ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3652 ก่อนตรัสรู้จิตขึ้นสุดลงสุด  (อ่าน 370 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-3652 ก่อนตรัสรู้จิตขึ้นสุดลงสุด
« เมื่อ: สิงหาคม 13, 2021, 03:18:31 am »


พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  11  สิงหาคม  2564
บทที่ 96  **ก่อนตรัสรู้จิตขึ้นสุดลงสุด**
+ +   

ในเย็นของวันที่  10  สิงหาคม  พ.ศ. 2564          ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราชได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้า ต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้ว  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกปรารถนาจะขอเฝ้าทูลถามถึง ข้อธรรม บทที่ 96 น่ะเจ้าค่ะ

ตอนนี้ ลูกมีความรู้สึกว่า.. ด้านหนึ่งของจิต กำลังเดินทางไปสู่จุดที่สูงที่สุดแล้ว
แต่อีกด้านหนึ่งของความรู้สึกนั้น - กลับอยู่ในที่ที่ต่ำที่สุด
สภาวธรรมที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกนี้คือสภาวธรรมอะไรหรือเจ้าคะ  ?

ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมอธิบายสภาวธรรมนี้
ให้ลูกได้พิจารณาให้เข้าใจถึงสภาวธรรมที่เกิดขึ้นด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ ”
- - - -

พระพุทธองค์::ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย..ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จงตั้งใจฟังให้ดี

สภาวธรรมที่เกิดขึ้นกับตัวของลูกนั้น  ลูกหมายถึงว่า..
สภาวจิตด้านหนึ่งของลูกความรู้สึกของลูกด้านหนึ่งนั้น..
... ยกสภาวจิตขึ้นสู่ความละเอียด อันสูงสุดแล้ว

แต่ยังคงมีความรู้สึก ของความรู้สึกอีกด้านหนึ่ง - ที่ยังจมอยู่  ลึกอยู่ในจุดที่ต่ำลงไปที่สุด +

ลูกรู้สึกเช่นนั้น  อย่างนั้น ใช่หรือเปล่าเล่า..พระยาธรรมเอย
สิ่งที่ลูกตั้งใจ จะถามและปรารถนาที่จะได้คำตอบ เป็นเช่นนั้นหรือเปล่าเล่า.. พระยาธรรม
จงกล่าวธรรมนั้นมาก่อนเถอะ..พระยาธรรมเอย

+ +
พระยาธรรม::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
เป็นเช่นนั้น พระพุทธเจ้าค่ะ

ลูกรู้สึกว่า.. จิตของลูกนั้น กำลังเดินทางไปสู่จุดที่สูงสุด
แต่ความรู้สึกของอีกด้านหนึ่ง - ก็รู้สึกว่า อยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด
... ลูกก็เลยสับสนกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้พระพุทธเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์::  เอาละนะ พระยาธรรมเอย..
ถ้าอย่างนั้น ในประการที่ 1 --
ลูกก็ลองหาดูว่า..

ความรู้สึกที่สูงสุดนั้น  เกิดขึ้นเพราะอะไร เพื่ออะไร
หมายถึงความรู้สึก - ที่ลูกรู้สึกว่า
จิตของลูก ดิ่งขึ้นไปสู่สภาวธรรมที่สูงสุดแล้วนั้น..
เกิดขึ้นเพื่ออะไร และเพราะอะไรเล่า  ?

ลูกจงหาเหตุนั้นให้เจอเถอะ 
เมื่อลูกหาเหตุนั้นเจอ  ลูกก็จะเข้าใจในสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในด้านที่ 1 นั้น

+ +
พระยาธรรม::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
ลูกก็ไม่ค่อยมั่นใจสักเท่าไหร่  แต่ในความรู้สึกของลูกนั้น
ลูกรู้สึกว่า.. ตอนนี้ใกล้เวลาที่จะตรัสรู้ในดวงจิตของลูกขึ้นทุกๆวันแล้ว

และการปั่นรอบ พัฒนาจิตของลูกนั้น.. กำลังดิ่งขึ้นสู่จุดที่สูงที่สุด *
เพื่อที่จะรู้ตื่น รู้แจ้งตามความเป็นจริง  - ตามสภาวธรรมของทุกสรรพสิ่งในโลก

เพื่อที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย.. ให้ไปสู่ที่ที่สูงสุด
คือ พ้นทุกข์
คือ แดนพระนิพพาน

จิตของลูก.. เลื่อนสภาวะเข้าสู่สภาวะของการเป็นพระพุทธเจ้าน้อย ใกล้เข้ามาทุกวัน

ลูกก็เลยรู้สึกว่า.. จิตของลูกนั้น ดิ่งขึ้นไปสู่จุดที่สูงที่สุด ละเอียดที่สุด
แค่นั้น พระพุทธเจ้าค่ะ

และในความรู้สึกที่เป็นเช่นนี้ -- ก็ด้วยว่าลูกจะต้องใช้ความรู้ตื่นอันสูงสุดนี้
... กลับมาฉุดช่วยดวงจิตต่างๆดวงจิตทั้งหลาย.. ให้เขาทั้งหลายเหล่านั้นได้พ้นทุกข์ตาม
เช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ

เพราะว่า ถ้าลูกไปไม่ถึงสภาวะแห่งความสูงสุดแห่งจิตนั้น
-- ลูกก็จะไม่สามารถเป็นผู้รู้ตื่น ผู้เบิกบาน !
ไม่สามารถที่จะช่วยดวงจิตต่างๆทั้งหลาย..ให้พ้นทุกข์ได้ พระพุทธเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์::  ก็ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย..ที่ลูกนั้น เข้าใจสภาวธรรมที่เกิดขึ้น

บัดนี้ก็ใกล้เวลาเข้าทุกวัน 
จิตของลูกยกระดับเลื่อนขึ้นสู่ที่ที่สูงสุด
-- เพื่อเตรียมการตรัสรู้ เป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย
-- เพื่อเป็นองค์แทนองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในการประกาศธรรมในกึ่งพุทธกาล

ซึ่งลูกนั้น.. ก็ได้สั่งสมคุณงามความดี 
ได้บำเพ็ญบารมี
สั่งสมการน้อมธรรม การเผยแผ่พระธรรม -มาจนถึงวันนี้แล้ว..

ซึ่งธรรมเหล่านั้น.. ก็ค้ำหนุนให้ลูก - วิ่งเข้าสู่เส้นชัยแห่งการเป็นพระพุทธเจ้าน้อย*
ทั้งนี้ ก็เพราะด้วยเหตุนี้ละ
ลูกจึงรู้สึกว่า.. จิตของลูกดิ่งขึ้นสู่จุดที่สูงสุด*
-- เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย.. ให้ไปถึงซึ่งเป้าหมายอันสูงสุดนั้น  +

พระยาธรรมเอย..เหตุก็เพราะว่า.. ลูกนี้ได้ทำเหตุเอาไว้
จึงจะต้องสำเร็จเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อย  เพื่อเป็นองค์แทนประกาศธรรม
- ในกึ่งพุทธกาล

และที่ต้องเป็นเช่นนี้.. ก็เพื่อฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย
ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย..

ทีนี้ ลูกก็คงพอจะเข้าใจแล้วสินะ ว่า
ความรู้สึกที่ดิ่งไปสู่จุดที่สูงสุดนั้น -- เพราะอะไร  เพื่ออะไร  ?

เอาละ พระยาธรรมเอย..ต่อไป ในประการที่ 2 --นั้น
ลูกจงหาความรู้สึกที่ดิ่งลงไปจุดที่ต่ำที่สุด  ว่าเกิดขึ้นเพราะอะไร เพื่ออะไรกัน
แล้วลูกก็จะเข้าใจสภาวธรรมนั้น ตามความเป็นจริงด้วยเช่นเดียวกัน  +

+ +
พระยาธรรม::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
ลูกก็ไม่ค่อยแน่ใจว่า  ลูกจะทราบถูกต้องตามหลักความเป็นจริงหรือเปล่า

แต่ในความรู้สึกของลูก - ลูกรู้สึกว่า..
การที่จิตของลูก หรืออีกสภาวธรรมหนึ่งของลูกนั้น.. ดิ่งลงสู่จุดที่ต่ำที่สุด

ก็เพื่อลูกจะได้ไปกวาดไปต้อนเอาดวงจิต
- ที่ตกต่ำอยู่
- ที่จมอยู่กับกิเลสตัณหา
- ที่ทุกข์มาก

ต้อนเอาความรู้สึกที่อยู่ในมุมต่ำนั้น.. ต้อนขึ้นมา
เปิดโอกาส ให้โอกาส 
และเข้าใจสภาวธรรม- ที่เขาเหล่านั้นเป็น...

เพื่อจะได้ฉุดช่วย  และต้อนจิตเหล่านั้นขึ้นมาสู่สภาวธรรมที่สูง 
... เช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ

ลูกจึงจะต้องมีกระแสของจิต - ที่ดิ่งลงไปสู่จุดที่ต่ำที่สุดพระพุทธเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์::  เอาละ พระยาธรรมเอย..ถ้าอย่างนั้นก็แสดงว่า
ลูกนั้น เข้าใจถึงสภาวธรรมในด้านหนึ่ง - ที่จะต้องดิ่งลงไปสู่จุดที่ต่ำสุด
-- ถูกต้องตามเหตุของมันแล้ว เช่นเดียวกัน  --

พระยาธรรมเอย..ก็จิตในวัฏสงสารนี้ - มีทั้งคลื่นสูง และคลื่นต่ำ
ลูกจึงจำเป็นที่จะต้อง..เข้าไปสู่สภาวะของจิตที่อยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด
- เพื่อรับรู้ความรู้สึก
- เพื่อเข้าใจ 

และเพื่อที่จะให้โอกาสฉุดช่วยดวงจิตเหล่านั้น.. ให้สามารถที่จะเลื่อนจิตให้สูงขึ้น

เมื่อลูกจะต้องก่อเกิดขึ้นมา..เพื่อที่จะเป็นผู้ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย
ลูกจำเป็นที่จะต้องส่งกระแสจิตของลูก - ไปสู่จุดที่ต่ำที่สุด
กวาดขึ้นมาสู่จุดที่สูงที่สุด+

จุดที่สูงที่สุด - ลูกก็จำเป็นจะต้องเข้าใจ..  เพื่อที่จะนำพาทุกคนไปให้ถึงเป้าหมาย
จุดที่ต่ำที่สุด - ลูกก็จำเป็นที่จะต้องดิ่งลงไปให้ถึงก้นเหวแห่งความทุกข์นั้น 

เพื่อที่จะต้อน ฉุดช่วยดวงจิตที่ตกต่ำเหล่านั้น.. ให้เลื่อนระดับสูงขึ้นมา
- ด้วยเมตตา อภัย
- ด้วยความรู้ ความเข้าใจในความรู้สึกต่างๆ 

-- เพื่อฉุดช่วยให้เขาเหล่านั้น..พ้นจากความทุกข์ +

และการที่ลูกทำเช่นนี้
ก็เพื่อให้ลูกนั้น สามารถที่ฉุดช่วยดวงจิต ให้ได้มากที่สุด *

เหตุเช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..จึงเกิดสภาวธรรมทั้ง 2 ด้าน
ให้ลูกได้มีความรู้สึกเช่นดังที่ได้กล่าวถามมา ว่า..

มุมหนึ่งของจิต ด้านหนึ่งของจิต - ไปยืนอยู่ในจุดที่สูงสุด
มุมหนึ่งของจิต ด้านหนึ่งของจิต - กลับลงไปอยู่ในจุดที่ต่ำที่สุด

ทีนี้ ก็เพื่อให้รู้ ให้เข้าใจ  ให้เห็นเป้าหมายที่สูงสุด
และให้ไล่ต้อนตั้งแต่ จิตที่ต่ำที่สุด
--  เพื่อที่จะยกระดับ และฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายเหล่านั้นขึ้นมา
--  เพื่อการฉุดช่วย ที่ได้มากที่สุด  +

... ลูกจึงจำเป็นต้องเรียนรู้ กับสภาวธรรมเหล่านี้ *

เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..ลูกคงพอจะเข้าใจถึงความรู้สึกที่เกิดขึ้น ว่า..
เกิดขึ้นด้วยสภาวธรรมใด
เพื่ออะไร
เพราะอะไร
... พอจะเข้าใจแล้วสินะ

ทีนี้ ก็ลองพิจารณาธรรม ในประการต่อไป ลูก
ประการที่ 3 -- ลูกจงมองให้เห็นความเป็นธรรมดา เช่นนี้ว่า

เมื่อจิตของลูกนั้น.. รู้ตื่น ตื่นรู้ตามความเป็นจริงแล้ว
ทุกสรรพสิ่ง.. ก็เป็นเพียงแค่สภาวธรรม
-- เพื่อให้ลูกนั้นได้ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย..

- ด้วยการเรียนรู้และเข้าใจในสภาวธรรมของด้านที่สูง และด้านที่ต่ำ
เพื่อที่จะฉุดช่วยดวงจิต ให้ได้มากที่สุด.. ก็เท่านั้น

นั่นคือ สิ่งที่ลูกควรที่จะเรียนรู้  ทำไปตามสภาวธรรมไปเรื่อยๆนะ

ในโลกใบนี้  ในวัฏสงสารนี้ ยังมีอะไรอีกเยอะแยะมากมาย..
ที่ลูกนั้นจะต้องทำความเข้าใจ
ทำตนให้แจ้ง ให้รู้ในสิ่งเหล่านั้น -- เพื่อการฉุดช่วย *

เพียงแต่ ถ้าหากว่าจิตของลูก  ได้สั่งสมความดี จนถึงระดับที่แข็งแกร่งในความรู้ตื่น
-- ลูกก็จะสามารถเรียนรู้ และเข้าใจสภาวธรรมต่างๆ เรื่องต่างๆ - ได้ง่ายขึ้น ไวขึ้น  +

และก็ไม่จำเป็นที่จะต้องไปสัมผัสด้วยตน ในเชิงลึก
เพราะลูกก็สามารถที่จะรู้และเข้าใจได้ในทันที  เมื่อได้พบเห็น 
หรือเมื่อได้ประสบกับสถานการณ์นั้นเรื่องนั้น  สิ่งนั้น
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย

ฉะนั้น ทุกสิ่ง.. ก็เป็นเพียงสิ่งที่ให้ลูกได้เรียนรู้
-- เพื่อการฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ให้ได้มากที่สุดเท่านั้นละลูก  +
แล้วก็ค่อยๆเรียนรู้ไป...

ต่อไป ประการที่ 4 --
ขอให้ลูกจงตั้งใจทำหน้าที่ของตนต่อไป - ตามหน้าที่ที่มี  ตามสิ่งที่ควรจะทำ
และทำไปอย่างผู้รู้ตื่น

ค่อยๆดำเนินไป - ทำไปนะ.. พระยาธรรมเอย

ทุกอย่างจะ..
ค่อยๆขับเคลื่อนไปสู่ความเจริญรุ่งเรือง ที่สำเร็จ และเติบโตยิ่งๆขึ้นไป
ค่อยๆเดินทีละย่างก้าว - อย่างระมัดระวัง
ค่อยๆไปตามทาง ที่องค์พระพุทธเจ้าได้วางแบบแผนเอาไว้

และในที่สุด ลูกก็ย่อมจะสามารถทำกิจอันยิ่งใหญ่ แห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านี้ได้สำเร็จ
คือ การเป็นผู้ประกาศธรรมในกึ่งพุทธกาล
ผู้ที่จะมาฟื้นฟูพระพุทธศาสนาให้ก่อเกิดขึ้น
เจริญรุ่งเรืองมากอีกครั้งหนึ่งในกึ่งพุทธกาล **
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย

ต่อไป ธรรมในประการที่ 5 --
ลูกนั้น จงตั้งใจเถิดนะ  และดำเนินต่อไปเรื่อยๆ

เพราะในที่สุด สภาวธรรมที่สูงสุดก็ดี
ในสภาวธรรมที่ต่ำสุด ก็ดี 

ทั้งสูงและต่ำนั้น.. ก็จะเป็นแค่เรื่องธรรมดาเท่านั้น
- เมื่อลูกได้รู้ตื่น
- เมื่อลูกได้จบกิจแล้ว 

ลูกเอ๋ย..  ตอนนี้ ลูกกำลังหาเป้าหมายอันสูงสุด ให้กับจิตทั้งหลาย..ได้ดำเนินไป
และลูกก็ได้ไปถึงเป้าหมายอันสูงสุด  ปักธงชัยเอาไว้
ประกาศให้จิตทั้งหลาย.. เดินตาม

บัดนี้ ลูกเป็นผู้จะมาฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย -- ลูกจึงต้องดิ่งลงไปสู่จุดที่ต่ำที่สุด +
เพื่อที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายเหล่านั้น.. ให้เลื่อนระดับขึ้นมา

แต่วันหนึ่ง เมื่อลูกได้รู้ เข้าใจอย่างกระจ่างแจ้ง 
และทำสิ่งเหล่านี้ได้สำเร็จแล้ว..

สภาวธรรมสูงสุด - หรือต่ำสุดมันก็จะเป็นเพียงแค่ สักแต่ว่า
... จะไม่มีอะไรเป็นอะไรอีกต่อไป..

ลูกคงจะพอที่จะเข้าใจแล้วนะ พระยาธรรมเอย..ว่า
สิ่งที่เกิดกับลูกนี้.. เกิดขึ้นเพราะอะไร  เพื่ออะไร ?

และลูกต้องวางจิตวางใจแบบไหนต่อไป
จงกล่าวธรรมนั้น มาตามที่ลูกได้เข้าใจเถิด..พระยาธรรมเอย

+ +
พระยาธรรม::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้
ให้ลูกได้ทำความเข้าใจถึงสภาวธรรมที่เกิดขึ้นในตัวของลูก 
... ลูกพอจะเข้าใจบ้างแล้วพระพุทธเจ้าค่ะ

ตอนเมื่อคืนนี้ - ที่เกิดสภาวธรรมนี้ขึ้นมา  ลูกรู้สึกว่า ทรมานมาก
เหมือนจิตด้านหนึ่ง - อยู่จุดที่สูงมาก
และจิตอีกด้านหนึ่ง - ก็ดิ่งลงไปสู่จุดที่ต่ำมาก 

และลูกก็ไม่เข้าใจกับความรู้สึกที่เกิดขึ้นนี้เลย
แต่ลูกก็ลองพิจารณาดูด้านที่สูงบ้าง ว่า..เพื่ออะไร เพราะอะไร
ด้านที่ต่ำบ้างว่า.. เพื่ออะไร เพราะอะไร
จนลูกก็สามารถนอนหลับไปได้ และไม่เป็นกังวลมาก

แต่วันนี้ เมื่อลูกได้ฟังคำอธิบายจากพระพุทธองค์แล้ว 
... ก็ทำให้ลูกเข้าใจมากยิ่งขึ้น พระพุทธเจ้าค่ะ

ลูกจำเป็นที่จะต้องดำเนินไปตามสภาวะของหน้าที่ที่จะต้องทำ 
คือ รู้จุดที่จุดที่สูงสุด -  และจุดที่ต่ำสุด
เพื่อเข้าใจสภาวธรรมทั้งหมด
-- จะได้ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายได้  ++

ลูกจะตั้งใจทำหน้าที่ของตน 
ค่อยๆทำไป จนกว่าสภาวธรรมสูงสุด หรือต่ำสุด .. ก็มีค่าเสมอเหมือนกัน  +
และทุกอย่าง ก็เป็นเพียงสักแต่ว่า...

ลูกจะพยายามตั้งใจนะเจ้าคะ
แม้ว่าจะยากเย็นเพียงใด ลูกก็จะพยายามตั้งใจพระพุทธเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์::  ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย..
ตั้งใจทำกิจของตนไปเถิด ลูก

บัดนี้ พุทธพิธีต่างๆ ก็ค่อยๆดำเนินมา  จนถึงจุดที่ใกล้ความสำเร็จแล้วละ
และลูกก็น้อมธรรมในแต่ละตอน  จนต้อนเข้ามาใกล้เส้นชัยแล้วละ
ค่อยๆทำไปนะ พระยาธรรมเอย

ความสำเร็จก็เหลือเพียงแค่ไม่กี่ย่างก้าวแล้ว..
เส้นชัยก็อยู่ตรงนี้แล้ว
ค่อยๆทำไป...

ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ก่อเกิดแก่ลูกเมื่อไหร่
-- ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่นั้น.. ก็จะก่อเกิดแก่โลกจักรวาล วัฏสงสาร
และจะฉุดช่วยดวงจิตได้มากมาย  ++

... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย
จงตั้งใจทำหน้าที่ของตนไปเถิด

+ +
พระยาธรรม::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ในความเมตตาพระพุทธเจ้าค่ะ

วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่  พระพุทธเจ้าค่ะ...

สาธุ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 28, 2022, 07:08:38 pm โดย thanapanyo »