ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3659 เหตุปัจจัยที่เกิดพระพุทธเจ้าน้อย  (อ่าน 407 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด

พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  19  สิงหาคม  2564
บทที่ 103  **เหตุปัจจัยที่เกิดพระพุทธเจ้าน้อย**
+ +   
ในเช้าของวันที่  19 สิงหาคม พ.ศ. 2564        ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...
“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกจะขอเฝ้าทูลถามถึง ข้อธรรม บทที่ 103 น่ะเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ เจ้าขา..  สิ่งใดหรือเจ้าคะ ที่รวมกันมาเป็นสภาวธรรม ของการตรัสรู้ของ
องค์พระพุทธเจ้าน้อย น่ะเจ้าค่ะ ?
ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ ให้ลูกได้ทำความเข้าใจ ถึง
สิ่งที่รวมกันมาเป็นสภาวธรรมของการตรัสรู้ แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อย
ในกึ่งพุทธกาลนี้  ด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ ”
- - - -
พระพุทธองค์ ::   เอาละนะ พระยาธรรมเอย
ถ้าอย่างนั้น.. ก็จงตั้งใจฟังธรรมนี้ให้ดีนะ 
พระยาธรรมเอย..  สิ่งที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่รวบรวมกันมา ค้ำหนุนกันมา..
จนเป็นสภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธน้อย - ก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์ *
รวบรวมกันมาจนถึงวันที่ตรัสรู้ธรรม เป็น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อย
ก่อเกิดสภาวธรรมแห่ง องค์พระพุทธ องค์พระธรรม องค์พระสงฆ์ ในกึ่งพุทธกาล
ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา 
ต่อยอดศาสนา ให้อายุขัยยืนยาวไป จนสิ้นสุดอายุขัยแห่งศาสนา คือ ครบ 5000 ปี 
สิ่งเหล่านั้น.. ได้จำแนกแบ่งเอาไว้แล้ว ในธรรมทั้ง 5 ประการนี้
ลูกก็จงค่อยๆ พิจารณาธรรมทั้ง 5 ประการนี้ ให้เข้าใจ 
แล้วลูกก็จะได้รู้ ได้เข้าใจตามความเป็นจริง ว่า..
สิ่งใดเล่า.. ที่เป็นเหตุเป็นปัจจัยหนุนเนื่องกันมา  รวมกันมา
... จนก่อเกิดสภาวธรรม
คือ การตรัสรู้ธรรม ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาล *
จนทำให้ธรรมนั้นก่อเกิด  แล้วก็ส่องแสงสว่าง ทั่วโลกธาตุ
ส่องไปสู่ดวงจิตทั้งหลาย.. ให้รู้ตื่น
ดุจดังดวงอาทิตย์ เป็น 100 ดวง
พระยาธรรมเอย..  ลูกจงตั้งใจพิจารณาธรรม ดังต่อไปนี้นะ.. พระยาธรรม
ในประการที่ 1-- นั้น ลูกจงทำความเข้าใจเช่นนี้ อย่างนี้ว่า..
*เป็นกิจแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า*   
เมื่อดวงจิตดวงหนึ่ง.. มีความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่จะตรัสรู้เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
หนึ่งพระองค์
-- จึงได้บำเพ็ญบารมี สั่งสมคุณงามความดี..
. จนความดีนั้นเต็ม
. จนพลังบารมีนั้นถึงพร้อม 
. จนได้รอบ ได้เวลา
-- จึงกำเนิดก่อเกิดเพื่อตรัสรู้ธรรม.. เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และเมื่อได้กำเนิดก่อเกิดแล้ว 
และตรัสรู้ธรรมเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว..
* กิจของพระองค์  ก็คือ  การเผยแผ่พระธรรมให้กว้างไกล
ให้เจริญเติบโตในวัฏสงสารนี้ -- ด้วยต้นธรรมนั้น
... เพื่อชี้ทางบอกทาง  ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย..
แต่อายุขัยในกายหยาบนั้น.. ก็มีเพียงแค่ 80 ปี
-- กายสังขาร ก็ต้องแตกดับสลาย - ตามธรรมชาติของกายมนุษย์นั้น +
ลูกเอ๋ย.. แต่อายุขัยของพระพุทธศาสนานั้น.. จะยืนยาวถึง 5000 ปี
มีรอบที่จะต้องทำให้อายุขัยแห่งพระพุทธศาสนา - ยาวนานถึง 5000 ปี  ++
ฉะนั้น..  กิจขององค์พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น.. จึงยังไม่จบ  จึงยังไม่สมบูรณ์
เมื่อศาสนายังไม่ครบอายุ 5000 ปี
อายุในกายหยาบ - แตกดับ !
จิตนั้นขึ้นอยู่พระนิพพาน -- พ้นจากความทุกข์แล้ว..
แต่คุณงามความดี ที่ได้สร้างสั่งสมทำมา 
และความตั้งใจดี ที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย.. ยังไม่จบสิ้น  !!
ฉะนั้น.. องค์พระพุทธเจ้าจึงยังต้องมีกิจ คือ การวางแผนงาน
-- ด้วยการทำกิจต่างๆ  เพื่อให้วางรากฐาน การเผยแผ่พระธรรม
ให้พระธรรมนั้นอยู่ยาวนาน จนครบ 5000 ปี  +
ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  องค์พระพุทธเจ้าจึงมีกิจ
คือ การทำให้พระพุทธศาสนา อยู่กับโลกใบนี้ 
อยู่กับวัฏสงสารนี้จนครบ 5000 ปี
-- เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย...
เหตุเช่นนี้ละ พระยาธรรม.. ใน ประการที่ 1-- นั้น
จึงเป็นกิจขององค์พระพุทธเจ้าอย่างไรเล่า
และเมื่อองค์พระพุทธเจ้าจะต้องทำกิจ คือ การประกาศธรรมให้ครบ 5000 ปี
เมื่อเป็นเช่นนั้น.. องค์พระพุทธเจ้า - ก็จะต้องมีการวางแผนงาน
จึงได้เข้าสู่ ประการที่ 2 -- เช่นนี้ว่า..
จึงได้มีเหตุในการสร้างดวงจิตสมมุติ - ขึ้นมาจากพลังพุทธบารมี
จากพลังธรรม  พลังแห่งความรู้ตื่น
รวบรวมมาเป็นดวงจิตสมมุติ - เป็นองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย
ผู้ซึ่งกำเนิดก่อเกิดจากสภาวธรรม  แห่งพลังพุทธบารมีขององค์พระพุทธเจ้า
... ให้ก่อเกิดขึ้นมา.. 
และเมื่อองค์พระพุทธเจ้าน้อย  หรือดวงจิตที่เป็นสภาวธรรม ที่..
* ก่อเกิดขึ้นจากพลังพุทธบารมี 
* ก่อเกิดขึ้นจากความตั้งใจในการวางแผนงาน ขององค์พระพุทธเจ้านั้น
... ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว +
ก็จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัย ในประการที่ 2 --
ที่ทำให้เป็นเหตุของการรวบรวม  หรือว่ารวมเป็นอีก 1 ประการ
ที่จะรวมกันมาค้ำหนุน
-- จนก่อเกิดคำว่า  *ตรัสรู้ธรรม เป็นพระพุทธเจ้าน้อย*  ขึ้นมา
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย
ต่อไป ประการที่ 2 --
เมื่อดวงจิตแห่งองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย - ได้กำเนิดก่อเกิดขึ้นมาแล้ว
ถึงแม้ว่า จะเป็นจิตสมมุติก็ตาม..
-- แต่ก็จะมีเส้นทางชีวิต ในแบบชีวิตสมมุติของตนเอง  *
องค์พระยาธรรม  พระพุทธเจ้าน้อยนั้น.. จึงต้องเรียนรู้ตามสภาวธรรม
ในเส้นทางชีวิตของตน 
… ด้วยการ
เรียนรู้วัฏสงสาร /  การเวียนว่ายตายเกิด
เรียนรู้กฎแห่งกรรม  กฎเกณฑ์ในนี้
-- เพื่อทำตนให้แจ้ง ทำความเข้าใจในวัฏสงสารนี้   
-- เพื่อจะทำกิจ ทำหน้าที่ของตนให้ได้ ให้สมบูรณ์ ++
ทีนี้ ในประการที่ 3 -- นั้น
จึงเป็นการเรียนรู้ตามสภาวธรรม  บนเส้นทางชีวิตในแบบของตน
คือ ของพระยาธรรมิกราช น่ะลูก
จึงได้มีเส้นทางชีวิตของพระยาธรรมิกราช - เกิดขึ้นมา
-- ด้วยว่านั่น ก็คือ กิจขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า **
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย
ต่อไป ประการที่ 4 -- 
เมื่อมีองค์พระยาธรรมิกราชก่อเกิดขึ้น  และมีเส้นทาง หนทางชีวิต
ที่จะต้องดำเนินไป เพื่อให้กิจขององค์พระพุทธเจ้าสำเร็จนั้น..
ย่อมแน่นอนว่า กิจที่ยิ่งใหญ่เพียงนี้.. ก็จะต้องเกี่ยวข้องด้วยดวงจิตเยอะแยะมากมาย
คือ ดวงจิตของเหล่าพระอริยสงฆ์  พระอริยเจ้าทั้งหลาย *
ก็จะต้อง มีการฟื้นฟูพระพุทธศาสนา
วางแบบแผนรากฐาน การสอนธรรม การประพฤติปฏิบัติ - สืบทอดกันมา
จนก่อเกิดหนทาง แนวทางปฏิบัติ
และปูทางให้ดวงจิตต่างๆ ทั้งหลาย..
//  รู้จักรักษาศีล ทำทานเอาไว้
//  ฝึกฝนปัญญาในระดับขั้นต้นเอาไว้
-- เพื่อรองรับการก่อเกิด ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย *
ฉะนั้น.. เหล่าพระอริยเจ้า อริยสงฆ์ทั้งหลาย.. ในโลกทิพย์ก็ดี  ในโลกมนุษย์ก็ดี
-- จึงได้มีการเตรียมการเอาไว้ เพื่อรอรอบการก่อเกิดขึ้น
ขององค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย
-- จึงมีเหตุของบุคคลผู้ที่เป็นรอบ  มีรอบในการที่จะเตรียมรับงาน
ตามบารมีของแต่ละดวงจิต ในภาคส่วนต่างๆ
แล้วก็จึงมีองค์พระโพธิสัตว์ใหญ่  คือ พระศรีอริยเมตไตรย
* ผู้จะตรัสรู้ธรรม เป็นพระพุทธเจ้าพระองค์ต่อไป
และพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม  เป็นผู้ดูแลค้ำหนุน รองรับงานในภาคส่วน
ของโลกสวรรค์  และวางแบบแผนงาน -- รองรับการดำเนินกิจขององค์พระพุทธเจ้า
- ด้วยพระยาธรรมิกราช 
-- เพื่อให้ธรรมในกึ่งพุทธกาลนั้น  ได้ก่อเกิดขึ้น ++
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย
และในภาคพื้นของมนุษย์นั้น.. ก็จึงมีดวงจิตที่ก่อเกิดขึ้นมา
เพื่อรองรับงานในกายหยาบอีก.. 
คือ หลวงพ่อมานิตย์  และท่านแม่ชีกชพร
รวมถึงดวงจิตทุกดวง.. ที่ได้อธิษฐานจิตมารองรับหน้าที่ แต่ละหน้าที่
จึงเข้าสู่ประการที่ 4 -- คือ  การรองรับงานในภาคส่วนต่างๆ 
เช่นนี้ละ..พระยาธรรมเอย
ต่อไป ประการที่ 5 --
เมื่อลูกทั้งหลายนั้น.. สามารถที่จะรองรับหน้าที่ของตน 
เพื่อที่จะทำให้ องค์พระพุทธเจ้าน้อยสามารถก่อเกิดแก่โลก
... ตั้งแต่โลกสวรรค์ จนสู่โลกมนุษย์นี้
ก็เลยสามารถรวบรวมมาเป็น
องค์พระพุทธ  องค์พระธรรม  และองค์พระสงฆ์
-- ที่ก่อเกิดขึ้น ในกึ่งพุทธกาล   
และสิ่งเหล่านี้ละ พระยาธรรม..  คือ สิ่งที่รวบรวมกันมา
เป็นการการตรัสรู้ธรรม ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาล
พระยาธรรมเอย..  ลูกก็ลองทำความเข้าใจตามนี้ดูนะ ว่า..
ในประการที่ 1 - คือ กิจแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คือ วางแผนงานเอาไว้ เพื่อเผยแผ่พระธรรม
ในประการที่ 2 - จึงได้สร้างดวงจิตองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย..ขึ้นมา
ในประการที่ 3 - จึงได้เรียนรู้ตามสภาวธรรม บนเส้นทางชีวิตของตนเอง +
และในประการที่ 4 - คือ การรองรับงานในภาคส่วนต่างๆ ของดวงจิตทั้งหลาย
จนสามารถรวมกันมา -- เป็นการก่อเกิด องค์พระพุทธเจ้าน้อย
องค์พระพุทธ  องค์พระธรรม  และองค์พระสงฆ์
คือ พระพุทธเจ้าน้อย ผู้ก่อเกิดขึ้นบนโลก *
สามารถทำให้องค์พระพุทธเจ้า ได้แสดงธรรมลงสู่โลกอีกครั้งหนึ่ง
คือ องค์พระพุทธ ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว
พระธรรมขององค์พระพุทธเจ้า ได้น้อมลงสู่โลกแล้ว
คือ พระธรรมได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว
หนทางการประพฤติปฏิบัติ - ที่มุ่งสู่ความพ้นทุกข์อย่างง่ายดาย.. ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว **
- ในหลักสูตรค้นหาตัวตน 
- ในสายธรรม สัมมาสัมพุทธะ ปัจฉิมาสัมพุทธะ
ทีนี้ ก็เลยเป็นการก่อเกิดขึ้นแล้ว แห่งองค์พระรัตนตรัย ในกึ่งพุทธกาล
และสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ทั้ง 5 ประการ นี้ละ
จึงเป็นสิ่งที่ รวมกันมาค้ำหนุน
รวมกันมาเป็นเหตุเป็นปัจจัยค้ำหนุน
-- ทำให้ก่อเกิดการตรัสรู้ธรรม ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย
หรือทำให้มีเหตุมีปัจจัย  ก่อเกิดสภาวธรรมของการตรัสรู้ธรรม
-- แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อยขึ้น **
เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. พอจะเข้าใจบ้างแล้วหรือยังเล่า
จงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ.. พระยาธรรมเอย
+ +
พระยาธรรม ::   สาธุ เจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาลูก
ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
สิ่งที่รวมกันมาค้ำหนุน  เป็นสภาวธรรมของการตรัสรู้ธรรม
ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ในกึ่งพุทธกาล
และทำให้มีการก่อเกิด องค์พระพุทธเจ้าน้อยขึ้นนั้น..
-- ก็ด้วยว่า..
ในประการที่ 1 นั้น - เพราะว่าเป็นกิจแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ตรัสรู้เป็นองค์พระพุทธเจ้าแล้ว - แต่มีอายุขัยเพียงแค่ 80 ปี +
และพระองค์ ก็จะต้องมีการประกาศธรรมถึง 5000 ปี
จึงมีการวางแบบแผนงาน ที่จะกลับมาฟื้นฟูพระศาสนา ในช่วงกึ่งพุทธกาล
ให้เจริญกลับคืนมาอีกครั้งหนึ่ง - เพื่อต่อยอดอายุขัยพระพุทธศาสนา
ให้ครบ 5000 ปี
พระองค์จึงได้ทรงสร้างดวงจิตของลูกขึ้นมา จากพลังบารมีของพระพุทธองค์
เพื่อที่จะได้ประกอบกิจนั้น.. ให้สำเร็จ
... แล้วก็เลยมีดวงจิตของลูก ก่อเกิดขึ้น *
เมื่อได้มีดวงจิตได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว  จึงต้องมีเรื่องราวชีวิต
-- ตามสภาวธรรมชีวิตของดวงจิตของลูก
//  ที่จะต้องทำ
//  ที่จะต้องดำเนินไป  และเรียนรู้ไป
และเมื่อลูกก่อเกิดขึ้น มีเส้นทางชีวิต  ก็แสดงว่า.. มีกิจที่ต้องดำเนินต่อไป *
จึงมีองค์พระโพธิสัตว์น้อยใหญ่ ทุกพระองค์
และองค์พระอริยสงฆ์เจ้าทั้งหลาย..
รวมถึงดวงจิตทั้งหลาย.. ผู้มีบุญบารมี
อธิษฐานจิตมารองรับการก่อเกิดขึ้นของลูก
แล้วก็ได้ปรับฐานของพระพุทธศาสนา ไว้รองรับ
รวมถึงสภาวธรรมโลกทิพย์.. ก็มีองค์พระโพธิสัตว์ใหญ่ - พระศรีอริยเมตไตรย
และพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม  คอยรองรับดูแล
ในสภาวธรรมของมนุษย์โลก -- ก็มีหลวงพ่อพระอาจารย์มานิตย์  และท่านแม่ชีกชพร
รวมถึงคณะญาติธรรมทั้งหลาย ผู้เข้ามาพบกับธรรมในกึ่งพุทธกาลแล้วนี้
- ได้รองรับงาน
เพื่อให้กิจขององค์พระพุทธเจ้าได้ดำเนินไป  ให้ก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อยขึ้นได้
จนสามารถรวบรวมมา จนบัดนี้ วันนี้.. ที่มีองค์พระพุทธเจ้าน้อยก่อเกิดขึ้น
คือ สภาวธรรมแห่ง องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์
ในกึ่งพุทธกาล -- ได้ก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์ *
สิ่งเหล่านี้จึงรวมกันมา เป็นการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อย *
ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่า..
ทั้ง 5 ประการนี้ รวบรวมกันมาเป็นเหตุเป็นปัจจัยค้ำหนุน หนุนเนื่องกันมา
จนคำว่า ตรัสรู้ธรรม ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย  และกิจขององค์พระศาสดา
... จึงสามารถสำเร็จได้แล้ว ในกึ่งพุทธกาลนี้..
สำหรับการวางแบบแผน ในการเผยแผ่พระธรรม พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ ::   ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. 
ลูกก็พอจะเข้าใจแล้วว่า อะไรคือเหตุหนุนเนื่อง ค้ำหนุนกันมา
อะไร คือ สภาวธรรมที่ทำให้มีการตรัสรู้ธรรม ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย
ในกึ่งพุทธกาลก่อเกิดขึ้น
... ลูกก็พอจะเข้าใจแล้ว
ก็จงตั้งใจทำหน้าที่ของตน คือ การเป็นดุจดังดวงอาทิตย์
คอยให้แสงสว่างนำทางดวงจิตทั้งหลาย..
เป็นที่พึ่งให้กับทุกดวงจิต ได้อาศัย
และได้น้อมธรรมจากลูก -- นำธรรมนั้นเข้าสู่จิตของตน +
ประพฤติปฏิบัติฝึกฝน จนถึงซึ่งความพ้นทุกข์เถอะ.. พระยาธรรม
+ +
พระยาธรรม ::   สาธุ เจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตาลูก นะเจ้าคะ 
วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อน   เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ...
สาธุ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 25, 2021, 06:13:39 am โดย thanapanyo »