ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3648 ผู้เข้าถึงพระรัตนตรัยแท้จริง  (อ่าน 410 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-3648 ผู้เข้าถึงพระรัตนตรัยแท้จริง
« เมื่อ: สิงหาคม 03, 2021, 12:23:38 pm »



พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  3  สิงหาคม  2564
บทที่ 92  ** ผู้เข้าถึงพระรัตนตรัยแท้จริง**
+ +   

ในเช้าของวันที่  3  สิงหาคม  พ.ศ. 2564          ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราชได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้า ต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้วนั้น   จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกจะขอเฝ้าทูลถามถึงข้อธรรม บทที่ 92 น่ะเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์ เจ้าขา..องค์พระรัตนตรัยก็ได้ก่อเกิดขึ้นในที่แห่งนี้แล้วอย่างสมบูรณ์
-- เพื่อที่จะต่อยอดพระพุทธศาสนา
ฟื้นฟูพระพุทธศาสนา ให้พระพุทธศาสนาก่อเกิดความเจริญรุ่งเรืองอีกครั้งหนึ่งในกึ่งพุทธกาล
เชื่อมต่อไปจนสิ้นสุดอายุขัยของพระพุทธศาสนา คือ ครบ 5000 ปี *

และลูกก็ได้อัญเชิญพระธรรมจักรมาไว้ในสถานที่แห่งนี้
-- เพื่อที่จะหมุนธรรมจักรในกึ่งพุทธกาลต่อไปแล้ว..

ลูกคิดว่า..
บุคคลผู้ที่จะสามารถเข้าถึงความพ้นทุกข์ได้
จะต้องเป็นบุคคลผู้ที่เข้าถึงองค์พระรัตนตรัยอย่างแท้จริง..
... จึงจะสามารถที่จะถึงซึ่งความพ้นทุกข์  ถึงซึ่งพระนิพพานได้น่ะเจ้าค่ะ

ทีนี้ วันนี้ ลูกจึงปรารถนาที่จะขอเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ ถึงการเข้าถึง
องค์พระพุทธ องค์พระธรรมและองค์พระสงฆ์ 
เข้าถึงองค์พระรัตนตรัยนั้น.. มีสภาวธรรมเป็นแบบไหน  ?

ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตา  แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟังด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ”
- - - -

พระพุทธองค์ ::เอาละนะพระยาธรรมเอย..ถ้าอย่างนั้น ก็จงตั้งใจฟังให้ดีก็แล้วกันนะ
ฟังแล้ว ก็พิจารณาตาม 
จะได้เห็นตาม รู้ตาม และเข้าใจตาม
น้อมไปเผยแผ่ประกาศธรรมนี้ได้อย่างถูกต้อง

บุคคลผู้ที่เข้ามาฟังธรรม.. ก็จะได้เข้าใจตามกันไปด้วย

ธรรมนั้น เป็นสิ่งที่ละเอียด
ลูกทั้งหลาย.. จงใช้จิตใจที่บริสุทธิ์ ตั้งมั่น พิจารณาตามไปเรื่อยๆก่อน
จนเห็นตาม รู้ตาม แล้วก็จะเข้าใจตาม
ก็จะสามารถปฏิบัติตามได้อย่างถูกต้อง
-- แล้วผลที่ก่อเกิดแก่ลูกทั้งหลาย.. จึงเป็นผลที่ดี ที่ถูกต้อง +

ลูกจะได้เข้าใจว่า.. การเข้าถึงองค์พระรัตนตรัย
คือ องค์พระพุทธ องค์พระธรรมและองค์พระสงฆ์นั้น..
แท้ที่จริงแล้ว มีสภาวธรรมเป็นเช่นไร ?

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  องค์พระรัตนตรัย
ก็คือ  สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. ควรที่จะทำความรู้จัก
ทำความเข้าใจให้ได้  ให้กระจ่างแจ้งอย่างแท้จริง
//  เพื่อที่จะอาศัยหนทางเหล่านี้ - ดำเนินตาม ประพฤติปฏิบัติตาม  ฝึกฝนตาม
//  เพื่อที่จะเข้าถึงซึ่งมรรคผลพระนิพพาน *

ทั้งนี้  ก็เพื่อให้ลูกทั้งหลาย.. ได้เข้าสู่กระแสแห่งธรรม  กระแสแห่งความรู้ตื่น
และเข้าถึงความรู้แจ้ง
คือ หลุดพ้นได้ในที่สุดเท่านั้น +

ลูกทั้งหลาย.. ฉะนั้นบุคคลผู้ที่จะเข้าถึงความหลุดพ้นได้
--จึงจะต้องเป็นบุคคลผู้เข้าใจคำว่า..
องค์พระรัตนตรัยคือ มีองค์ 3ประกอบรวมกันมาพร้อมแล้ว..
-- จึงก่อเกิดพระพุทธศาสนาขึ้น--

และในพระพุทธศาสนานี้  มีองค์พระรัตนตรัย
คือองค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์
* เป็นสิ่งสำคัญที่สุด ที่ทุกคนจำเป็นที่จะต้องทำความเข้าใจให้ได้ 
ให้ถึงซึ่งองค์พระรัตนตรัยอย่างแท้จริง

** แล้วก็จะเป็นสิ่งที่นำพาลูกข้ามจากวัฏสงสารนี้ไปนะลูก..

พระยาธรรมเอย..  ฉะนั้นลูกทั้งหลายจงพิจารณาตามนี้เถิดลูก

ในประการที่ 1-- นั้น
ลูกทั้งหลาย.. จะต้องทำความรู้จัก องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอย่างแท้จริงเช่น
ทำความรู้จักว่า..
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น..
เป็นใคร ?
เกิดขึ้นเพื่ออะไร ?
แล้วสิ่งที่พระองค์ทำนั้น คืออะไรบ้าง ?   

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
คือ ดวงจิตที่อธิษฐานบารมีเพื่อที่จะสั่งสมความดี 
- นำตนออกจากวัฏสงสารนี้ไปสู่แดนพระนิพพาน

และอธิษฐานว่า.. หากตนได้เห็นหนทางนั้นแล้ว  ถึงซึ่งความพ้นทุกข์แล้ว
-- ตนก็จะพาดวงจิตอื่นๆให้พ้นทุกข์ตามไปด้วย..

ทีนี้ ดวงจิตดวงนั้น.. ก็ได้สั่งสมคุณงามความดี  ทำความดีเอาไว้ให้มาก 
สั่งสมด้วยบารมีทั้ง 10 ทัศ  คือ
ทานบารมี  ศีลบารมีการออกบวชบารมี ปัญญาบารมีความเพียรบารมี
ความอดทนอดกลั้นบารมี  สัจจะบารมี อธิษฐานบารมี  เมตตาบารมีและอุเบกขาบารมี

สั่งสมคุณงามความดี  บำเพ็ญบารมีด้วยบารมี 10 ทัศ  จนยาวนาน..
ยาวนาน - จนไม่อาจจะนับเป็นกาลเวลาที่แน่นอนได้เลยทีเดียว  !

สั่งสมความดีจนเต็มแล้ว..
จนจิตดวงนั้นแก่กล้า  มีอินทรีย์แก่กล้าพอ
และได้รอบได้เวลาของการมากำเนิดบนโลก - เป็นยุคสุดท้าย
เป็นชาติสุดท้ายของการมาเกิดเพื่อตรัสรู้

จึงลงมาเกิดในโลกมนุษย์นี้..
ในทวีปที่สามารถที่จะบำเพ็ญบารมี เห็นธรรมได้
และสามารถพาผู้คนในทวีปนั้น - ให้เห็นพระธรรมตามได้
... จึงมาเกิดในทวีปนั้น..

และเมื่อกำเนิดก่อเกิดขึ้นมาแล้วบนโลกใบนี้..
…จึงได้เรียนรู้การเกิด การแก่ การเจ็บ และการตาย
จนเข้าใจ และเห็นทุกข์ของสรรพสัตว์ทั้งหลาย - ในการเวียนว่ายตายเกิด

จึงปรารถนาที่จะหาว่า ..
อะไรคือเหตุที่ทำให้เกิดเช่นนี้
และอะไรคือที่ที่พ้นทุกข์  ที่ที่จะไป
อะไรคือหนทางที่จะทำให้ดับทุกข์นี้ไปได้ - ให้ดำเนินไปจนถึงจุดที่พ้นทุกข์ได้..

องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า.. จึงออกบวช
หาหนทางให้เจอ 
หาคำตอบให้เจอ

ทีนี้ เมื่อองค์พระพุทธเจ้านั้น..สามารถหาได้แล้วว่า
อะไร คือเหตุแห่งทุกข์
อะไร คือที่ที่พ้นทุกข์
และอะไร คือหนทางที่จะดำเนินไป  ประพฤติปฏิบัติไป.. เพื่อพ้นทุกข์
และได้ประพฤติปฏิบัติจนสำเร็จ

เมื่อประพฤติปฏิบัติจนสำเร็จ  ตรัสรู้ธรรมเป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ดวงจิตขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า..ได้พ้นทุกข์แล้วอย่างแท้จริง *
- ถึงซึ่งพระนิพพาน

ทีนี้ จึงเริ่มการเผยแผ่ธรรม สอนสั่งธรรมชี้ทางแก่ผู้อื่น
บัดนั้น องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า.. จึงได้ก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลก

และองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น.. ก็ไม่ใช่จะมีเพียงแค่พระองค์เดียว  +

ก็จะมีดวงจิตมากมายหลายดวงจิต.. ที่จะเป็นผู้บำเพ็ญบารมีมา 
เพื่อตรัสรู้ในแต่ละยุค  แต่ละรอบไป 
เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดขึ้นในยุคใดยุคหนึ่ง

ว่างเว้นห่างจากกันราวประมาณ 7หมื่นปี  ถึง 1 แสน 2 หมื่นปี โดยประมาณ
ก็จะมีองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าลงมาก่อเกิดบนโลก-เพื่อตรัสรู้ 

และมีดวงจิตมากมาย.. ที่ตั้งใจว่าจะบำเพ็ญบารมี เข้าสู่พระนิพพาน
-- ด้วยหนทางแห่งการตรัสรู้ เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า*
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย

เมื่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้สำเร็จแล้ว..
ศาสดาแห่งศาสนาพุทธได้ก่อเกิดขึ้นบนโลก *

ทีนี้ จึงได้มีการวางแนวทาง 
คือ คำสอน
คือ การชี้ทางบอกทางแก่ผู้อื่น
บัดนั้น.. จึงมีองค์พระธรรม  และองค์พระสงฆ์ก่อเกิดขึ้นมา

ฉะนั้น.. บุคคลผู้ที่จะเข้าถึงองค์พระรัตนตรัย
... ก็จะต้องเข้าใจความเป็นพระพุทธเจ้า อย่างแท้จริงอย่างแจ่มแจ้งเช่นนี้
คือรู้จักว่า..
องค์พระพุทธเจ้าเป็นใคร
ตรัสรู้ในเรื่องอะไร 
และคำสอนของท่านนั้น.. สอนให้รู้อะไร ให้เห็นอะไร ให้เข้าใจอะไร

เราจะต้องรู้..
- รู้จักด้วยการเข้าใจ
- รู้จักด้วยการเข้าถึงองค์พระพุทธเจ้าอย่างแท้จริง
จนก่อเกิดความศรัทธา  ก่อเกิดความเชื่อมั่น
รู้ตาม เห็นตาม
มีความเห็นตามองค์พระพุทธเจ้าแล้ว อย่างแท้จริง +

ลูกจึงจะเป็นบุคคลผู้ที่..
เข้าถึงองค์พระพุทธเจ้า- ด้วยการรู้จัก
เข้าถึงองค์พระพุทธเจ้า- ด้วยการเข้าใจตาม
เข้าถึงองค์พระพุทธเจ้า-ด้วยการเห็นตาม
... จนก่อเกิดความศรัทธาขึ้น  ตั้งมั่นที่จิตใจของลูก

นั่นละ พระยาธรรมเอย..
จึงเป็นบุคคลผู้เข้าถึงองค์พระรัตนตรัยในประการที่ 1

ต่อไป ประการที่ 2 --
ลูกนั้น..
จะต้องบุคคลผู้ที่เข้าถึงพระธรรม-ด้วยความรู้ ความเข้าใจ และประพฤติปฏิบัติตาม
จะต้องทำความเข้าใจ รู้จักคำว่า พระธรรมอย่างแท้จริง

ซึ่งลูกนั้น จะต้องทำความเข้าใจกันเช่นนี้ ว่า
องค์พระธรรม หรือพระธรรมนั้น ก็คือ คำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
พระองค์ทรงสอนให้ลูกทั้งหลาย..ได้เห็นตามความเป็นจริง 
คือ ความจริง 4 ประการ  คือ อริยสัจ 4
เห็นทุกข์
เห็นเหตุแห่งทุกข์
เห็นที่ที่พ้นทุกข์
และเห็นวิธีที่จะดำเนินไปตาม เพื่อพ้นทุกข์

ให้ลูกเข้าใจในความจริง 4 ประการนี้ 
แล้วประพฤติปฏิบัติตาม -อยู่บนทางสายกลาง
ดำเนินตามเส้นทางแห่งมรรค 8คือ ศีล ธรรม สมาธิ ปัญญา นั้น
ฝึกฝนตนไป ดำเนินไปเช่นนี้..
นี่คือ คำสอนขององค์พระพุทธเจ้า

และคำสอนขององค์พระพุทธเจ้า - ก็ชี้บอกให้ลูกทั้งหลายนั้น..
-  เห็นตามความเป็นจริงของธรรมชาติของสิ่งที่มันมีอยู่ - เป็นอยู่ ..
-  รู้ธรรมชาติ  เข้าใจธรรมชาติ
-  ยอมรับธรรมชาติ  และอยู่เหนือธรรมชาติ 

ฉะนั้นลูกทั้งหลายเอ๋ย..  ให้ลูกจงทำความเข้าใจตามความเป็นจริงเช่นนี้ 
คำสอน คือ พระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้านั้น..
ก็คือ สิ่งที่พระพุทธองค์ทรงชี้ทางบอกทาง
คือ หนทางที่พระพุทธองค์ทรงสอนให้ลูก - ได้รู้ตาม เห็นตามสิ่งที่พระพุทธองค์ทรงชี้ให้ลูกได้เห็น
คือเห็นธรรมะคือธรรมชาติ  สิ่งที่เป็นอยู่ ดำเนินอยู่ตามความเป็นจริงของสิ่งเหล่านั้น

ฉะนั้น..บุคคลผู้ที่จะเข้าถึงพระธรรม องค์พระรัตนตรัยประการที่ 2หรือว่าองค์ที่ 2 นั้น   
ลูกทั้งหลาย.. จะต้องเป็นบุคคลผู้เข้าถึงพระธรรม
- ด้วยการเข้าใจ
- ด้วยการรู้ตาม  เห็นตาม และประพฤติปฏิบัติตาม 
จนเกิดความเห็นถูกตาม 
จนเกิดผล - ให้ลูกนั้นเข้าใจเข้าถึงในธรรมเหล่านั้น...

และสามารถรู้แจ้งตามความเป็นจริง-ตามสิ่งที่พระธรรมได้ชี้ทางบอกทาง
จนเข้าถึงการรู้ตามธรรมชาติ  ตามความเป็นจริงของธรรมชาติ 

และสามารถที่จะเห็นตามจนยกระดับจิตของตน - ให้อยู่เหนือธรรมชาติ 
จนจิตของลูกนั้น..สามารถที่จะเข้าถึงความพ้นทุกข์ได้

นั่นละ พระยาธรรมเอย..  บุคคลผู้เข้าถึงพระธรรม
-- จะต้องเข้าถึงด้วยการ
//  รู้ตาม  เข้าใจตาม
//  ปฏิบัติตาม  เห็นตาม 
//  ก่อเกิดผลตาม ลูก

-- จึงจะเป็นบุคคลผู้ที่..
เข้าถึงพระธรรมคำสอนสั่ง
เข้าถึงเป้าหมายแห่งพระธรรมนั้น คือ การชี้บอกให้เห็นตาม เข้าใจตามธรรมชาติ 

ฉะนั้นพระยาธรรมเอย..
ลูกทั้งหลาย.. จงตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝนตน
ให้เข้าใจพระธรรมคำสอน
จนถึงการเข้าใจธรรมชาติ  คือ ธรรมะ

จงฝึกฝนตนให้รู้ตื่นเช่นนี้ 
แล้วลูกทั้งหลาย..ก็จะสามารถที่จะเป็นผู้เข้าถึงพระธรรม อย่างแท้จริง

ต่อไป ประการที่ 3-- คือ การเข้าถึง
องค์พระสงฆ์ คือ องค์ที่ 3  แห่งองค์พระรัตนตรัย

องค์พระสงฆ์ ก็คือ..
-  ศีลสิกขาบทต่างๆ
-  แนวทางการประพฤติปฏิบัติ
-  วิธีของการฝึกฝนตน อบรมตน
-  การเรียนรู้ศึกษา
... เพื่อที่จะเข้าสู่การเป็นพระสงฆ์

เป็นหนทาง  เป็นกฎระเบียบ  เป็นกติกา
ของการที่จะฝึกฝนตน..ให้เข้าถึงความเป็นพระสงฆ์

ลูกทั้งหลาย.. มีศีลสิกขาบท คือ
- ได้ศึกษาในศีลข้อต่างๆ 
- เรียนรู้ในกรอบของศีล
- เรียนรู้ ฝึกฝนตนในกรอบของธรรม
- ในกรอบของสมาธิ และปัญญา

จนตนนั้นมีจิตตั้งมั่น
- อยู่บนแนวทาง  เส้นทางแห่งการประพฤติปฏิบัติ
ศึกษาธรรม  ขัดเกลาเจียระไนจิตของตน
- อยู่ในการเป็นผู้ทรงศีล ทรงธรรม  ทรงสมาธิ  และทรงปัญญา

พระสงฆ์
คือ หนทาง
คือ สิ่งที่ลูกทั้งหลาย.. จะสามารถที่จะฝึกฝน ประพฤติปฏิบัติ
และดำเนินตาม - เพื่อพ้นทุกข์

ฉะนั้น..  ลูกจงฝึกฝนตนให้เป็นผู้มีศีล มีธรรม มีสมาธิ และมีปัญญา -ด้วยกาย วาจา ใจ
ลูกนั้น.. ก็จะเป็นผู้เข้าถึงพระสงฆ์ได้อย่างแท้จริง

พระสงฆ์
คือ  สาวกขององค์พระพุทธเจ้า
คือ  บุคคลผู้ปฏิบัติตามคำสอนขององค์พระพุทธเจ้า
คือ  ผู้เรียนรู้ศึกษา ตามคำสอนขององค์พระพุทธเจ้า
คือ  ผู้ฝึกฝนตนตามรอยองค์พระพุทธเจ้า  ตั้งแต่ขั้นต้น-ขั้นกลาง- และขั้นปลาย
       จนถึงซึ่งความสำเร็จ เป็นพระอริยสงฆ์เจ้าถึงซึ่งมรรคผลพระนิพพาน
คือ  ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา ยุคสู่ยุค
คือ  ผู้ที่เป็นองค์แทนองค์พระรัตนตรัย

ให้ทุกคนได้มองเห็น  ให้ทุกคนได้รู้
เป็นที่พึ่งให้กับดวงจิตทั้งหลาย.. ผู้ที่จะเข้ามาเรียนรู้ศึกษาในศาสนานี้
เป็นเอกลักษณ์ของศาสนา.. ที่ให้ดวงจิตทั้งหลายได้มองเห็น 
และรู้ว่า.. นี่คือศาสนาพุทธ

เป็นเนื้อนาบุญของศาสนาพุทธ..ที่จะทำให้พระพุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองสืบทอดต่อไป
ยาวนานต่อไป- จนสิ้นสุดกาลเวลาของพระพุทธศาสนาขององค์พระพุทธเจ้าพระองค์นั้นๆ..
-- นั่นละลูก คือ พระสงฆ์

ฉะนั้น..  พระสงฆ์
ก็คือ แนวทางการปฏิบัติ
คือ การปฏิบัติตามจนเห็นผล  จนเกิดผล 
คือ  ผู้ที่เป็นที่พึ่งให้กับดวงจิตทั้งหลาย
คือ  ผู้ที่เป็นองค์แทนองค์พระรัตนตรัย
คือ  ผู้สืบทอดพระพุทธศาสนา
... เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย

และลูกทั้งหลาย.. ก็ควรที่จะทำตนให้เข้าถึงองค์พระสงฆ์
--ด้วยการประพฤติปฏิบัติตามเห็นผลตาม  เข้าใจตาม --
จนลูกนั้น..สามารถที่จะเข้าถึงองค์พระสงฆ์ได้อย่างแท้จริง..

หรือจะทำความเข้าใจอีกมุมมองหนึ่ง เช่นนี้ว่า..
* องค์พระพุทธเจ้า
คือ ผู้ที่เป็นศาสดาของศาสนาพุทธนี้
คือ  ผู้ที่ดำเนินจนถึงซึ่งความเป็นศาสดา
คือ  ผู้ก่อตั้งพระพุทธศาสนา

เมื่อมีองค์พระพุทธแล้ว - จึงมีองค์พระธรรม
* องค์พระธรรม
คือ คำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า  สอนให้เราเข้าใจในพระธรรมคำสอน
และพระธรรมคำสอน.. ก็สอนให้เราเข้าใจในธรรมชาติ

ลูกเอ๋ย..  ส่วนองค์พระสงฆ์*
ก็คือ ผู้ที่เข้ามาเรียนรู้ศึกษาตามคำสอน - จนเข้าใจธรรมชาติ 
และเป็นผู้สืบทอดคำสอน 
และชี้ทางให้ผู้อื่นเข้าใจคำสอน และธรรมชาติ 
-- สืบทอดกันไปเช่นนี้ละ.. พระยาธรรม

เมื่อลูกสามารถทำความเข้าใจตามทั้ง 3 ประการนี้ได้ 
ลูกก็จะเป็นบุคคลผู้ที่เข้าถึงองค์พระรัตนตรัย.. พระยาธรรม

และต่อไป ประการที่ 4 --
* สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือ  การที่สามารถฝึกฝนตน
จนเข้าถึงองค์พระพุทธองค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์
จนสามารถที่จะเข้าถึงการยกระดับจิตของตน - จนเป็นพระอริยเจ้าในระดับที่ 1
คือ ตั้งแต่พระโสดาบันขึ้นไป..
ถือว่าเป็นบุคคล เป็นดวงจิต.. ที่เข้าถึงองค์พระรัตนตรัย อย่างแท้จริง สมบูรณ์  ++

เพราะบุคคลผู้ที่สามารถฝึกฝนตนจนเข้าถึงการเป็นพระอริยเจ้าตั้งแต่พระโสดาบัน
คือ พระอริยเจ้าระดับที่ 1 - ขึ้นไปนั้น..
* ย่อมเป็นผู้ถึงพระพุทธแน่นอน  ถาวรมั่นคงแล้ว
* ย่อมเป็นผู้ถึงพระธรรมแน่นอน  ถาวรมั่นคงแล้ว
* ย่อมเป็นผู้ถึงพระสงฆ์แน่นอน  ถาวรมั่นคงแล้ว

ทุกอย่างสมบูรณ์ ก่อเกิดขึ้นถาวรในจิตดวงนี้
-- จะเหลือก็เพียงแต่การต่อยอด..ให้เจริญยิ่งๆขึ้นไป --

ย่อมเป็นบุคคลผู้เป็นพระอริยเจ้า
เป็นบุคคลผู้พ้นนรกแน่นอน
พ้นจากการเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานแน่นอน
ย่อมเป็นบุคคลผู้ถึงนิพพานแน่นอน ในอีกแค่ 1-7 ชาติเท่านั้น

ฉะนั้นลูกทั้งหลายเอ๋ย..  บุคคลผู้เข้าถึงองค์พระรัตนตรัย ทั้ง 3 ประการ - ก็ถือว่าดี
แต่บุคคลผู้เข้าถึงได้ และดี  และดีอย่างแท้จริง ก็คือ..
บุคคลผู้ที่สามารถปั่นรอบตนเอง  จนเข้าสู่พระอริยเจ้า ตั้งแต่ระดับที่ 1 ขึ้นไป
เรียกว่า *พุทธแท้*

ฉะนั้นพระยาธรรมเอย..  บุคคลผู้เป็นพุทธแท้  ของแท้ย่อมไม่มีเปลี่ยนแปลงอีก
จึงเป็นพระอริยเจ้า ตั้งแต่ระดับที่ 1 ขึ้นไป

เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย..  คือ การเข้าถึงองค์พระพุทธ องค์พระธรรม
และองค์พระสงฆ์ อย่างแท้จริง
เป็นการตัดสินว่า.. ลูกนั้นได้เข้าถึงองค์พระรัตนตรัยอย่างแท้จริงแล้วหรือยัง ?
... เช่นนี้ละ พระยาธรรม

และเมื่อลูกทั้งหลาย.. ได้ประพฤติปฏิบัติเริ่มตั้งแต่
ข้อที่ 1- คือ รู้จักองค์พระพุทธเจ้าเข้าถึงองค์พระพุทธเจ้า
ข้อที่ 2 - คือ  รู้จักองค์พระธรรม  เข้าถึงพระธรรม
ข้อที่ 3 - คือ  รู้จักพระสงฆ์  และเข้าถึงพระสงฆ์
ข้อที่ 4 - คือ  เข้าถึงการเป็นพระอริยเจ้า ตั้งแต่ระดับที่ 1 ขึ้นไปแล้ว..

ลูกก็ย่อมสามารถที่จะเข้าสู่ประการที่ 5 --
คือ  ย่อมจะเป็นผู้ที่เข้าถึงองค์พระรัตนตรัยอย่างแท้จริง สมบูรณ์ได้ในที่สุด

นั่นละ พระยาธรรมเอย..  จึงเป็นสิ่งที่ลูกทั้งหลาย
ควรที่จะทำความรู้จัก ควรที่จะทำความเข้าใจ
ฝึกฝนปฏิบัติตามทั้ง 3 ข้อ - ให้ปรากฏข้อที่ 4และข้อที่ 5
ก็คือ ความอุดมสมบูรณ์ จะก่อเกิดแก่ลูก

การพลัดพรากจากเส้นทางแห่งความพ้นทุกข์
...ก็จะไม่เกิดแก่ลูกอีก!!

การถึงซึ่งความพ้นทุกข์.. ย่อมจะก่อเกิดแก่ลูกแน่นอน
เมื่อการเวียนว่ายตายเกิด ในวัฏสงสารนี้..
-  เป็นเรื่องของความทุกข์ 
-  เป็นทะเลทุกข์

เมื่อที่ที่พ้นทุกข์.. มีที่เดียว คือ พระนิพพาน
ลูกทั้งหลาย.. จงเอาจิตของตน ออกจากทุกข์นี้ไป -- ด้วยการรู้จักองค์พระพุทธเจ้า
รู้จักองค์พระธรรม  และองค์พระสงฆ์

ปฏิบัติจนเข้าถึงการเป็นพระอริยเจ้าตั้งแต่ระดับที่ 1 คือ พระโสดาบันขึ้นไป
เพื่อลูกจะได้พ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริงเถอะ..พระยาธรรมเอย

เช่นนี้ละ.. สภาวธรรมแห่งผู้เข้าถึงองค์พระรัตนตรัย
เป็นแบบนี้ละ.. พระยาธรรม
พอจะเข้าใจแล้วหรือยังเล่าจงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ..พระยาธรรมเอย

+ +
พระพุทธเจ้าน้อย ::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟังนะเจ้าคะ

... ลูกพอจะเข้าใจแล้วพระพุทธเจ้าค่ะ

ลูกจะน้อมไปประพฤติปฏิบัติตาม ให้ลูกนั้น..
-  ได้รู้จักองค์พระพุทธเจ้าอย่างแท้จริงเข้าใจ และเข้าถึง
-  ได้รู้จักองค์พระธรรมอย่างแท้จริง  เข้าใจ และเข้าถึง
-  ได้รู้จักองค์พระสงฆ์อย่างแท้จริงเข้าใจ และเข้าถึง
ด้วยการปฏิบัติ- เพื่อที่จะเข้าถึงการเป็นพระอริยเจ้า *

และลูกทั้งหลาย.. จึงจะเป็นผู้ถึงซึ่งพระรัตนตรัย อย่างแท้จริง
ความพ้นทุกข์.. จึงจะรอลูกอยู่ข้างหน้า
ความดับทุกข์.. จึงจะเกิดขึ้นกับลูก อย่างแท้จริง พระพุทธเจ้าค่ะ

วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะเอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ...

สาธุ





« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 28, 2022, 07:14:33 pm โดย thanapanyo »