ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3657 เบื้องหลังชีวิตพระพุทธเจ้าน้อย  (อ่าน 236 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4093
    • ดูรายละเอียด
Rec-3657 เบื้องหลังชีวิตพระพุทธเจ้าน้อย
« เมื่อ: สิงหาคม 21, 2021, 08:26:45 am »

พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  18  สิงหาคม  2564
บทที่ 101  **เบื้องหลังชีวิตพระพุทธเจ้าน้อย**
+ +   

ในเช้าของวันที่  18 สิงหาคม พ.ศ. 2564        ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้ว  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกจะขอเฝ้าทูลถามถึง ข้อธรรม บทที่ 101  น่ะเจ้าค่ะ

ในข้อธรรมบทนี้  ลูกจะขอเฝ้าทูลถามถึงกายนี้ เป็นกายที่ลูก
- ใช้สำหรับการเรียนรู้ และศึกษาธรรม
- ใช้สำหรับการดำเนินงานถวายพระพุทธองค์ น่ะเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์เจ้าขา.. ตั้งแต่เมื่อวานนี้ ที่ในโลกทิพย์ ได้มีการทำพุทธพิธี
คือ ส่งมอบถวายงาน ที่องค์พระแม่โพธิสัตว์กวนอิมได้รับมอบหมาย
และที่ลูกนั้นได้รับมอบหมาย  รวมถึงกิจการงานทั้งหมดที่ได้สร้างได้ทำ
เพื่อรองรับการเผยแผ่ธรรมของพระพุทธองค์ ในกึ่งพุทธกาลนี้

รวมถึงกิจต่างๆ ที่หลวงพ่อพระอาจารย์ ก็ได้สร้างได้ทำ 
ถวายกิจการงานทั้งหมด ที่ได้รับมอบหมายมาให้ได้ทำ ในรอบของพระยาธรรมิกราช น่ะเจ้าค่ะ
ได้น้อมถวายเป็น พุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา  ต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว 

ลูกเห็นว่า.. เป็นคัมภีร์สีทอง ซึ่งก็ได้น้อมกลับคืนถวายแด่พระพุทธองค์ เป็นที่เรียบร้อย

เปรียบเสมือนได้ถวายงาน ให้กับเจ้าของงานที่ได้มอบหมายมา
จนลูกรู้สึกว่า เกิดสภาวะเช่นนี้ขึ้น ในตัวของสภาวะกายหยาบนี้ คือ
รู้สึกว่าในกายนี้  หรือในสภาวธรรมของท่านแม่ชีกชพรนั้น..
เป็นเพียงแค่ เหมือนพนักงานที่ได้รับมอบหมายงาน  แล้วก็ไปทำให้เสร็จ
เพื่อที่จะน้อมส่งต่อเจ้าของบริษัท ผู้ซึ่งเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ผู้เป็นศาสดาของศาสนา

ลูกจึงก่อเกิดสภาวธรรมขึ้นมา ในสภาวะของกายนี้  เช่นนี้ อย่างนี้ว่า..

แท้ที่จริงกายนี้ก็ดี   กายของหลวงพ่อพระอาจารย์ก็ดี
หรือกายทั้งหลายที่ได้มาช่วยงาน  สิ่งต่างๆ ที่ได้ร่วมกันทำมาทั้งหมดทั้งมวลนี้
คือ การทำงานเพื่อน้อมถวายแด่องค์พระพุทธเจ้า น่ะเจ้าค่ะ
จนก่อเกิดความรู้สึกเช่นนี้ขึ้นในตัวของลูก  และในสภาวะแห่งกายหยาบนี้

ลูกจึงจะขอถึงพระพุทธองค์ โปรดทรงเมตตาเป็นที่พึ่ง อธิบายสภาวธรรมเหล่านี้.. 
ให้ลูกได้ฟังด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ ”
- - - -

พระพุทธองค์ ::   ก็ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย
ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จงตั้งใจพิจารณาธรรม ดังต่อไปนี้นะ.. พระยาธรรมเอย.

ลูกค่อยๆ พิจารณาให้เห็นตามความเป็นจริง เช่นนี้ อย่างนี้ว่า..

ในตัวของเรา  ในกายของเรา
ในความรู้สึก  และดวงจิตดวงหนึ่งๆ นี้
แท้ที่จริงแล้ว.. เขานั้น มีอะไรที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังตัวตนหนึ่งนี้
ก็มีดวงจิต  มีกิเลสตัณหา  มีกรรม 
มีผลของกรรม  และมีสิ่งที่เป็นกิเลสตัณหา
มีทั้งบุญและบาป คือ ผลกรรมส่งผล
นำพาให้จะคิด พูด ตัดสินใจ ทำยังไงต่อไป -- ก็ขึ้นอยู่กับบุคคลผู้นั้น +

ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  เบื้องหลังชีวิตๆหนึ่ง  มันก็เลยมีอะไรเยอะแยะมากมาย
ที่ซ่อน ที่ซ้อนอยู่
และดวงจิตโดยทั่วไป ที่เวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้.. ก็กลายเป็นหุ่นเชิดของสิ่งเหล่านั้น ++

และในวันนี้  ลูกทั้งหลาย.. ก็ได้ก่อเกิดขึ้นมา  เพื่อที่จะพากันรองรับกิจการงาน
ทำคุณงามความดี ในรูปแบบต่างๆ -- ตามที่ตนพอจะรู้  ตามที่ตนพอจะทำได้
ก็ถือว่า ลูกทั้งหลายนั้น.. เป็นบุคคลผู้ที่เลือกแล้ว
ที่จะทำในสิ่งที่ดี - เป็นเส้นทางชีวิตของตนเอง
และการทำกิจต่างๆ ที่เป็นความดีเหล่านั้น... 

ลูกก็ทำตามคำสอน  การชี้ทางบอกทางจากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ทั้งนี้.. ก็เพื่อที่จะได้มาด้วยความพ้นทุกข์  ตามที่องค์พระพุทธเจ้าได้ชี้ทางบอกทาง

ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย..  ก็ได้สร้าง ได้ทำคุณงามความดี  ให้ก่อเกิดในตัวของลูกแล้ว
สภาวธรรมที่ก่อเกิดในตัวของลูกแต่ละคน  จึง
/  เป็นสภาวธรรมแห่งคุณงามความดี ที่ก่อเกิดขึ้น - อยู่เบื้องหลังตัวตนของแต่ละคน
/  เป็นพลังแห่งคุณงามความดี  ตามรูปแบบดวงจิตแต่ละดวง
... เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา  รองรับกิจการงาน 

การทำความดีนั้น.. ก็ย่อมจะก่อเกิดประโยชน์แก่ตน
แก่คนส่วนรวม  สาธารณประโยชน์ **

ฉะนั้น  พระยาธรรมเอ๋ย..  ความดี ของลูกทั้งหลาย.. จึงเปรียบเสมือนการรองรับ
ให้ พระพุทธ พระธรรม และพระสงฆ์  ได้เกิดขึ้นในจิตใจของลูก
ก่อเกิดขึ้นในโลกใบนี้  เบ่งบานในจิตใจของผู้อื่นด้วย
-- จึงถือว่า เป็นความดี ที่ดี  ที่น่ายกย่อง –

ลูกทั้งหลาย.. มีเส้นทางชีวิตของตนเอง  ซึ่งก็เป็นเส้นทางชีวิต ที่
-  ถูกลิขิตด้วยกรรมของตน
-  ถูกลิขิตด้วยกิเลสตัณหาที่มี  ครอบงำอยู่ในตน

แต่วันนี้ ลูกสามารถที่จะสร้างความดี โดยปราศจากกิเลสตัณหา 
-- เพราะมีปัญญารู้ตื่น รู้แจ้ง - ตามคำสอนขององค์พระพุทธเจ้า 

จนรวบรวมมาเป็นพลังที่ดี  เป็นกิจการงานอันสำคัญ *
คือ การรองรับพระพุทธศาสนา ให้ก่อเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาล
และให้เจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป
... ย่อมถือว่า ดี
และลูกทุกคน ก็ได้น้อมถวายคุณงามความดีของตนแล้ว - ในรูปแบบตน

ฉะนั้น..  เบื้องหลังชีวิตของลูกทุกคน 
คือ ความดี
คือ ความรู้แจ้ง
คือ สิ่งที่กำลังจะทำให้รู้ตื่น

ลูกจงตั้งใจทำหน้าที่ของตนกันต่อไปนะ 
และตั้งใจหาตัวตนของตน เส้นทางแห่งตน
สิ่งที่ตนจะต้องดำเนินต่อไป 
... เพื่อที่จะได้ไปให้ถึง จุดสูงสุดแห่งเส้นชัยของชีวิต *

ชีวิตๆหนึ่ง.. ก็ย่อมต้องมีความแตกต่าง ตามรูปแบบชีวิตหนึ่งๆนั้น เป็นธรรมดา
และในชีวิตหนึ่งๆนั้น  ย่อมมีสภาวธรรมที่ซับซ้อนมากมายอยู่ในนั้น
เพียงแต่ว่า เราจงหาเส้นทางชีวิตของเราให้เจอ ให้ทะลุแจ่มแจ้ง เท่านั้น +

ทุกคนเกิดมาบนโลกใบนี้.. ก็เพียงเพื่อที่จะเรียนรู้เรื่องราวชีวิตของตน
ค้นหาตัวตนของตน.. 
- เพื่อที่จะหาตน 
- และทำหน้าที่ในตนให้สมบูรณ์
- ให้ดับตนให้ได้ เท่านั้น

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  ไม่ได้เกิดมา
- เพื่อเรียนรู้ผู้อื่น 
- เพื่อเรียนรู้โลก   
- เพื่อหลงโลก
จมอยู่กับโลก ลูก

ชีวิตทุกชีวิตเกิดมา ก็เพื่อที่จะเรียนรู้ตนเอง  ดูตนเอง  ทำตนเองให้แจ้ง
กิจของลูก.. ก็จะจบไป

ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย..  ก็เป็นผู้มุ่งมั่นตั้งใจทำความดี ตามรูปแบบชีวิตของตนแล้ว
ก็จงทำต่อไปเถิดนะ

ทีนี้ ต่อจากนี้ไป.. ก็จะกล่าวถึงเส้นทางชีวิตแห่งพระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย
รวมถึงเส้นทางชีวิตของท่านแม่ชีกชพร -- ซึ่งเป็นกายๆนี้ ที่จะรองรับพระธรรมคำสอน
และเผยแผ่พระธรรมคำสอนนี้.. สู่โลก

ซึ่งก็ถือว่า เป็นตัวอย่างของดวงจิตๆหนึ่ง ของชีวิตๆหนึ่ง
ของสภาวธรรมที่ดีสภาวธรรมหนึ่ง
-- ที่จะทำให้ดวงจิตต่างๆ ทั้งหลาย.. ได้เรียนรู้และเข้าใจ
-- เป็นตัวอย่างนำทางทุกดวงจิต ให้พ้นทุกข์ตาม
... เช่นนี้ พระยาธรรมเอย

เอาละนะ พระยาธรรม..  หนทางชีวิตแต่ละคนก็แตกต่างกัน
แต่วันนี้ ลูกจงทำความเข้าใจ ถึงหนทางชีวิตของลูก 
และหนทางชีวิตแห่งสภาวะกายหยาบ  คือ ท่านแม่ชีกชพรนี้

เมื่อลูกทำความเข้าใจในเส้นทางชีวิตของตน / ของกายหยาบนี้ จนกระจ่างแจ้งแล้ว
ลูกก็จะเข้าใจเส้นทางชีวิตของคนอื่น  อย่างกระจ่างแจ้ง
และจะสามารถฉุดช่วยดวงจิตอื่นได้ด้วย  เช่นเดียวกัน

พระยาธรรมเอย..  ลูกจงพิจารณาธรรม ประการที่ 1 - ดังนี้ก่อนเถอะ.. พระยาธรรม

เบื้องหลังองค์พระพุทธเจ้านั้น คือ พระธรรมคำสอน 
และคือแนวทาง หนทางแห่งการประพฤติปฏิบัติ - เพื่อพ้นทุกข์ *

คำว่า องค์พระพุทธเจ้า  ก็มีเป็นเพียงแค่สมมุติ
เรียกนามแห่ง องค์พระผู้สามารถตรัสรู้ชอบได้ โดยพระองค์เอง* 
เพื่อจำแนก แยกเอาไว้ ให้โลกสมมุติได้กล่าวขาน
เรียกนามว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เท่านั้น

แต่ที่จริงแล้ว เบื้องหลัง องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น ก็คือ..
การรู้ตื่น รู้แจ้งในธรรม *
การรู้หนทาง  แนวทางการประพฤติปฏิบัติ - เพื่อความพ้นทุกข์อย่างแจ่มแจ้ง *

ดวงจิตดวงหนึ่งๆ นั้น สามารถทำตนให้แจ้งในสิ่งเหล่านี้..
จึงเป็น *องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า*

ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  เบื้องหลังองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น
ก็คือ พระธรรม
คือ แนวทางการประพฤติปฏิบัติ - เพื่อดำเนินสู่ความพ้นทุกข์ นั่นละลูก

ฉะนั้น ลูกเอ๋ย..  พระพุทธเจ้าจึงซ่อนพระธรรม และแนวทางการปฏิบัติ
อยู่เบื้องหลังคำว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

บุคคลผู้ที่ไม่รู้ตามความเป็นจริง  ก็จะมุ่งตรงสู่คำว่า พระพุทธเจ้า 
และยึดถือคำว่า พระพุทธเจ้า เอาไว้

เมื่อได้พบ ได้เจอ ได้กราบไหว้ 
หรือได้เป็นผู้สนิทเช่นนั้น ใกล้ชิดเช่นนี้
… ก็คิดว่า ตนวิเศษแล้ว  ดีแล้ว  ถึงซึ่งองค์พระพุทธเจ้าแล้ว.. 
ทั้งที่ยังไม่เข้าถึงธรรมนั้นๆ เลย.. พระยาธรรมเอย

ลูกเอ๋ย  ฉะนั้น.. การที่จะเข้าถึงองค์พระพุทธเจ้า อย่างแท้จริง
จะต้องเข้าถึงพระธรรมคำสอน
เข้าถึงแนวทางการประพฤติปฏิบัติ 
-- ที่องค์พระพุทธเจ้าได้ชี้ทางบอกทางเอาไว้ให้
... จึงจะเข้าถึงองค์พระพุทธเจ้า อย่างแท้จริง  **

องค์พระพุทธเจ้า ในสภาวะกายหยาบนั้น  ที่เรียกว่า องค์พระพุทธเจ้า นั้น
เมื่อครบ 80 ปีแล้ว..  ก็ดับขันธ์ปรินิพพานไป

แต่สภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้า คือ *พระธรรม*
และแนวทางการประพฤติปฏิบัติ - ยังคงอยู่  และดำเนินมาจนถึงทุกวันนี้... 

ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  ดวงจิตดวงหนึ่ง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
จึงเรียกกันว่า องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

แต่แท้ที่จริงแล้ว.. เบื้องหลังองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็คือ
* พระธรรม และแนวทางการประพฤติปฏิบัติ *

สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่มีอยู่  สิ่งที่ปรากฏอยู่
สิ่งที่อยู่เบื้องหลังคำว่า องค์พระพุทธเจ้า

เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..  แท้ที่จริงแล้ว ตัวตนจึงไม่มี +
จึงไร้ตัวไร้ตน  ไร้การยึดถือยึดมั่นต่างๆ - ในสภาวะภายนอกนี้ 

ธรรมนั่นละลูก คือ สิ่งที่สว่างไสว
ธรรมนั่นละลูก คือ สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. ควรทำให้รู้ตื่น และเข้าถึง
ธรรมนั่นละลูก คือ สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. ควรประพฤติปฏิบัติ ตามแนวทางคำสอนสั่ง
-- เพื่อเข้าถึงความพ้นทุกข์ อย่างแท้จริง ++
... แล้วลูกจึงจะเข้าถึง องค์พระพุทธเจ้า

เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..  ลูกจงทำความเข้าใจตามนี้ก่อนนะ
และทำความเข้าใจเช่นนี้ไปเรื่อยๆ  โดยที่ยังไม่ต้องลังเลสงสัยอะไร
เรื่องบางเรื่อง ก็จะต้องเท้าความเริ่มต้น  และค่อยๆอธิบายไปจนสิ้นสุด.. จึงจะเข้าใจ

ต่อไป ประการที่ 2 --
เบื้องหลังองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย  ก็คือ..
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า และพระธรรม  แนวทางการประพฤติปฏิบัติ
-- ซ่อนอยู่เบื้องหลังองค์พระพุทธเจ้าน้อย.. ลูกเอ๋ย

ฉะนั้น.. การที่องค์พระพุทธเจ้าน้อยได้ก่อเกิดขึ้นแล้วนั้น 
ก็ใช่ว่า องค์พระพุทธเจ้าน้อยนั้น.. จะมีตัวมีตน เป็นบุคคลผู้ใดผู้หนึ่ง

แต่การที่องค์พระพุทธเจ้าน้อย ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วนั้น คือ การมี
องค์พระพุทธ  องค์พระธรรม  และองค์พระสงฆ์ - เป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติ
หนทางที่จะดำเนินไป เพื่อพ้นทุกข์ – ที่ได้ก่อเกิดขึ้นใหม่อีกครั้งหนึ่งแล้ว
ในโลกธาตุ วัฏสงสารนี้
-- เพื่อปลุกจิตทั้งหลาย..ให้รู้ตื่น +

เบื้องหลังองค์พระพุทธเจ้าน้อย – จึงซ่อนด้วยองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระธรรม และพระสงฆ์

บัดนี้  เมื่อมีองค์พระพุทธเจ้าน้อย ก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลก.. 
-- จึงเป็นเพียงแค่สภาวธรรม  ไม่ใช่ตัวตน  !!

คือ มีสภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย ก่อเกิดขึ้น 
//  เพื่อที่จะได้ เผยแผ่พระธรรมขององค์พระพุทธเจ้า 
//  เพื่อที่จะได้ เผยแผ่แนวทางการประพฤติปฏิบัติ
//  และเพื่อให้ลูกทั้งหลาย.. เข้าถึงพระธรรม  เข้าถึงแนวทางการประพฤติปฏิบัติ
-- เพื่อพ้นทุกข์เท่านั้นละ

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  ฉะนั้น ลูกจงทำความเข้าใจเช่นนี้อย่างนี้ ให้กระจ่างแจ้งก็แล้วกันนะ

เบื้องหลังแห่งองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย ซ่อนด้วย..
* องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
* พระธรรม
* และแนวทางการประพฤติปฏิบัติอยู่

ลูกทั้งหลาย..  จงรู้ในสมมุติ  และจงรู้แจ้งในสิ่งที่สำคัญที่ซ่อนอยู่
และทำตนให้แจ้ง
- ด้วยพระธรรม 
- ด้วยแนวทางการประพฤติปฏิบัติเถิด.. ลูกเอ๋ย

และลูก ก็จะได้มาด้วยสิ่งที่เป็นความจริง
คือ การเข้าถึงความพ้นทุกข์ อย่างแท้จริง
... จะไม่ได้แค่เข้าถึงองค์พระพุทธเจ้าน้อย ที่ก่อเกิดขึ้น !

ต่อไป ประการที่ 3 --
เบื้องหลังท่านแม่ชีกชพรนั้น ก็คือ องค์พระแม่โพธิสัตว์
- ผู้ถือบัญชีกรรมของดวงจิตทั้งหลาย.. 
มาเพื่อฉุดช่วยมวลมนุษย์  และสรรพสัตว์ทั้งหลาย

เบื้องหลังของท่านแม่ชีกชพรนั้น ก็คือ องค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย
ผู้กำเนิดก่อเกิดขึ้นมา  เพื่อจะได้นำเอาสภาวธรรมแห่ง
องค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์  ให้ก่อเกิดขึ้นอุดมสมบูรณ์
ต่อยอดแนวทาง การชี้ทางบอกทาง หนทางพ้นทุกข์.. ให้กับดวงจิตทั้งหลาย เท่านั้น

ฉะนั้น.. ในสภาวธรรมแห่งกายหยาบ - ก็คือ ท่านแม่ชีกชพร
แต่สภาวธรรมที่ซับซ้อน และซ่อนอยู่
ก็คือ การทำกิจ ถวายแด่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ก็คือ พระแม่โพธิสัตว์ผู้ถือบัญชีกรรม  บัญชีแห่งดวงจิตทั้งหลาย..
-- มาเพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย.. ให้พ้นทุกข์  ตามลำดับของตน

คือ องค์พระพุทธเจ้าน้อย ผู้ถือเอาคัมภีร์ธรรม ลงสู่โลก
-- เพื่อประกาศธรรม แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ประกาศธรรมนี้.. ก็เพื่อให้ทุกคนรู้แนวทางการประพฤติปฏิบัติ
รู้แจ้ง เข้าใจ  และประพฤติปฏิบัติตาม เพื่อพ้นทุกข์เท่านั้น +

ลูกเอ๋ย..  เบื้องหลังชีวิตท่านแม่ชีกชพร จึงมี
องค์พระแม่โพธิสัตว์
และพระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อยอยู่
– เพื่อที่จะทำกิจให้สำเร็จ เท่านั้น  +

เหตุก็เป็นเช่นนี้ อย่างนี้ละ.. พระยาธรรมเอย

เมื่อได้ส่งงาน น้อมถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว
ท่านแม่ชีกชพร หรือว่าในสภาวะแห่งกายหยาบนี้..
… จึงก่อเกิดสภาวธรรมที่เกิดขึ้น
คือรู้สึกว่า เป็นเพียงพนักงานที่ส่งงาน ถวายแด่เจ้าของบริษัทไปแล้ว
และก็รอที่จะรับมอบหมายกิจต่อไป งานต่อไป.. 
... แล้วก็ดำเนินงานต่อไป เท่านั้น  ++

ต่อไป ประการที่ 4 --
เมื่อท่านแม่ชีกชพร ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างสมบูรณ์
คือ ใช้กายๆนี้  สภาวธรรมในกายหยาบนี้ 
* รองรับองค์พระพุทธเจ้าน้อย
* รองรับพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม 
* และรองรับกิจ อันเป็นกิจสำคัญขององค์พระพุทธเจ้า

ซึ่งเป็นการน้อมธรรม สื่อธรรม 
ปรับสภาวธรรม  ทำกิจต่างๆ.. จนสมบูรณ์ บริบูรณ์ดีแล้ว
จึงได้รอบได้เวลา  น้อมส่งงานถวายขึ้นสู่องค์พระพุทธเจ้า
สภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้า – จึงเป็นอื่น คือ เป็นผู้อื่น
คือ เป็นสภาวธรรมอื่น

สภาวธรรมแห่งองค์ พระธรรม และพระสงฆ์ - จึงเป็นสภาวธรรมอื่น 
สภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย - ก็จึงเป็นอื่น
และสภาวธรรมแห่งพระแม่ – ก็เป็นอื่น

จึงเหลือแค่สภาวธรรมแห่งกายหยาบ  คือ ท่านแม่ชีกชพร
ซึ่ง..
/  เป็นเพียงแค่เปลือก 
/  เป็นเพียงแค่สมมุติ 
/  เป็นเพียงแค่สักแต่ว่า
-- ที่ตั้งอยู่ตรงนี้ เพื่อรอการสั่งงาน
รอกิจต่อไปที่จะต้องทำ ดำเนินต่อไป

จึงเปรียบเสมือนหุ่นยนต์หุ่นหนึ่ง ที่สมมุติว่า มีชื่อมีนามว่า  แม่ชีกชพร
เพื่อรองรับกิจต่างๆ  และทำงานต่อไป...

เช่นนั้นละ พระยาธรรมเอย..  ลูกจึงมีสภาวธรรมในกายหยาบ
ที่รู้สึกว่า  เป็นเพียงพนักงาน ผู้ทำงานถวายกิจการงานนี้  แด่องค์พระพุทธเจ้า
-- ไม่มีตัวมีตน  ไม่ใช่ตัวไม่ใช่ตน --

ธรรมทั้งหลาย กิจการงานทั้งหลาย  สภาวธรรมทั้งหลาย
.. จึงไม่ใช่เรา ใช่ตัวตนของเรา  ++

ทั้งนี้ ลูกรู้สึกว่า.. ได้ถูกต้องแล้วละ พระยาธรรมเอย - ในสภาวะแห่งกายหยาบนี้

หากมิเช่นนั้นแล้ว.. ก็จะหลงทาง 
เพราะจะมีการยึดมั่นถือมั่น ในตัวในตน  ในกาย
ยึดว่า เราเป็นใคร  ยึดว่าใครเป็นเรา
ยึดสภาวธรรมต่างๆ มาเป็นตัวเป็นตน
... ก็จะหลงอยู่  และติดอยู่ นะลูก

ดีแล้วละ ที่สามารถที่จะแกะเปลือก  ออกจากแกนใน
ดีแล้วละ ที่สามารถเห็นหุ่นยนต์นี้ - แบ่งแยกออกจากสภาวธรรมต่าง ๆ

และสามารถที่จะเข้าใจสภาวธรรมต่าง ๆ ได้อย่างกระจ่างแจ้ง  แบ่งแยกชัดเจน
/  ทำลายตัวตน 
/  ทำลายความเป็น ความมีทั้งปวง
ไม่ยึดมั่นถือมั่น เป็นอะไรทั้งนั้น  !!

ต่อไป ประการที่ 5 --
ลูกทั้งหลาย.. จงทำความเข้าใจว่า ในสายงานนี้
จึงมี..
องค์พระพุทธเจ้า  มีพระธรรมที่ซ่อนอยู่ในองค์พระพุทธเจ้า 
และแนวทางการประพฤติปฏิบัติ  - เป็นสิ่งที่ลูกต้องเข้าถึง
คือ  พระธรรมคำสอน และแนวทางการปฏิบัติ

ในสายงานนี้ จึงมีองค์พระพุทธเจ้าน้อย  พระยาธรรมิกราช
-- ซึ่งมีสภาวธรรมของ องค์พระพุทธ  องค์พระธรรม  และองค์พระสงฆ์ 
- ซ่อนอยู่ในสภาวธรรมแห่งพระพุทธเจ้าน้อย

และก็มีสภาวธรรมแห่งพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม  ผู้ถือบัญชีกรรม / บัญชีแห่งดวงจิตทั้งหลาย
มาฉุดช่วยปรับภพภูมิ  ยกระดับจิตของดวงจิตทั้งหลาย
- ตามรอบ ตามบุญ ตามกรรมของดวงจิตทั้งหลาย.. เพื่อฉุดช่วยพวกเขา ในยุคนี้
... จึงมีสภาวธรรมเหล่านี้ ซ่อนอยู่เบื้องหลังชีวิตของท่านแม่ชีกชพร*

และเมื่อกิจการงานเหล่านี้ก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์แล้ว  น้อมถวายแล้ว
... ก็เป็นเพียงแค่ สภาวธรรมความดีๆหนึ่ง  ที่ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว  ++

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  จึงไม่มีตัวมีตน  ไม่มีใครเป็นใคร
ไม่มีอะไรเป็นอะไรทั้งนั้น
... ทุกอย่างจึงเป็นเพียงแค่ กิจที่จะดำเนินไปให้เสร็จ ให้สมบูรณ์เท่านั้น...

เพราะเช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..  จิตของลูกทั้งหลาย ผู้ซึ่งประพฤติปฏิบัติ
ทำคุณงามความดี  ที่ได้ช่วยกันสร้างและทำความดี ในรูปแบบใดๆ ก็ตาม
//  จึงมีเพียงแค่กิจการงาน  สภาวธรรมที่เราได้ทำไว้แล้ว
//  จึงไม่มีความยึดในตัวในตนนี้ 

เพียงแต่เส้นทางชีวิตของแต่ละบุคคล.. ก็จะเป็นไปตามแต่ละบุคคล ที่จะดำเนินมา
และจะดำเนินไป เท่านั้น  +

ลูกเอ๋ย..  เมื่อถึงจุดๆหนึ่ง  ที่ลูกนั้นสามารถที่จะมองเห็นชัดเจน
แบ่งแยกได้เช่นนี้ อย่างนี้แล้ว  ในสภาวธรรมที่รวมๆ กันมาแล้ว
... มาสมมุติว่าเป็นลูก  เป็นตัวเป็นตนนี้

ลูกสามารถที่จะเข้าใจเช่นนี้แล้ว.. 
-- การยึดถือ ยึดมั่นในสิ่งใด.. ย่อมไม่มี  ++

เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..  พอจะเข้าใจบ้างแล้วหรือยังเล่า
จงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ.. พระยาธรรม

+ +
พระยาธรรม ::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง

ลูกพอจะเข้าใจแล้ว ว่า..
กายๆหนึ่ง ย่อมมีสภาวะของสิ่งต่างๆ ซับซ้อนอยู่เบื้องหลัง ในกายนั้น  ในชีวิตหนึ่งๆนั้น
แต่ละคน.. ก็จงหาของตนเองให้เจอ  และดำเนินไปสู่ทิศทางที่ดี
ที่จะสลายความมี  ความเป็นตัวตนนี้ 

ส่วนสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นกับลูก  คือ สภาวะของความรู้สึก ที่รู้สึกว่า
ในกายหยาบนี้ ตัวตนนี้..
-- เป็นเพียงแค่พนักงาน ที่ส่งมอบงานแก่เจ้าของบริษัทนั้น –

ก็เพราะว่า ในสภาวะแห่งกายหยาบนี้นั้น  มีหลายสิ่งที่ซับซ้อนอยู่ในเบื้องหลังชีวิตๆหนึ่งนี้
ซึ่งก็มีสภาวธรรมแห่งองค์พระพุทธเจ้า  พระธรรมคำสอน
รวมถึงแนวทางการประพฤติปฏิบัติ.. ที่ซ่อนอยู่

แล้วก็ยังมีสภาวธรรมแห่งพระพุทธเจ้าน้อย พระยาธรรมิกราช.. ที่ซ่อนอยู่
และก็ยังมีสภาวธรรมของพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม  ผู้ถือบัญชีกรรมลงมาฉุดช่วย
มวลมนุษย์  และสรรพสัตว์ทั้งหลาย.. ซ่อนอยู่อีก

ฉะนั้น.. ท่านแม่ชีกชพร หรือในสภาวะแห่งกายหยาบนี้
จึงเป็นเพียงแค่ สิ่งที่ทำให้ทุกคนได้มองเห็น ได้รู้ว่า..
เสียงธรรม มาจากตรงนี้
บุคคลผู้นี้ คือ บุคคลผู้ที่ชี้ทางบอกทาง  ฉุดช่วย  ช่วยเหลือตามเหตุ
- ตามสภาวธรรมของกายหยาบเท่านั้น..

แท้ที่จริงแล้ว.. ในสายงาน หรือกิจการงานนี้ ซับซ้อนด้วยคุณงามความดีมากมาย
-- ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง +

แล้วลูก ที่เกิดสภาวธรรมเช่นนี้ ในกายหยาบนี้ 
... ก็เพื่อที่จะได้เห็นความเป็นจริงของสภาวธรรมแห่งกาย
จึงไม่ต้องยึดตัวยึดตน  ยึดตัวบุคคล
แต่เห็นคุณงามความดี  และทำให้เข้าถึงคุณงามความดี - ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังชีวิต +

... ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ

เบื้องหลังองค์พระพุทธเจ้า คือ พระธรรม  และแนวทางการประพฤติปฏิบัติ
เบื้องหลังองค์พระยาธรรมิกราช พระพุทธเจ้าน้อย  ก็คือ
องค์พระพุทธเจ้า  และพระธรรม  แนวทางการประพฤติปฏิบัติ

เบื้องหลังท่านแม่ชีกชพร  คือ พระแม่โพธิสัตว์  *
และคือพระยาธรรมิกราช -พระพุทธเจ้าน้อย *

เบื้องหลังชีวิต.. เป็นเช่นนี้ อย่างนี้  คือ การทำกิจน้อมถวาย

ฉะนั้น..  สภาวธรรมแห่งกายของท่านแม่ชีกชพร
เมื่อได้ประกอบกิจเหล่านี้จนสำเร็จสมบูรณ์แล้ว / ได้น้อมถวายเป็นพุทธบูชาแล้ว..
-- จึงมีสภาพคล้ายคลึงกับ การเป็นพนักงาน ที่ส่งมอบงานอันสำคัญแก่เจ้าของบริษัท
เพื่อที่จะน้อมรับกิจต่อไป ที่จะทำ --

และในสายงานนี้.. จึงมีสภาวธรรมซับซ้อน อยู่เบื้องหลังชีวิตท่านแม่ชีกชพร
ที่จะต้องดำเนินต่อจากนี้ไป...

... ลูกพอจะเข้าใจเช่นนี้ อย่างนี้แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง  นะเจ้าคะ
ไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์ ::   ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย.. 

ฉะนั้น.. ให้ลูกทั้งหลาย จงหาเบื้องหลังชีวิตของตนให้เจอนะลูก +
แล้วก็ จงทำชีวิตเบื้องหลังของตน.. ให้มีสิ่งที่ดีๆ ให้สมบูรณ์
และจงคลายความยึดติด ยึดมั่นถือมั่น
ในคุณงามความดี
ในสิ่งที่ดี 
ในสภาวธรรมเหล่านั้น
... เพื่อสลายความมี  ความเป็น ทั้งปวง

ทุกคนเกิดมา  ก็เพื่อเรียนรู้ตน
ทุกคนแสวงหาในตน  ก็เพื่อรู้แจ้งในตนเท่านั้น ลูก

-- กิจอื่นใด นอกเหนือจากนี้ – ย่อมไม่มี ++

+ +
พระยาธรรม ::   สาธุ เจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณที่ทรงเมตตาลูกทั้งหลาย.. 

ลูกจะตั้งใจน้อมเอาธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ไปพิจารณาตาม
เพื่อรู้ตาม  เห็นตาม 
ประพฤติปฏิบัติตาม  และเข้าถึงความพ้นทุกข์ตาม
-- ตามความเมตตาของพระพุทธองค์ –

วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ   เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ...

สาธุ