ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3656 สิ่งที่ถวายเป็นพุทธบูชาในการตรัสรู้  (อ่าน 396 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด


พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  17  สิงหาคม  2564
บทที่ 100  **สิ่งที่ถวายเป็นพุทธบูชาในการตรัสรู้**
+ +   

ในเย็นของวันที่  17 สิงหาคม พ.ศ. 2564         ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราช ได้น้อมจิตขึ้นเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้ว  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกจะขอเฝ้าทูลถามถึง ข้อธรรม บทที่ 100  น่ะเจ้าค่ะ

ช่วงนี้.. ก็ใกล้เวลาการตรัสรู้ธรรมของพระยาธรรมิกราช – ที่จะตรัสรู้เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อยแล้ว
จึงมีญาติธรรมหลายท่าน ที่ตั้งใจว่าจะมาบวชปลงผม  ถือศีล 8
บวชเป็นอุบาสก อุบาสิกา.. เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา **

ลูกจึงเกิดความสงสัยเช่นนี้ว่า..  การน้อมถวายบูชาต่อองค์พระพุทธเจ้าน้อย - ในวันตรัสรู้นั้น..
เราควรที่จะบูชาด้วยสิ่งใดบ้างหรือเจ้าคะ ?
... จึงจะก่อเกิดเป็นอานิสงส์อันยิ่งใหญ่ ให้กับตัวของเรา น่ะเจ้าค่ะ

ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาชี้ทางสว่าง
แสดงธรรมนี้ ให้ลูกได้ทำความเข้าใจด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ ”
- - - -

เอาละนะ พระยาธรรมเอย..  ถ้าอย่างนั้น ก็ดีแล้วละลูก
ที่วันนี้ ลูกก็ตั้งใจที่จะเฝ้าทูลถามถึง สิ่งที่จะเป็นเหตุเป็นปัจจัย
ที่เหมาะสม คู่ควรแก่การน้อมถวายเป็นพุทธบูชา ในวันที่พระพุทธเจ้าน้อยตรัสรู้

เพื่อที่จะให้ก่อเกิดประโยชน์ แก่ดวงจิตทั้งหลาย.. ผู้มีความมุ่งมั่น ตั้งใจดี 
ที่จะน้อมถวายบูชาด้วยเหตุปัจจัยต่าง ๆ

ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย..  เมื่อเราตั้งใจดีแล้ว
และก็รู้ว่า อะไรดี – เราก็ทำเหตุที่ดีนั้น.. ให้สำเร็จ สมบูรณ์ดังที่ตั้งใจ
... ก็ย่อมจะก่อเกิดเป็นอานิสงส์ที่ดี ให้กับตัวของเราเอง  +

พระยาธรรมเอย..  ถ้าอย่างนั้น 
ลูกทั้งหลาย.. จงพิจารณาธรรม ทั้ง 5 ประการนี้ ก็แล้วกันนะ

ลูกก็คงจะเข้าใจว่า.. ลูกนั้น จะน้อมถวายสิ่งใด เป็นพุทธบูชา
สิ่งใด คือ สิ่งที่ลูกพอจะทำได้ 
ลูกก็ค่อยทำไป  จัดสรรไปตามเหตุที่ควรจะทำ ก็แล้วกัน +

ในประการที่ 1 – เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด ลูก
คือ การปฏิบัติบูชา อย่างเช่นที่ลูกทั้งหลาย.. ได้ตั้งใจทำกัน นั่นละ

คือ สิ่งที่ดี ที่ถูกต้อง 
คือ อานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดแล้ว.. ลูกเอ๋ย **

เพราะเราได้น้อมเข้ามาปลงผม  สละละซึ่งความยึดมั่นถือมั่น
-- ในสิ่งที่เรานี้ยังยึดอยู่  คือ การติดอยู่กับกิจการงาน บ้านเรือน –

รวมถึงการติดอยู่กับความสวยความงาม - การมีผม
ซึ่งก็เป็นการที่จะทำให้เรานี้.. อาจจะทำอะไรตามใจของตน ก็ได้
... เพราะตนยังไม่อยู่ในคราบของนักบวช - อย่างเต็มที่ *

ซึ่งก็ถือว่า  เป็นการสละ ละ ซึ่งสิ่งที่คุ้นเคย
สิ่งที่ยึดติดภายนอก - ทิ้งไป  !!

รวมถึงได้ชำระล้างผม  ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย 
ที่เราปรุงแต่ง ดูว่าสวยว่างาม  ดูว่าดี
เราก็สามารสละ ละได้
-- ถือว่า เป็นสิ่งที่ดี *

และเมื่อเข้ามาแล้ว..  ก็ตั้งใจรักษาศีล 8
ภาวนา บำเพ็ญ ประพฤติปฏิบัติ  ฝึกฝนตน
ขัดเกลาเจียระไนจิตใจของตน

ทำให้กาย วาจา ใจ ของตนบริสุทธิ์ ด้วยศีล 8
เพื่อน้อมถวายเป็นพุทธบูชา 
ได้มาด้วย ศีล ธรรม สมาธิ และปัญญา
//  ย่อมเป็นการบูชาอันสูงสุด   เป็นการบูชาที่ก่อเกิดอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ *
//  ย่อมจะเป็นการบูชา ที่จะได้มาด้วยการละกิเลส - ทั้งภายนอก และภายใน
//  ย่อมจะได้มาด้วย นิพพานสมบัติ  เป็นแน่แท้  ++

จงตั้งใจทำความดีที่ตนได้ตัดสินใจแล้วว่าจะทำนี้ -- ให้ก่อเกิด ให้สมบูรณ์เถิดนะ
แล้วคุณประโยชน์ อานิสงส์อันสูงสุด..  ก็จะก่อเกิดแก่ลูกทั้งหลาย..

ต่อไป ประการที่ 2 –
สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. ควรที่ทำความเข้าใจ ก็คือ
 
น้อมความดีที่มี  ที่ทำมาแล้วทั้งหมด  รวมถึงที่ตั้งใจทำ ในวันนี้ 
-- คุณงามความดีทั้งหลายเหล่านั้น.. น้อมถวายเป็นพุทธบูชาได้ลูก  ++

ความดีตัวใดที่เราเคยทำมา - ด้วยบารมีตัวใดก็ตาม ที่เราสั่งสมทำมา
เราน้อมคุณงามความดีทั้งหมด.. ที่มี ที่ทำมานั้น..
ถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา 
ในวันที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า.. ได้ให้พลังแห่งความรู้ตื่น 
พลังแห่งพุทธบารมี.. ก่อเกิดขึ้นบนโลก

เป็นสภาวธรรมแห่งการรู้ตื่น รู้แจ้ง  ที่เกิดขึ้น สว่างเจิดจ้าในโลก
-- ด้วยสภาวะแห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย.. ได้ตรัสรู้นั้น **

ลูกนั้น.. ก็ย่อมสามารถที่จะน้อมอาราธนาคุณความดี 
สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. ได้สร้าง ได้ทำมา
-- น้อมถวายเป็นพุทธบูชาได้  ++

และสำหรับใครที่ไม่ได้มายังสถานที่แห่งนี้  แต่ก็รู้ข่าวในการตรัสรู้
ติดตามฟังธรรมอยู่ – อยู่ในที่แห่งหนใด ก็ตาม..
... ก็สามารถที่จะบำเพ็ญปฏิบัติ น้อมถวายได้ด้วยเช่นเดียวกัน  ++

ทุกอย่างอยู่ที่ความดี - ที่เราสร้าง
เราสร้าง เราทำ.. เราก็น้อมถวายไปได้  +
ไม่ว่าจะอยู่ในที่ไหน ก็ตาม.. 
... ล้วนแล้วแต่อยู่ใต้ร่มบารมี แห่งองค์พระพุทธเจ้าทั้งนั้นละ.. ลูกเอ๋ย

และบุคคลผู้ใด..ที่มาไม่ได้ในที่นี้
-- ก็สามารถที่จะอธิษฐานจิต น้อมถวายคุณงามความดี
บารมีทั้งหมด - ที่สร้าง ที่ทำมา
น้อมถวายในเช้าวันที่ 24 ที่จะถึงนี้ - ซึ่งเป็นเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2564 

ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. สามารถที่จะน้อมถวายบูชา - ตามความสะดวกของแต่ละคนนะลูก
เพราะเวลานี้ ยุคนี้นั้น.. มีการสื่อสารเชื่อมต่อ
ที่ทำให้ทุกคน สามารถที่จะทราบถึงข่าวสารต่างๆ ได้
... ก็สามารถถวายบูชาได้  ++

ฉะนั้น ในประการที่ 2 – นี้  จึงเป็นการ..
น้อมถวายคุณงามความดี - ที่มี ที่ทำมา
... น้อมถวายเป็นพุทธบูชาได้ลูก

ซึ่งก็ถือว่า.. เป็นการบูชาอันสูงสุดด้วยเช่นเดียวกัน *
เพราะเราได้รวบรวมพลังบารมี กุศลความดีที่ทำมา
ถวายเป็นพุทธบูชา  และอธิษฐานจิตให้  ++

เราสามารถที่จะรวบรวมความดีเหล่านี้.. มาค้ำมาหนุนดวงจิตของเรา...
ให้ถึงซึ่งความตื่นรู้
การรู้แจ้ง เข้าใจในธรรม 
บรรลุธรรม - ตามองค์พระพุทธเจ้าน้อย
... เช่นนี้ละ ถือว่า เป็นการรวมบารมีมาถวาย ก็แล้วกันนะ  ++


ต่อไปใน ประการที่ 3
ประการที่ 3 – ก็คือ การน้อมถวายด้วย จิต กาย และใจ
เช่นว่า..
ตั้งจิตตั้งใจอธิษฐาน ถวายกาย ใจ  และตัวตนของตนนี้
เป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา  สังฆบูชา

ต่อจากนี้ไป..
//  จะรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์
//  รักษาศีล 8 ให้บริสุทธิ์
//  หรือว่าเรานี้.. จะตั้งสัจจะด้วยการบวชตลอดชีวิตไป

จะยังไงก็ตาม ลูก -- ขึ้นอยู่กับแต่ละคนสะดวก
แต่ว่าเราจะถวาย..
ชีวิตนี้ - เป็นพุทธบูชา 
จิตนี้ - เป็นพุทธบูชา

จะดำเนินชีวิต ด้วยการ..
ดำเนินไป อยู่บนเส้นทางแห่งพุทธะ
ดำเนิน อยู่ในกรอบของเส้นทาง - ที่จะไปสู่ความพ้นทุกข์  ++

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  คือ เรานี้ได้ถวาย จิต กาย และใจ แล้ว..
จะทำดี ประพฤติดี
ประพฤติปฏิบัติดี ตามองค์พระพุทธเจ้า – เพื่อความพ้นทุกข์ ++

ต่อจากนี้ไป..  สิ่งใดที่ไม่ดี  เราจะพยายามลด ละ และเลิกทำ
จะตั้งใจ..
มุ่งตรงต่อ คำสอนขององค์พระพุทธเจ้า
มุ่งตรงต่อความพ้นทุกข์

เราถวายชีวิตที่มี  ที่เหลืออยู่นี้.. เป็นพุทธบูชา

ก็สามารถที่จะทำเช่นนี้ได้ 
ก็ถือว่า เป็นการบูชาอันสูงสุด.. ซึ่งจะได้มาด้วยอานิสงส์
คือ ความพ้นทุกข์ด้วย.. เช่นเดียวกัน **

เพราะตัวของเรานี้ ตั้งสัจจะถวาย จิต กาย และใจแล้ว
ประพฤติปฏิบัติสิ่งใด -- เราทำตามกรอบของคุณงามความดี
กรอบของศีล ของธรรม

ทำเพื่อละกิเลสตัณหา
ทำเพื่อพ้นทุกข์นั้น
-- ย่อมจะสามารถนำพาตน ถึงซึ่งความพ้นทุกข์ได้  **

แต่การอธิษฐานนั้น.. เราก็จงทบทวนให้ดีว่า..
เราพอที่จะทำได้ - ในระดับใด  แค่ไหน 
คือ เต็มกำลังของเรานะลูก 
... แล้วก็ทำไป

ต้องใช้สติ ใช้ปัญญาตรึกตรองให้ดี ก็แล้วกันนะ
แล้วจึงค่อยตั้งจิตอธิษฐาน  ก็แล้วกัน 

ต่อไป ประการที่ 4 –
สิ่งที่เรานี้ จะสามารถน้อมถวายเป็นพุทธบูชาได้  ก็ได้แก่..

การสร้างบารมี ด้วยการทำทาน  ด้วยทานภายนอก
ด้วยเครื่องใช้  ปัจจัย 4  สิ่งของข้าวของ
หรือสิ่งที่ จะมาทะนุบำรุงพระพุทธศาสนา
สิ่งที่จะทำให้ สามารถที่จะค้ำหนุน  ให้ความเจริญรุ่งเรืองแห่งศาสนานี้
เจริญรุ่งเรือง ด้วยเสนาสนะ  วัดวาอาราม
ด้วยการเผยแผ่ด้วยพระธรรม  การสื่อธรรมะ ต่างๆ

เราก็สามารถที่จะถวายด้วย ที่อยู่ที่อาศัย  ยารักษาโรค 
อาหาร  หรือว่าเครื่องนุ่งห่ม
-- ปัจจัย 4  ที่สำคัญแก่การดำเนินชีวิต  และค้ำหนุนพระพุทธศาสนา  --
รวมถึงดอกไม้ ธูปเทียนบูชา  จุดเทียนให้สว่างไสว
บูชาด้วยดอกไม้ ธูปเทียน.. ก็สามารถทำได้ *

สิ่งเหล่านี้.. ก็ถือว่า เป็นอานิสงส์แห่งการทำทาน
ซึ่งก็เป็นการเริ่มต้น ในการทำทานบารมี
//  ให้รู้จักคลายความยึดติด  ยึดมั่นถือมั่น
//  ให้รู้จักน้อมจิต ถวายเป็นพุทธบูชา
//  ให้สว่างไสว ด้วยเทียน ด้วยกลิ่นธูป

ทำให้จิตใจของเรา เข้าถึง..
*  กระแสแห่งความสงบ
*  กระแสแห่งธรรม
*  กระแสแห่งความรู้ตื่นได้

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  ฉะนั้น ใครที่สะดวกในเรื่องของการถวาย ด้วยเครื่องใช้ ปัจจัย 4
ด้วยเครื่องดอกไม้ ธูปเทียนบูชา..  ก็สามารถทำได้
และก็ไม่จำเป็นที่จะต้องทำในที่นี้ ที่เดียว

เราสะดวกที่ใด.. เราถวายไว้ในที่นั้น +
เช่นอยู่ที่บ้าน ก็จุดธูปเทียนบูชา  ถวายดอกไม้ ที่หิ้งพระ 
แล้วก็อธิษฐานถึง องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า 
อธิษฐานถึงการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าน้อย -- เพื่อบูชา
... เช่นนั้นก็ได้ เช่นเดียวกันนั่นละ  ++

ลูกทั้งหลาย..  เราก็จงตรวจดูว่า เราพอจะทำอะไรได้..  เราก็ทำไป

ทีนี้ ทั้ง 4 ประการนี้.. ก็รวมมาสู่ ประการที่ 5 –

เมื่อมีทั้ง 4 อย่างนี้
น้อมถวายบูชา
น้อมถวาย ในวันที่องค์พระพุทธเจ้าน้อย ตรัสรู้แล้ว **

-- ก็ย่อมเป็นอานิสงส์อันสูงสุด ที่จะเกิดแก่ดวงจิตทั้งหลาย..
ผู้ตั้งใจดี ที่จะทำความดีนี้ นั่นละลูก  ++

ฉะนั้น.. 
การปฏิบัติบูชา.. จึงเป็นสิ่งที่สำคัญ *
การน้อมพลังบารมีที่สั่งสมมา  รวบรวมถวายบูชา.. ก็สำคัญ *

การน้อมจิต กาย และใจถวายบูชา ด้วยการตั้งสัจจะ ตั้งอธิษฐาน
ในการสร้างความดีต่อจากนี้ไป.. ก็สำคัญ *

การถวายด้วยการทำทาน สร้างบารมีทาน - ด้วยปัจจัย 4
หรือปัจจัยภายนอก คือ ดอกไม้ ธูปเทียนบูชา
.. ก็ถือว่าเป็นการที่ให้จิตใจ เข้าสู่กระแสธรรม  กระแสที่ดี *

รู้จักการสละ รู้จักการบูชา
... ก็ถือว่า เริ่มเข้าสู่ความดี  *

ฉะนั้น.. เมื่อบุคคลผู้ใด มีความตั้งใจที่จะทำความดีถวายในวันที่ องค์พระพุทธเจ้าน้อยตรัสรู้
ก็สามารถทำได้ - ตามทั้ง 4 ประการนี้

อานิสงส์อันยิ่งใหญ่.. ก็ย่อมจะก่อเกิดแก่ลูกทั้งหลาย  เป็นแน่แท้  ++
เช่นนี้ อย่างนี้ละ.. พระยาธรรมเอย

+ +
พระยาธรรม ::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง นะเจ้าคะ
ลูกพอจะเข้าใจแล้ว ว่า..

การที่แต่ละคน ตั้งใจจะน้อมถวายคุณงามความดี  ด้วยการ..
ออกบวชบำเพ็ญ ปฏิบัติ
รักษาศีล  บวชเป็นอุบาสก อุบาสิกา – ถวายบูชาในวันที่พระพุทธเจ้าน้อยตรัสรู้นั้น..
ย่อมเป็นอานิสงส์ที่ยิ่งใหญ่ ** 

และใครสะดวกที่จะถวายบูชาในแบบใดก็ตาม - ในทั้ง 4 ประการนี้
... ก็ย่อมจะเป็นอานิสงส์ ที่ยิ่งใหญ่  **

ลูกทั้งหลาย..  จะน้อมธรรมนี้ไปพิจารณา ให้เข้าใจ ให้รู้ตื่นตาม
และจะค่อยๆพิจารณา พระพุทธเจ้าค่ะ
ว่า ลูกทั้งหลายนั้น.. พอจะทำคุณงามความดีใด ถวายบูชาได้บ้าง ?

และลูกก็จะตั้งใจที่จะทำในคุณงามความดีนั้น..
-- ถวายเป็นพุทธบูชา ในวันตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย นะเจ้าคะ

วันนี้ ลูกคงจะต้องขอกราบลาก่อนนะเจ้าคะ   เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ...

สาธุ