามารถที่จะเป็นผูที่ตรัสรู้ธรรม  และผู้ที่ค้ำหนุนในการตรัสรู้ธรรม
ในยุคต่อไป ในพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไปอีก
ฉะนั้น ลูกเอ๋ย..  จึงถือว่าทั้ง 2 ท่านนั้น เป็นพระโพธิสัตว์ใหญ่
และเป็นผู้ที่บำเพ็ญบารมีมามาก  เป็นผู้สามารถรองรับกิจของพระองค์ปัจจุบัน
และพระองค์ต่อไป
-- โดยไม่มีจิตใดในโลกธาตุนี้.. จะเทียบเท่าเสมอเหมือนด้วยบารมี *
ฉะนั้น.. จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่เป็นดวงจิตของพระศรีอริยเมตไตรย  และพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม
ที่เป็นสภาวะแห่งกายของหลวงพ่อมานิตย์  และท่านแม่ชีกชพร -- ที่ต้องรองรับกิจในคราวครั้งนี้
ดำเนินกิจในคราวครั้งนี้.. ให้สำเร็จลุล่วงไป
และที่สำคัญ ก็คือ เมื่อองค์พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว  และปรินิพพานแล้ว
ย่อมไม่มีเหตุใดเลย ที่องค์พระพุทธเจ้าจะมาประกอบกิจการงานอื่นๆ ในวัฏสงสารนี้
นอกจากการที่ ยังส่งพระธรรม และพลังธรรมมาค้ำหนุน 
--เพื่อที่จะได้ให้ธรรมนั้น.. ได้มีอายุขัยยืนยาว จนครบ 5000 ปี
ตามกาลเวลาของพระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ เท่านั้น ++
ฉะนั้น..  การรองรับพระธรรม -- จึงเป็นกิจของพระโพธิสัตว์ใหญ่ ผู้จะตรัสรู้ต่อไป
เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..  พอจะเข้าใจ และมีเหตุผลมากพอแล้วสินะ.. พระยาธรรม 
แต่ลูกก็จงฟัง ในประการที่ 3 -- ต่อไป เช่นนี้ว่า
ลูกเอ๋ย..  เพราะว่า ท่านทั้งสอง
เป็นผู้ที่ยอมเสียสละทุกสิ่งทุกอย่าง - สละทุกอย่างทิ้งไป 
เป็นผู้ที่ ไม่ได้มีอะไรต้องเป็นอะไรอีกต่อไป
เป็นผู้ละแล้ว ไม่เกี่ยวข้องแล้ว ด้วยบ้านเรือน
เป็นผู้ที่คลายแล้วจากความยึดติดใดๆ ทั้งปวง
เป็นผู้ออกบวชแล้ว  และเสียสละได้ทุกสิ่งทุกอย่าง.. อย่างไม่มีเงื่อนไข
ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  จึงเป็นท่านทั้งสองนั่นละ ที่เหมาะสมคู่ควรแล้ว *
ที่จะทำหน้าที่ ด้วยการรองรับองค์พระพุทธเจ้าน้อย  และเผยแผ่พระธรรมต่อไป...
ต่อไป ในประการที่ 4 --
เพราะว่าท่านทั้งสอง เป็นผู้ที่คอยช่วยเหลือผู้อื่น
เป็นผู้ที่มีความปรารถนาให้ผู้อื่นได้ดี ได้พ้นทุกข์
-- อย่างไม่มีเงื่อนไข...
ไม่จำเป็นต้องเป็นพี่น้อง  เป็นญาติ
ไม่จำเป็นต้องเป็นใครคนใดคนหนึ่ง - ที่มีเงื่อนไขว่า เป็นอะไรทั้งหมด
ขอเพียงแต่ดวงจิตทั้งหลายเหล่านั้น.. ขอร้องให้ช่วยเหลือ ได้วิงวอนให้เมตตา 
ท่านทั้งสองก็พร้อมที่จะช่วยเหลือ -โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ ทั้งหมดทั้งสิ้น
ด้วยเหตุนี้ละ พระยาธรรม..  จึงเหมาะสม  และคู่ควรดีแล้ว
ยากที่จะหาใครเล่าในโลกธาตุนี้.. ที่จะทำได้เช่นนี้ อย่างนี้
ต่อไป ประการที่ 5 --
และท่านทั้งสอง.. ก็ยังเป็นบุคคลผู้ที่
ไม่ได้ถือตัวถือตน
ไม่ยึดตัวยึดตน 
ไม่หลงในลาภยศ สรรเสริญ  ลาภสักการะต่างๆ
ไม่ยึดติดในตัวในตน 
แม้รู้ว่าตนเป็นโพธิสัตว์ใหญ่ - ก็ไม่ได้ไปติดในความเป็นโพธิสัตว์ใหญ่
แม้รู้ว่าตนนั้น เป็นผู้รองรับกิจขององค์พระพุทธเจ้า ในกึ่งพุทธกาลนี้
-- ก็ไม่มีการยึดตัวยึดตน ในสิ่งเหล่านั้น
แต่กลับอยู่อย่างคนธรรมดาคนหนึ่ง ที่เหมือนไม่มีอะไรเป็นอะไรทั้งหมด
และประกอบกิจต่างๆ ด้วยความทุ่มเท ทั้งชีวิต
... เพื่อที่จะให้กิจทั้งหลาย สำเร็จลุล่วงไปได้ 
โดยไม่มีตัว ไม่นึกถึงตัวตนของตนเลย แม้แต่นิดเดียว ++
ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  จิตที่มีสภาวธรรมเป็นเช่นนี้ ไม่คู่ควรหรืออย่างไรเล่า  !
ลูกเอ๋ย..  ท่านทั้งสอง มีความแตกต่าง จากดวงจิตต่างๆทั่วไป ดังที่ได้กล่าวไปนี้
ท่านทั้งสอง จึงเป็นผู้ที่ถูกเลือก ที่เข้ามารองรับกิจตั้งแต่ทีแรก
จนถึงวันนี้.. ท่านก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า  สามารถทำให้
องค์พระพุทธเจ้าน้อย ก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล
พระธรรม ก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล
และพระสงฆ์ คือแนวทางการปฏิบัติ ก่อเกิดขึ้นได้ในกึ่งพุทธกาลนี้
และจึงเป็นผู้คู่คูวรแล้วละ ที่จะเป็นผู้ดูแลต้นธรรมแห่งกึ่งพุทธกาลนี้.. ให้เจริญรุ่งเรือง
สืบต่อไป  +
เช่นนี้ละ พระยาธรรม..  ลูกพอจะเข้าใจแล้วสินะ.. พระยาธรรมเอย
แล้วก็จงน้อมธรรมนี้ไปแสดง ให้กับจิตผู้ที่มีมานะทิฐิ 
เป็นบุคคล ผู้ที่มีความยึดมั่นถือมั่นในตัวในตน ในความเห็นของตน
เป็นบุคคล ผู้มีมิจฉาทิฐิ
เป็นบุคคล ผู้ที่ลุ่มหลงในตน ยึดมั่นในตน ได้ฟังกันเถอะ 
เขาทั้งหลายเหล่านั้น.. ยังเป็นบุคคลผู้ติดอยู่
... จึงเป็นบุคคลผู้ที่ ยังควรที่จะได้รับการแก้ไข
ให้ทำความเข้าใจตรงตามความเป็นจริง *
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย
+ +
พระยาธรรม ::   สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ ให้ลูกได้ฟัง
ลูกพอจะเข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง ตามเหตุตามผลแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
และดวงจิต  หรือสภาวธรรมผู้ที่มีความสงสัย
...ก็คงจะเข้าใจตามแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
ขอนอบน้อมต่อพระพุทธเจ้าทุกพระองค์  เป็นที่พึ่ง
พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์  เป็นที่พึ่ง
และพระอรหันต์เจ้าทุกพระองค์  เป็นที่พึ่ง
ขอพระพุทธองค์ทรงเมตตาทำพุทธพิธีต่อไปเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ ::  เอาละนะ พระยาธรรมเอย.. ดีแล้วละลูก
ถ้าอย่างนั้น ให้ลูกทั้งหลาย.. ก็จงตั้งใจเข้าสู่พุทธพิธีต่อไปเถอะ
+ +
พระยาธรรม ::   สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ...

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 25, 2022, 07:13:50 am โดย thanapanyo »