ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3646 สิบตระกูลค้ำหนุนการตรัสรู้  (อ่าน 388 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-3646 สิบตระกูลค้ำหนุนการตรัสรู้
« เมื่อ: สิงหาคม 01, 2021, 10:20:27 am »



พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  1  สิงหาคม  2564
บทที่ 90  **สิบตระกูลค้ำหนุนการตรัสรู้**
+ +   

ในเช้าของวันที่  1  สิงหาคม  พ.ศ. 2564           ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราชได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้า ต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้วนั้น   จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกจะขอเฝ้าทูลถามถึง ข้อธรรม บทที่ 90 น่ะเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์ เจ้าขา.. วันนี้ก็เข้าสู่วันที่ 1 ของเดือนที่ลูกจะตรัสรู้แล้ว
เหลือเวลาอีกเพียงแค่ 20 กว่าวันลูกก็จะเข้าสู่กระแสแห่งการรู้ตื่นรู้แจ้ง
เป็นพระพุทธเจ้าน้อยอย่างสมบูรณ์

แล้วก็จะสามารถน้อมธรรมลงสู่โลกประกาศธรรมได้
อยู่ในขั้นที่กว้างขึ้นเติบโตขึ้น
พระพุทธศาสนาก็จะได้รอบ ได้เวลา.. ที่จะเจริญมากยิ่งๆขึ้น

ทีนี้ก็เลยมีเหตุมีปัจจัยให้มี 10 ตระกูลที่เข้ามาสร้างบารมี
ค้ำหนุนการตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย- ในกึ่งพุทธกาล

และตอนนี้ก็มีเข้ามาแล้ว 5 ตระกูล - ที่เข้ามาค้ำหนุน
ค้ำบารมีการตรัสรู้ แห่งองค์พระพุทธเจ้าน้อย

ลูกจึงจะขอเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ ว่า..เหตุของการสร้างบารมีค้ำหนุนการตรัสรู้ธรรม
ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย10 ตระกูลนั้น..
ด้วยเหตุอะไรเพราะอะไรหรือเจ้าคะ ?

เพราะว่าลูกรู้สึกว่า.. เมื่อครั้งสมัยพุทธกาลนั้น.. พระพุทธองค์ทรงตรัสรู้ใต้ต้นศรีมหาโพธิ์
และหลังจากที่พระองค์ทรงตรัสรู้แล้ว.. ก็มีพญามุจลินทร์ซึ่งเป็นพญานาคที่ขึ้นมาแผ่พังพาน
เหนือเศียรของพระองค์-เพื่อคลุมไม่ให้ฝนตกแล้วก็เปียกพระวรกายของพระพุทธองค์

แต่ในกึ่งพุทธกาลนี้.. พระพุทธองค์ทรงวางแบบแผนงานไว้ให้แล้วในทุกสิ่ง
พระธรรมของพระพุทธองค์.. จะก่อเกิดขึ้นในวิหารแห่งแดนนิพพานแห่งนี้
ซึ่งลูกที่เป็นองค์แทนแห่งดวงธรรม - ก็จะตรัสรู้ในวิหารแก้วแห่งนี้

ฉะนั้น.. จึงมีญาติธรรมที่หมุนรอบหมุนวนกันเข้ามาช่วยกันสร้างช่วยกันเตรียมสถานที่นี้
ในหลายกลุ่ม

แล้วก็มี 10 ตระกูล - ที่เป็นตระกูลหลักที่จะเข้ามาค้ำในการตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้า
ด้วยการช่วยกันสร้างหลังคาวิหารและเก็บงานรายละเอียดทุกสิ่งทุกอย่าง
... เพื่อเตรียมสถานที่พร้อมในการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าน้อย *

จึงจะขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้เข้าใจสภาวธรรมที่เกิดขึ้น
ด้วยเถิดพระพุทธเจ้าค่ะ ”
- - - -

พระพุทธองค์ ::ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย..  ถ้าอย่างนั้น ลูกก็จงตั้งใจฟังให้ดี
ค่อยๆพิจารณาตามเสียงธรรม ที่ได้ยินได้ฟังดังต่อไปนี้ให้เข้าใจ
แล้วลูกก็จะรู้เหตุ
ก็จะกระจ่างแจ้งในเหตุที่ต้องทำ

พระยาธรรมเอย..  โลกนี้เป็นเพียงสมมุติ
ทุกสิ่งทุกอย่างล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้น -ตั้งอยู่ - และดับไป

ลูกเอง..ก็เช่นเดียวกันลูกมีเหตุลงมาก่อเกิดเพื่อน้อมนำธรรมลงสู่โลก

อีกไม่นานกาลเวลาหมุนวนไปจนครบ 5000 ปีในศาสนาขององค์พระพุทธเจ้า
พระองค์ปัจจุบันนี้ -  ทุกอย่างก็จะดับไป

เหตุที่มาสมมุติอยู่ในโลกใบนี้ว่าเป็นลูกนั้น.. ก็จะต้องดับไป +
พระธรรมคำสอนศาสนาขององค์พระศาสดา..ก็จะดับไป  หายไปจากโลก

ดวงจิตทั้งหลาย.. ก็เช่นเดียวกัน
เขาทั้งหลายเหล่านั้น.. ก็ก่อเกิดขึ้นตามเหตุ
หมุนวนตามเหตุ  และดับตามเหตุ
ผลัดกันเกิด ผลัดกันดับ - เวียนวนอยู่ในวัฏสงสารนี้..

ฉะนั้น ดวงจิตทั้งหลาย..ผู้ที่มีความตั้งใจดีที่จะบำเพ็ญ  สั่งสมความดี
เอาสมมุติที่มี ทั้งกายวาจาใจ - ปัจจัยภายใน
และเครื่องใช้ปัจจัย 4 - ภายนอก

เอาสิ่งสมมุติที่มีเหล่านี้.. เข้ามาสร้างฐานบารมี
- ค้ำหนุนวงศ์ตระกูล
- ค้ำหนุนตน
- ค้ำหนุนดวงจิตที่อยู่ในเผ่าพันธุ์  อยู่ในสายเลือดแห่งตน

*เพื่อสร้างกุศลที่ยิ่งใหญ่ -เอาสมมุติที่มีมาสร้างความดีตรงนี้
* เพื่อต่อยอดเป็นเหตุเป็นปัจจัย ค้ำหนุนจิตทั้งหลาย.. ในเครือญาติในเผ่าพันธุ์
ในสายจิตวิญญาณที่เกี่ยวข้องกับตนนั้น - ได้รับเอาอานิสงส์แห่งการสร้างความดีในคราวครั้งนี้
- ไปค้ำหนุนจิตแต่ละดวง  แต่ละกลุ่ม -- เพื่อที่จะได้เข้าสู่กระแสธรรม 

ด้วยการสละซึ่งปัจจัยภายใน และปัจจัยภายนอก - น้อมบูชาพระธรรม
- เพื่อที่จะได้เป็นเหตุ ในการเอาสมมุติมาสร้างกุศลความดี
- เพื่อสลายสมมุติที่มี  และเข้าสู่วิมุตติหลุดพ้น

ก็จึงเป็นรอบของดวงจิตทั้งหลายเช่นเดียวกัน
ที่จะต้องได้รอบ - ด้วยการก่อเกิดมาบนโลกใบนี้เพื่อทำหน้าที่ของตนด้วยเช่นเดียวกัน+

ลูกมาสมมุติเกิดในนี้มีอยู่ในนี้เพื่อนำพาทุกคนให้พ้นทุกข์
ดวงจิตทั้งหลาย.. ที่รู้ข่าวการมาของลูก
เขาก็ตั้งใจสั่งสมคุณงามความดี.. เพื่อรอรอบที่จะได้เข้ามาเอาสมมุติแลกกับวิมุตติหลุดพ้น
เพื่อตามลูกไปสู่ที่ที่พ้นทุกข์
สละซึ่งของสมมุติทั้งหลายภายนอกทิ้งไป..
-- ให้เข้าสู่กระแสธรรมเหมือนกันนั่นละลูก --

ฉะนั้น.. ลูกทั้งหลายผู้รู้ตื่นดีแล้ว 
จึงได้รอบได้เวลาร่วมกันสร้างร่วมกันทำสมมุติ- ให้กลายเป็นวิมุตติหลุดพ้น **

ลูกเป็นผู้นำธรรม
แต่ละคนที่เข้ามาสั่งสมความดี - เป็นผู้ทำตาม
แล้วก็พากันเอาสมมุติแลกวิมุตติ
... เพื่อเข้าสู่กระแสแห่งความพ้นทุกข์ +

นั่นจึงเป็นการเสียสละ
สละละปัจจัยภายใน - สละละปัจจัยภายนอก..

ฉะนั้น.. เหตุแห่งการค้ำหนุนการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อยทั้ง 10 ตระกูล
รวมถึงแต่ละคน ที่หมุนรอบเข้ามา.. ได้ร่วมสร้างในกองบุญต่างๆ
ในเหตุต่างๆของการจัดเตรียมสถานที่

ก็เลยถือว่า..เป็นบุคคลผู้ที่ได้รอบ ได้เวลาเข้ามาทำเหตุของตน
เพื่อที่จะได้เกิดผลคือการเอาสมมุติ - มาแลกวิมุตติหลุดพ้นนั่นละลูก

ฉะนั้น.. เมื่อองค์พระพุทธเจ้าน้อยจะบังเกิดขึ้น ตรัสรู้แล้วในที่แห่งนี้
องค์พระธรรมก่อเกิดขึ้นสมบูรณ์  สว่างเจิดจ้าแล้วในที่นี้

เส้นทางที่จะนำพาทุกคนประพฤติปฏิบัติตาม- ให้ก่อเกิดพระสงฆ์ขึ้นแล้ว ในที่นี้
... ก็สมบูรณ์ดีแล้ว

ดวงจิตทั้งหลาย.. จึงหมุนรอบเวียนกันเข้ามา
เพื่อค้ำหนุน
เพื่อได้ทำเหตุที่ดี  เพื่อสร้างทานบารมี
-- สร้างทางให้กับตน  เพื่อเข้าถึงความหลุดพ้นด้วยเช่นเดียวกัน --

สุดท้ายแล้ว ที่แห่งนี้.. ก็ไม่มีเป็นของใคร
ของลูกก็ไม่ใช่ -- เพราะลูกไม่จำเป็นต้องมีไว้เพื่ออะไร
ขององค์พระพุทธเจ้า.. ก็ไม่ใช่

ฉะนั้น.. สุดท้ายนี้จึงเป็นที่แห่งการที่ลูกทั้งหลาย..มาเพื่อร่วมกันสร้างความดี
สลายสมมุติ -เพื่อเข้าสู่วิมุตติหลุดพ้น
เป็นประตูเข้าสู่นิพพานเท่านั้น  +

จึงไม่มีอะไรในสมมุตินี้เป็นของใคร
เพียงแต่ทุกคนเอาสมมุติที่มี - มาทิ้งไว้ตรงนี้
ทั้งกาย วาจา ใจ - ปัจจัยภายใน

แล้วก็ทั้งปัจจัย 4 - ปัจจัยภายนอก  ที่หามาได้ 
ที่มีเป็นเราเป็นของเรา อยู่ในโลกสมมุตินี้.. ก็จะถูกสละละ ทิ้งลงตรงนี้ 
รวบรวมเป็นอนุสรณ์แห่งการทำความดี  ทิ้งไว้ในโลก ในวัฏสงสาร

ให้ดวงจิตทั้งหลาย.. ได้น้อมอนุโมทนาสาธุการ
และได้เห็นคุณงามความดี - ที่เป็นรูปธรรมเช่นนี้
และได้ดำเนินรอยตามกันเท่านั้นละลูก +

และในวันนั้น.. ก็จะได้ถึงเวลาที่ทุกอย่างก็จะดับไปตามกาลเวลาอยู่ดี

แต่ที่สำคัญคือ ลูกทั้งหลาย..
สามารถที่จะรู้ตื่น เข้าใจตามความเป็นจริง *
สามารถที่จะสร้างกุศลความดี
/ สละปัจจัยทรัพย์ที่มี- ภายนอก
/ สละซึ่งกาย วาจา และใจ คือ สมบัติภายใน
/  สละทานออกมา..
- เพื่อเป็นสาธารณะประโยชน์
- เพื่อที่จะได้สร้างกุศลความดี 

สลายอัตตาตัวตนภายใน
สลายการลุ่มหลง อยู่ในรูปรสกลิ่นเสียงสัมผัส
- หลงอยู่ในสิ่งที่มี  คือ ลาภ ยศสรรเสริญ  ลาภสักการะต่างๆ - ภายนอก
สลายซึ่งความลุ่มหลง ทิ้งไป…

เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย.. จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยของการที่มีดวงจิต
เข้ามาค้ำหนุนองค์พระพุทธเจ้าน้อย
... เพื่อรองรับการตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ทั้ง 10 ตระกูล

และก็มีดวงจิตอื่นๆ ที่หมุนรอบกันเข้ามาสร้างในกองบุญต่างๆด้วยลูก

ทีนี้ พระยาธรรมเอย..  ลูกทั้งหลายก็พอจะเข้าใจรวมๆ เช่นนี้แล้ว
และก็ลองพิจารณาธรรมเป็นขั้นๆไป ทั้ง 5 ขั้น หรือว่าทั้ง 5 ประการนี้
ให้ลูกเข้าใจเพิ่มเติมอีกละ..พระยาธรรม

ใน ประการที่ 2 --นั้น
การมาก่อเกิดของพระธรรมในกึ่งพุทธกาล.. ย่อมมีอานิสงส์มาก

และตัวของลูกนั้น.. ก็คือดวงธรรม ที่หมุนลงมาเกิดในโลกใบนี้
-- ด้วยการตรัสรู้ธรรมเป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อย *

ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว..ลูกก็ไม่มีตัวมีตนมีอะไรเป็นอะไรทั้งหมด
ลูกก็มาจากพลังพุทธบารมี 
สักแต่ว่า เป็นดวงจิตสมมุติขึ้นมา -เพื่อมาเรียนรู้
นำทางจิตทุกดวง.. ให้รู้ตื่นรู้แจ้งตาม
เพื่อถอดรหัสธรรมขององค์พระพุทธเจ้า
จนเข้าสู่กระแสธรรม
จนสมมุติว่าเป็นองค์พระพุทธเจ้าน้อยในโลกสมมุตินี้...

และเมื่อลูกก่อเกิดขึ้นแล้ว - ลูกก็เลยแทนองค์พระพุทธ
และพระธรรมที่ลูกสามารถถอดรหัสมาได้  น้อมนำมามาเป็นพระธรรม
-- จึงเป็นองค์แทนพระธรรมในกึ่งพุทธกาล ดวงธรรมในกึ่งพุทธกาลนั้น...

บุคคลผู้ที่ลูกสามารถชี้ทาง นำทางได้
และเส้นทางของการประพฤติปฏิบัติในหลักสูตรค้นหาตัวตน
หลักสูตรของการปฏิบัติในสายสัมมาสัมพุทธะ ปัจฉิมาสัมพุทธะนี้..
-- จึงเป็นสิ่งแทนองค์พระสงฆ์

ทีนี้ องค์พระรัตนตรัยรวบรวมกันสมบูรณ์แล้วในที่นี้ก่อเกิดแล้วในที่แห่งนี้
จึงเปรียบดัง พระธรรมได้ก่อเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาล
เพื่อที่จะเผยแผ่  และนำทางดวงจิตทั้งหลายให้พ้นทุกข์

ฉะนั้น.. การที่ลูกได้ก่อเกิดขึ้นแล้วในโลกใบนี้พร้อมกันด้วย 3 ประการรวมกันมา
คือพระธรรมอันสมบูรณ์ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว - ย่อมเป็นอานิสงส์ที่มาก

เมื่อมีอานิสงส์ที่มาก.. ย่อมจะมีดวงจิตมากมาย - ที่เขาก็ต่างปรารถนาที่จะเข้ามาร่วมสร้าง
ร่วมทำบารมี บำเพ็ญกุศลความดีนั้น
-- เพื่อเข้าสู่ความพ้นทุกข์ด้วยกัน นั่นละ.. พระยาธรรมเอย

ต่อไปประการที่ 2 --
บุคคลผู้เข้ามาค้ำหนุนบารมีนั้นก็คือบุคคลผู้ที่ได้อธิษฐานบารมี 
ได้ตั้งจิตสร้างสั่งสมความดีไว้แล้ว  เพื่อรอรอบ ถึงรอบได้หมุนเข้ามาในรอบนี้
ที่จะมาค้ำองค์พระพุทธพระธรรม และพระสงฆ์
- ซึ่งส่งตรงลงมาจากองค์พระพุทธเจ้าอีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาล
- ซึ่งเป็นดวงจิตที่เขาทั้งหลายเหล่านั้น.. ได้สร้างบารมีเอาไว้รองรับแล้ว
และได้อธิษฐานบารมี เพื่อมาทำหน้าที่ตรงนี้

และสามารถที่จะฟันฝ่าอุปสรรคปัญหา สิ่งทดสอบ  บททดสอบต่างๆมากมาย
จนเข้ามารองรับได้
-- ย่อมถือเป็นความสำเร็จดังที่ดวงจิตทั้งหลายเหล่านั้น - ได้อธิษฐานเอาไว้  ++

และลูกทั้งหลาย.. ก็จะสามารถทำหน้าที่ของแต่ละคนแต่ละดวงจิตได้สมบูรณ์เป็นขั้นๆไป
จนถึงซึ่งการจบภารกิจคือการสละซึ่งสิ่งสมมุติทั้งหลาย.. ให้เป็นอนุสรณ์แห่งความดี
ทิ้งไว้ในโลกในวัฏสงสาร

และตนก็หลุดพ้นไปสู่แดนพระนิพพาน
ลูกนั้น.. ก็ได้ทำหน้าที่ของตนคือการมาก่อเกิด

ดวงจิตที่ได้อธิษฐานบารมีเอาไว้.. ก็ได้ทำหน้าที่แห่งตนตามที่ได้ท่านอธิษฐาน
และสร้างฐานบารมีเอาไว้
เพื่อเข้ามารองรับบารมีนี้.. ย่อมสมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป+

และจะหมุนรอบค้ำหนุนให้ลูกทั้งหลาย.. ได้เข้าถึงกระแสแห่งพระนิพพาน
เข้าถึงความหลุดพ้นได้ในที่สุดนั่นละลูก

จงทำเหตุที่ดีเอาไว้ - เพื่อผลที่ดีจะก่อเกิดเถอะ.. พระยาธรรมเอย

ต่อไปประการที่ 3 --
เป็นรอบบุญใหญ่ที่ได้ช่วยให้พี่น้องเผ่าพันธุ์ ในสายเลือดในเผ่าพันธุ์ของตน
ไม่ว่าจะเป็นบรรพบุรุษจิตวิญญาณที่ล่วงลับไปแล้ว
หรือว่าจะเป็นพี่น้องเผ่าพันธุ์วงศ์ตระกูล
สายเลือดแห่งตน - ที่จะสืบทอดต่อจากนี้ไป

เป็นการเข้ามารองรับและค้ำหนุนบารมีใหญ่นี้..เพื่อฉุดช่วยดวงจิตกลุ่มที่มีความเกี่ยวข้อง
เกี่ยวพันกับเรา
-  ทั้งที่ล่วงลับไปแล้ว 
-  ที่ไปตกทุกข์ได้ยาก
-  ทั้งที่กำลังจะเกิดขึ้นมา ในอนาคต
-  และที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้

เพื่อให้เขาทั้งหลายเหล่านั้น..ได้น้อมอนุโมทนาสาธุการในบุญใหญ่ในคราวครั้งนี้
และดวงจิตทั้งหลาย.. ก็จะเข้าสู่กระแสธรรมได้ - ด้วยการทำเหตุที่ดีเอาไว้  *

พระยาธรรมเอย..  การที่คนเรานั้น
จะก่อเกิดขึ้นมาในที่ใด
จะได้รับอะไร
ชีวิตจะเป็นไปเช่นไร
-- ล้วนแล้วมาจากเหตุที่ตนได้ทำเอาไว้ ลูก

ฉะนั้น.. ถ้าหากว่า เราได้ทำเหตุที่ดีเอาไว้แล้ว -- ย่อมจะมีผลที่ดี ที่ก่อเกิดขึ้น

การก่อเกิดในเผ่าพันธุ์ใดในสายเลือดใด - ก็ย่อมมีกรรม
ที่จะต้องมาก่อเกิดเช่นนั้นเป็นอย่างนั้น
และการก่อเกิดในที่นั้นแล้ว..
... ก็ย่อมมีกรรมเป็นสายเลือดเป็นเผ่าพันธุ์ของตนด้วยเช่นเดียวกัน..

ฉะนั้น..จึงเป็นรอบของการที่ ตระกูลแต่ละตระกูล -หมุนรอบเข้ามาค้ำหนุน
สร้างบารมีใหญ่ในคราวครั้งนี้
-- เพื่อฉุดช่วยดวงจิตที่เกี่ยวข้องด้วยตน..ให้พ้นทุกข์ นั่นละลูก

ต่อไปประการที่ 4 --
ทั้งนี้ก็ยังคงเป็นดวงจิตที่เกี่ยวข้องกับตนเหมือนกัน
แต่ก็จะเป็นตัวแทนของโลกทิพย์ 

คือหมายถึงว่าตัวของเรานี้..ก็จะเป็นตัวแทนของเหล่าทวยเทพเทวา
สายญาณบารมีต่างๆที่อยู่ในโลกทิพย์ 

ไม่ว่าจะ..
เป็นสายญาณแทนพญานาคทั้งหลาย
เป็นลูกหลานบริวารมาเกิด - เพื่อสั่งสมความดี

เป็นตัวแทนที่จะทำบารมีอันยิ่งใหญ่นี้ - เพื่อที่จะส่งอานิสงส์ความสุขความดีที่ได้ก่อเกิดขึ้นนี้
... ให้กับเขาทั้งหลาย

หรือว่า.. การมาเกิดในคราวครั้งนี้ -- ก็เพื่อช่วยลูกหลานบริวารทั้งหลายที่อยู่ในโลกทิพย์
-- ก็สามารถที่จะทำอานิสงส์ เผื่อแผ่ให้กับดวงจิตที่เป็นสายญาณบารมีต่างๆ
ที่เขาก็ต่างที่จะร่วมตั้งจิตตั้งใจอนุโมทนาสาธุการในบุญใหญ่นี้พร้อมกัน

ฉะนั้นพระยาธรรมเอย.. เรานั้นก็จะเป็นตัวแทนที่จะทำความดี - เผื่อแผ่ให้กับสายญาณบารมี
ดวงจิตที่เกี่ยวข้องกับเรา ในสายญาณต่างๆในโลกทิพย์ด้วย

*  ถือว่า สร้างกุศลบารมีแทนเทวดาทั้งหลาย กายทิพย์ทั้งหลาย นั่นละลูก +

ต่อไป ประการที่ 5 --
เมื่อวงศ์ตระกูล ทั้ง 10 ตระกูลนี้.. ได้เข้ามาค้ำหนุนแล้ว 
... เพื่อที่จะรองรับการตรัสรู้ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าน้อยแล้ว

ก็จะเป็น 10 ตระกูล - ที่ถูกจารึกเอาไว้ ในประวัติขององค์พระพุทธเจ้าน้อยเมื่อครั้งตรัสรู้ธรรม
ไว้ยาวนาน  ไปจนกว่าจะสิ้นสุดพระพุทธศาสนา
เช่น ดังกับพญามุจลินท์ ที่เข้ามาแผ่พังพาน คลุมเหนือเศียรขององค์พระพุทธเจ้า
หลังจากตรัสรู้

ถือว่า  เป็นกลุ่มดวงจิตที่ได้อธิษฐานบารมีไว้  และตั้งใจ ได้ทำได้สำเร็จ
-- ย่อมก่อเกิดอานิสงส์มากมาย แก่ดวงจิตที่เกี่ยวข้องด้วยกันกับตน
ในแต่ละวงศ์ตระกูลแต่ละเผ่าพันธุ์ แต่ละสายญาณบารมี - ที่เกี่ยวข้อง ++

เช่นนี้ละ พระยาธรรม.. เหตุที่ต้องมีการสร้างบารมี ค้ำหนุนการตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย
ทั้ง 10 ตระกูล

พอจะเข้าใจบ้างแล้วหรือยังเล่า.. พระยาธรรมเอย
จงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ พระยาธรรม

+ +
พระยาธรรม::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมอธิบายธรรมนี้ให้ลูกได้เข้าใจ

ลูกก็คิดว่า.. ทำไมถึงมีรอบให้มี 10 ตระกูล - ที่เข้ามาค้ำหนุนการตรัสรู้ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย
ลูกก็คิดว่า.. ลูกนั้นคิดไปเองหรือเปล่าหรือว่าเป็นยังไง

แต่สภาวธรรมของความเป็นจริงก็คือแต่ละคนก็ได้รอบที่จะได้สร้างบารมีที่ยิ่งใหญ่
ให้ตนให้เผ่าพันธุ์ของตนดวงจิตที่เกี่ยวข้องด้วยตน

และได้ตั้งจิตอธิษฐานเอาไว้แล้วเพื่อจะทำหน้าที่ตรงนี้
-- บุญได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว*

บุคคลผู้อธิษฐานที่จะน้อมรับบุญ
...ก็ย่อมเข้ามารองรับ ด้วยรอบ ด้วยเหตุของเขาเอง..

เราทั้งหลาย.. ก็เพียงเกิดอยู่ในสมมุติ  ติดอยู่ในสมมุติ
หากเรานี้.. ไม่สละ ละสมมุติทิ้งไป
-- เราก็จะไม่สามารถเข้าถึงกระแสแห่งความหลุดพ้น--

การก่อเกิดของพระธรรมของพระพุทธองค์ในกึ่งพุทธกาล.. ย่อมมีอานิสงส์มาก **

บุคคลผู้มีบารมีที่ได้อธิษฐานไว้แล้ว.. ย่อมถึงรอบ หมุนวนเข้ามาค้ำหนุน
เพื่อสร้างบุญใหญ่- รองรับองค์พระพุทธเจ้าน้อยตรัสรู้ธรรม
และอานิสงส์นั้น.. ย่อมฉุดช่วยพี่น้องเผ่าพันธุ์ของตน..ให้พ้นทุกข์

และยังคงส่งพลังบารมี..สู่โลกทิพย์
ให้กายทิพย์  สายญาณบารมีต่างๆ
เหล่าทวยเทพทุกชั้นฟ้า - ผู้เกี่ยวข้องด้วยตนนั้น.. ได้น้อมอนุโมทนาสาธุการร่วมกัน

และจะเป็น 10 ตระกูลที่จารึกไว้ในตำนานประวัติศาสตร์ขององค์พระพุทธเจ้าน้อย
เมื่อครั้งตรัสรู้ *

ซึ่งก็ถือว่าเป็นรอบบุญของวงศ์ตระกูลที่ยิ่งใหญ่..ที่อธิษฐานบารมีเอาไว้แล้ว
ถึงเวลาพวกเขาก็คงจะหมุนรอบเข้ามาเอง- เมื่อลูกได้ทำเหตุของบุญให้สมบูรณ์ดีแล้ว++

... ลูกพอจะเข้าใจเช่นนี้แล้วพระพุทธเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์  ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมอธิบายธรรมนี้ให้ลูกได้เข้าใจ
พระพุทธเจ้าค่ะ

วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ   เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่  พระพุทธเจ้าค่ะ…

สาธุ




« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 28, 2022, 07:16:03 pm โดย thanapanyo »