ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3645 ขออย่ายอมแพ้ แม้กำลังท้อ  (อ่าน 375 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4229
    • ดูรายละเอียด
Rec-3645 ขออย่ายอมแพ้ แม้กำลังท้อ
« เมื่อ: กรกฎาคม 31, 2021, 09:37:32 am »



พุทธธรรมแห่งความเมตตา   วันที่  31  กรกฎาคม  2564
บทที่ 89  **ขออย่ายอมแพ้แม้กำลังท้อ**
+ +   

ในเช้าของวันที่  31 กรกฎาคม พ.ศ. 2564           ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราชได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้า ต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่าน เพื่อเฝ้าฟังธรรมแล้ว  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกปรารถนาจะขอเฝ้าทูลถามถึง ข้อธรรม บทที่ 89 น่ะเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์เจ้าขา.. ในการฝึกฝนประพฤติปฏิบัติ ขัดเกลาเจียระไนจิต
บำเพ็ญอยู่บนหนทางแห่งความหลุดพ้นนั้น.. ย่อมต้องเจอกับอุปสรรคปัญหาบททดสอบ

ความรู้สึกว่ายากในการขัดเกลาเจียระไนจิตของตน
ในการที่จะต้องถูกเจียระไนดวงจิต
ในภาระหน้าที่เรานั้น..จะต้องทำต้องดำเนินไปของแต่ละบุคคล
จนบางครั้งเราก็เกิดความทุกข์ใจท้อใจ
... แล้วก็หมดกำลังใจที่จะเดินต่อไปบ้าง

ลูกจึงจะขอเฝ้าถึงพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมในเรื่องของ..
เมื่อเราต้องเจอกับความทุกข์ใจท้อใจรู้สึกว่าหมดกำลังใจนั้น..
... เราต้องทำยังไงต่อไปบ้างน่ะเจ้าค่ะ ?

ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนี้..เพื่อลูกทั้งหลายได้มีหนทาง
มีกำลังใจได้เดินต่อด้วยเถิดพระพุทธเจ้าค่ะ ”
- - - -

พระพุทธองค์ ::เอาละนะ พระยาธรรมเอย..  ก็ดีแล้วละ
ถ้าอย่างนั้นก็จงตั้งใจฟังให้ดี
ฟังแล้วก็น้องไปเผยแผ่ให้ทุกคนได้เข้าใจตามความเป็นจริงลูก

พระยาธรรมเอย..  ความเป็นจริงแล้วนั้นก็คือความทุกข์ใจท้อใจความเหน็ดเหนื่อยใจ
อุปสรรคปัญหา สิ่งกระทบทดสอบ
-- มันมีอยู่ในทุกที่ มีอยู่ในทุกเส้นทาง --
ไม่ว่าจะเป็นทางโลกหรือทางธรรม - มันก็ย่อมต้องมี

พระยาธรรมเอย..  และที่สำคัญก็คือ
ตราบใดที่เรานี้ ยังเวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้
ชีวิตมันก็ต้องดำเนินต่อไปตามกรรมของตนต่อไป 
ทั้งดีบ้าง - ไม่ดีบ้าง
แล้วจะต้องเผชิญผ่านพ้นกับบททดสอบคืออำนาจของกิเลสตัณหาอยู่ตลอดเวลา

ลูกเอ๋ย..  กรรมของเราก็ส่งผล - กลับมาเป็นกับดักให้เรา
ทั้งด้านดี -ด้านไม่ดี

ด้านดี - ก็มาเป็นกำลังทดสอบความลุ่มหลงยึดในสิ่งที่ดีสิ่งที่ละเอียดประณีต
หลงในสิ่งเหล่านั้น - ก็เป็นทุกข์
ยึดในสิ่งเหล่านั้น - ก็เป็นทุกข์
เมื่อต้องพลัดพรากจากกันไป - ก็ต้องเป็นทุกข์

ด้านไม่ดีก็คือ กรรมที่เราก่อเราทำ  พลั้งเผลอไป
หลงไปทำกรรมที่ไม่ดี

กรรมที่ไม่ดีนั้น.. ก็ย่อมส่งผลตีกลับมา
ทำให้ก่อให้เกิดอุปสรรคปัญหา
เกิดสิ่งที่ไม่ดีมาทดสอบ ขัดขวางมาวางกับดักเอาไว้ให้กับชีวิตของเรา
และก็จะยังคงมีอำนาจของกิเลสตัณหา - เป็นตัวทดสอบอีก!

สิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านี้.. มีอยู่แล้วเป็นอยู่แล้ว
-บนเส้นทางแห่งการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสารนี้...

พระยาธรรมเอย..  ฉะนั้นให้ลูกทั้งหลายทำความเข้าใจว่า..
การที่เราเหน็ดเหนื่อย  ทุกข์ใจท้อใจ
เจอกับอุปสรรคปัญหาในชีวิตนั้น..
- ไม่ใช่เพียงแค่ทางธรรมเท่านั้น

ไม่ว่าจะอยู่ในทางโลก 
จะเวียนว่ายเวียนวน อยู่ที่ใดของวัฏสงสารนี้
-- เส้นทางชีวิตนั้น.. ก็ย่อมต้องมีสิ่งเหล่านี้เป็นเรื่องธรรมดา  ++

การเวียนว่ายเวียนวนอยู่ในวัฏสงสารนี้  หาที่สิ้นสุดไม่ได้ไม่เจอ
-- เป็นไปตามกรรม  ถูกครอบงำด้วยกิเลสตัณหา --
แล้วก็ก่อให้เกิดกรรมเกิดอีกอยู่อย่างนั้น..
นั่นเรียกว่าเส้นทางชีวิตละ

ส่วนสิ่งที่ลูกนั้นเจอเรื่องนั้นเป็นเช่นนี้เป็นอย่างนั้น
คือเส้นทางชีวิตเพียงแค่ชั่วคราว  +
ที่ลูกนั้นอาจกลับมาอยู่ในสมมุติเป็นเช่นนั้น
เกิดไปอยู่ในสมมุติเป็นเช่นนี้

แล้วก็เวียนวนไป..
เจอสิ่งทดสอบ อุปสรรคปัญหากับดักแห่งชีวิต
เรื่องราวมากมาย..
สิ่งเหล่านี้.. จึงเป็นเรื่องธรรมดา

พระยาธรรมเอย..  และการที่เราเดินเข้าสู่กระแสแห่งธรรม
-- มันก็เป็นเส้นทางชีวิตที่ดี *

เพราะอย่างน้อยเรามีจุดมุ่งหมายมีเป้าหมายสำคัญที่สุดในชีวิตคือ
...เราจะดับการเกิดของเราให้ได้

อย่างน้อย.. ปั่นรอบตนเองให้ขึ้นมาเป็นพระอริยเจ้าในระดับที่ 1
เราก็พ้นนรก
พ้นจากการเกิดเป็นสัตว์เดรัจฉาน
ถึงนิพพานแน่นอน -อีกไม่เกิน 7 ชาติ

ปั่นรอบขึ้นมาเป็นพระอริยเจ้าระดับที่ 2 - พระสกิทาคามี
--เราก็พ้นนรกแน่นอนแล้วก็ไม่เกิดเป็นสัตว์เดรัจฉานอีก..
เราจะถึงนิพพานแน่นอนอีกเพียงหนึ่งภพชาติ

และที่สำคัญนะลูกกิเลสตัณหา - มันก็เบาบางลง
ทำให้เราทุกข์น้อยกว่าการที่เราเป็นปุถุชนคนธรรมดา

* และที่สำคัญกว่านั้นอีก  ก็คือ..
จิตใจของเราดวงจิตของเรา.. ใกล้เข้าสู่เส้นชัยขึ้นทุกวัน
เส้นทางชีวิตของเรา..กำลังมุ่งหน้าสู่การ รู้จบในการเวียนว่ายตายเกิด+

ยังไง-เราก็จะได้พ้นทุกข์*
ในภพชาติอีกไม่กี่ชาติข้างหน้านี้
ในภพชาติอีกเพียงแค่ 1 ชาติข้างหน้านี้

ชีวิตของพระอริยเจ้า.. ย่อมดำเนินอยู่บนเส้นทางแห่งความสุขความสงบ
ถึงแม้ว่า จะมีทุกข์บ้าง - แต่ก็ย่อมทุกข์น้อยกว่าปุถุชนคนธรรมดา +
และมีเป้าหมายที่ชัดเจน

ยิ่งถึงซึ่งพระอนาคามีแล้วด้วย -- ก็ยิ่งเหลือทุกข์เพียงเล็กน้อย
เส้นทางแห่งพระนิพพานสว่างไสว ใกล้นิพพานเข้าทุกวัน *

แล้วก็ย่อมสามารถที่จะใกล้เป้าหมาย- ที่จะจบการเวียนว่ายตายเกิด
จบเส้นทางชีวิตเข้าทุกวันๆ
จนถึงซึ่งการเป็นองค์พระอรหันต์-พระอริยเจ้าระดับที่ 4 มาเมื่อไหร่
-- เรานี้ ก็ย่อมจบกิจที่จะต้องทำในโลกใบนี้

เหลือเพียงแค่ปล่อยให้ธาตุขันธ์ เหตุแห่งธาตุขันธ์ดำเนินไป
...จนถึงการดับธาตุขันธ์ได้เท่านั้น  !

ฉะนั้นลูกทั้งหลายเอ๋ย..  เส้นทางชีวิตการเวียนว่ายตายเกิดในวัฏสงสาร
ทุกข์เหมือนกัน
ท้อเหมือนกัน
เหนื่อยใจเหมือนกัน
อุปสรรคปัญหามากมายเหมือนกัน
-- และยังหาที่สิ้นสุดไม่ได้อีกด้วย--

เวียนว่ายเวียนวนไป.. ก็หาที่สิ้นสุดไม่ได้!!

ฉะนั้น..
การถอยกลับไปสู่ทางโลก
การยอมแพ้กลับไป
การปล่อยตนนั้นจมกลับไปในโคลนนั้น..
-- ย่อมยากที่จะเดินกลับมาถึงจุดตรงนี้นะ..พระยาธรรม

การที่เราจะยืนอยู่ในจุดตรงนี้  ถึงแม้จะเหนื่อยจะท้อ  จะหมดแรงที่จะเดินต่อ
-- แต่ก็จงสู้ต่อเถิด ลูก!
อย่างน้อยเราก็ยังมีเป้าหมาย..

และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การที่เราได้พบได้เจอกับธรรมในกึ่งพุทธกาล
อยู่ในสำนักขององค์พระพุทธเจ้าน้อย -เผยแผ่ธรรมขององค์พระพุทธเจ้าใหญ่
ซึ่งเป็นธรรมกึ่งพุทธกาล - ที่น้อมส่งตรงลงมา

มีหนทาง แนวทางการประพฤติปฏิบัติวางไว้ให้
มีครูบาอาจารย์ช่วยดูช่วยตรวจสอบ  ชี้ทางบอกทางให้แก้ไข
-- ย่อมเป็นอะไรที่ดีที่สุดแล้วลูก  หาโอกาสเช่นนี้ได้ยากเหลือเกิน !!

ฉะนั้นลูกทั้งหลายเอ๋ย..  จงพิจารณาธรรมเหล่านี้ตามความเป็นจริงให้เข้าใจ
ถอยกลับไป - ก็ไม่มีอะไรดีกว่า
สู้ต่อไป.. ย่อมจะเป็นสิ่งที่ดี*

เพราะอยู่ที่ไหน - ก็ต้องสู้อยู่ดีนั่นละลูก
แต่สู้แบบรู้จบกับไม่รู้จบ - มันย่อมต่างกัน+
สู้แบบไม่รู้หนทาง กับรู้หนทาง - มันย่อมต่างกัน +

ฉะนั้นลูกเอ๋ย..  เมื่อลูกทั้งหลายเกิดสภาวะ คือ ความทุกข์ใจท้อใจ
รู้สึกหมดกำลังใจที่จะไปต่อ..

จงพิจารณาธรรมนี้ให้เข้าใจ  และทำตามธรรมทั้ง 5 ประการดังต่อไปนี้
เพื่อที่จะช่วยลูกเดินต่อไปได้เถอะนะ.. พระยาธรรม

ประการที่ 1 -- ให้อดทนให้ได้มากที่สุด

ไม่ว่าเราจะต้องเผชิญผ่านพ้น  หรือเจอกับอะไรก็ตามลูก
ความอดทนตั้งมั่น.. จะต้องมี
อดทนให้มากที่สุด - ทนแล้วก็ต้องทนอีก
เพราะไม่มีอะไรที่จะไม่ทนก็ได้หรอกลูก ในวัฏสงสารนี้
-- มันมีเพียงแต่ให้ทนแล้วทนอีก เท่านั้นละ !!

และการยอมแพ้กลับไป -- เราอาจต้องทนมากกว่านี้อีกไม่รู้กี่ร้อยกี่พันเท่า
เพราะในโลกแห่งวัฏสงสารโลกแห่งการเผชิญผ่านพ้น  สิ่งต่างๆ
ดำเนินชีวิตอยู่ในวัฏสงสารนี้ - มันโหดร้ายมากกว่านี้นะ

นี่เราเพียงแค่อดทนต่อเครื่องเจียระไน
- ที่จะจี้ จะเจียระไนเอาสิ่งที่ไม่ดีออกจากตัวเราไป เท่านั้น ++

อดทนต่อการผ่าตัด
อดทนต่อการรักษาจิตของเรา
อดทนเพื่อรอวันที่จิตของเรานี้ -หายเจ็บหายป่วยหายทุกข์
รอวันที่จิตของเรานี้ถูกเจียระไนสิ่งที่ไม่ดีออกไปให้หมด
... แล้วจิตของเราสว่างไสว  บริสุทธิ์ขึ้นมาเท่านั้น++

ฉะนั้น.. จงอดทนให้มากที่สุด
อดทนแล้ว - ก็ต้องอดทนอีก
ใช้ความอดทนเป็นรากฐานของการมุ่งมั่นตั้งใจแน่วแน่
ในเส้นทางของการประพฤติปฏิบัติบำเพ็ญนี้เถอะ.. พระยาธรรม

ต่อไป ประการที่ 2 --
ลูกนั้น.. จะต้องลุกขึ้นสู้
-แม้จะต้องกัดฟันสู้ก็ตาม !

จงอย่ายอมแพ้ต่ออุปสรรคปัญหาสิ่งทดสอบต่างๆลูก
จะต้องพยายามสู้ต่อ -- ยังก็ต้องไปต่อ..
จะไม่ยอมถอยไม่ยอมแพ้

จะแลกมาด้วยชีวิต - ก็ช่างมันเถอะ
ชีวิตก็มีอยู่แค่นี้ละ

จะหนีไปที่ไหน - ก็ทุกข์
จะหนีไปที่ไหน - ก็ตาย

อย่างมากก็แค่ตาย!!
จะตาย - ก็ให้มันตายอยู่กับธรรม
จะตาย - ก็ให้มันตายอยู่กับการมีเป้าหมายที่ชัดเจน
จะตาย - ก็ให้มันตายอยู่กับหนทางที่มีเป้าหมาย

การเป็นอยู่ - โดยขาดเป้าหมายชัดเจนในชีวิต
-- ก็ไม่ได้สำคัญอะไรเลย กับชีวิตที่เป็นอย่างนั้น..

แต่การตายอย่างมีเป้าหมายที่ชัดเจนและเป็นเป้าหมายที่ถูกต้อง และดี
ถ้ามันจะตาย.. ก็ให้มันตายไปเถอะ!

ชีวิตๆหนึ่งก็แค่ตาย
อยู่ที่ไหน - ก็ต้องตายอยู่ดีนั่นละ

อดทนสู้ลุกขึ้นสู้!!
แม้จะต้องฟันฝ่ากับอุปสรรคต่างๆทั้งหลายมากมายเพียงใด
--ก็ต้องสู้ อย่ายอมแพ้ --

ในโลกใบนี้.. ไม่มีที่อยู่ให้กับบุคคลผู้อ่อนแอและยอมพ่ายแพ้
มีแต่เพียงที่ที่ถูกอำนาจของกิเลสตัณหา กรรมวิบาก สิ่งทดสอบครอบงำ
ทำร้าย ทำลายจิตใจของเราเท่านั้นละลูก

ฉะนั้น.. ตราบใดที่เรายอมแพ้ - เราก็เป็นผู้อ่อนแอ
ผู้อ่อนแอก็ถูกรังแกอยู่เรื่อยไป
-- ไม่มีทางที่จะชนะหรอกลูก!!

ฉะนั้น..  เราจะต้องสู้ต่อไป
-- นี่คือสิ่งที่ลูกทั้งหลายควรที่จะทำ

ปลุกจิตของตน.. ให้เข้มแข็ง
ให้เป็นผู้ที่ลุกขึ้นสู้- แม้ยามท้อแท้
หรือว่ายามที่ตนจะต้องเจอกับการเจียระไนบททดสอบต่างๆ
ต้องลุกขึ้นสู้  และต้องสู้ต่อไป
ต้องไม่ยอมแพ้.. ลูกเอ๋ย

ต่อไปประการที่ 3 --
เมื่อลูกนั้นลุกขึ้นสู้แล้ว..
ลูกก็จะต้องพยายามหาหนทาง  หาทางออกทางไปให้เจอลูก +

เราจะต้องพยายามหาดูว่า.. ทางออกของเราอยู่ตรงไหน?
ทางออกของปัญหาอยู่ตรงไหน  ?
-- เราจะต้องหาทางออกให้เจอ--

เพราะในความเป็นจริงแล้ว.. ทุกสิ่งต้องมีทางออก
-- เพียงแต่ว่า เราจะหาเจอหรือไม่เท่านั้น
และเมื่อเราได้รับการชี้ทางบอกทาง แนะนำให้เราได้มองเห็นทางออก
หรือเราได้หาทางออกเจอ

เราก็จงเข้าสู่ประการที่ 4-- คือ
รีบเร่งที่จะประพฤติปฏิบัติทำตามทางออกแนวทางนั้น
และจงทำไปๆ.. จนเกิดผลเป็นขั้นๆ
เกิดผลเป็นระดับๆไป  ฝึกฝนไปเช่นนั้น

พระยาธรรมเอย..
บางคนไม่เห็นทางออก - ก็ยอมท้อยอมถอย
บางคนเห็นทางออก รู้ทางออกแล้ว
มีพ่อแม่ครูบาอาจารย์ช่วยชี้ทางบอกทางแล้ว
-ก็ยังดื้อ ไม่ยอมออก -
ปล่อยให้อำนาจกิเลสครอบงำให้จมอยู่ ก็มี...

-- จงอย่าปล่อยตนให้เป็นเช่นนั้น!!

เมื่อหาทางออกเจอแล้ว  ให้จงเร่งรีบประพฤติปฏิบัติ
เร่งความเพียรปรับปรุงตัวเองเปลี่ยนแปลงตัวเอง
-- แก้ไขตนเองไปตามทางออกที่เจอนั้น..ให้เห็นผลเป็นขั้นๆไป ++

และในที่สุดลูกก็จะเข้าสู่ประการที่ 5 --ได้คือ
ลูกจะสามารถฟันฝ่าผ่านพ้นทุกเรื่องราว
อุปสรรคทุกสิ่งบททดสอบทุกอย่าง
-- ลูกจะสามารถข้ามผ่านไปได้+

จนถึงซึ่งเส้นชัยคือความชนะ
//  ชนะกิเลสตัณหา
//  ชนะอุปสรรคปัญหาสิ่งทดสอบ
//  ชนะกรรมวิบาก
//  ชนะต่อสิ่งต่างๆทั้งหลาย

และลูกจะเห็นได้ว่าสิ่งต่างๆทั้งหลายเหล่านั้น..
คือเครื่องเจียระไนขัดเกลา

สิ่งต่างๆที่ทำให้ทุกข์ยากลำบากยุ่งยากนักหนานั้น..
คือสิ่งที่ช่วยให้ลูกได้ชำระล้างวิบากกรรม 

ได้ทำให้ลูกนั้น.. ฝึกจิตของตน - จนอยู่เหนือบททดสอบต่างๆ
อยู่เหนือโลก  เหนือวัฏสงสาร
ถึงซึ่งเส้นชัยอย่างแท้จริง
… เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย

จงตั้งใจศึกษาเรียนรู้ทำความเข้าใจตามธรรมที่ได้กล่าวไปแล้วนี้เถอะ.. พระยาธรรม 
แล้วลูกทั้งหลาย.. จะเข้าใจเส้นทางชีวิตได้เป็นอย่างดี

และลูกทั้งหลาย.. ก็จะเข้าใจว่า
ชีวิตนี้ - ไม่อาจหวนคืนกลับไปสู่อดีตได้ฉันใด
ก็ไม่อาจปล่อยให้ตน -ถอยกลับคืนไปสู่วัฏสงสารได้ก็ฉันนั้น+

ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  ชีวิตทวงคืนไม่ได้ชีวิตจึงย้อนกลับไปที่เดิมไม่ได้
-- เราจึงถอยไม่ได้ลูก !!

ชีวิตนี้หยุดอยู่กับที่ไม่ได้
เพราะมันดำเนินต่อไปๆอยู่เรื่อยไปไม่อาจหยุดเวลาได้ฉันใด เพียงใด

เราจะเหนื่อยจะท้อเพียงใด-- ก็ไม่อาจที่จะหยุดอยู่กับที่
- โดยไม่พัฒนาตนเอง
- โดยไม่ดำเนินชีวิตต่อไปได้ ลูก

และเมื่อเรานี้ล้ม และไม่ลุก 
มันก็จะมีแต่อุปสรรคปัญหา
กรรมวิบากสิ่งต่างๆ.. จะวิ่งเข้ามาต้อนเข้ามาไล่เข้ามา
ครอบงำควบคุม  ทับถม -- ทำให้เราจมลึกกว่าเดิม เท่านั้นละลูก++

และกว่าเราจะลุกขึ้นมาได้นั้น -- ก็ต้องใช้เวลามาก
บางคนก็ไม่มีโอกาสลุกขึ้นมาได้อีกเลย
... เพราะถูกโคลน คือกิเลสคือกรรมวิบาก  คือเรื่องของวัฏสงสาร
ถมไปให้ลึกลงไป
จนไม่อาจลืมตาอ้าปากขึ้นมาได้เลย.. 

จึงไม่สามารถที่จะมองเห็นแสงสว่างบนท้องฟ้าได้อีกต่อไป
จมอยู่ใต้โคลนนั่นละลูก
เป็นกาลเวลายาวนานเป็นแสนเป็นล้านปี
… เช่นนี้ละ พระยาธรรมเอย

ฉะนั้น..  ชีวิตไม่อาจถอยได้  ท้อก็ไม่ถอยลูก

ชีวิตไม่อาจที่จะยืนอยู่จุดเดิมได้ 
เหนื่อยก็ต้องเดินต่อไป ลูก
หยุดไม่ได้  !

ล้มก็ต้องรีบลุก  เพราะถ้าหากว่า เรามัวแต่รออยู่
- เราจะโดนถม ลูก  !
จะโดนทับโดนถมให้จมลึกลงไป
-- ยิ่งล้มนานเพียงใด.. ก็ยิ่งจมลึกๆ เพียงนั้นละลูก--

จงรีบลุก  รีบเดินต่อไป..
และจงปักเส้นชัยของลูกนั้น.. ไว้ที่ประตูนิพพาน
จงดำเนินไปตามเส้นทางที่องค์พระพุทธเจ้าวางเอาไว้ให้
และไปถึงซึ่งเส้นชัย  คือความสำเร็จนั้นเถอะ.. พระยาธรรมเอย

+ +
พระยาธรรม::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์  ที่ทรงเมตตาแสดงนี้ให้ลูกได้ฟัง นะเจ้าคะ
ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ

ลูกจะน้อมเอาธรรม ที่พระพุทธองค์ได้แสดงในวันนี้ไปเผยแผ่
ให้ดวงจิตทั้งหลาย..ที่กำลังเจอกับความทุกข์ใจท้อใจ
ให้จิตทั้งหลายเหล่านั้น.. ได้รู้ตื่นเข้าใจตามความเป็นจริงว่า.. 

แท้ที่จริง - ชีวิตไม่มีสิทธิ์เลือก..
/  ไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะไม่เดิน
/  ไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะถอยหลัง
/  ไม่มีสิทธิ์เลือกที่จะล้มแล้วไม่ลุก

** มีเพียงหนทางเดียวคือต้องไปต่อเท่านั้น+

ลูกจะนำธรรมนี้..ไปปลุกจิตทั้งหลาย..ให้ตื่นขึ้นมาลุกขึ้นมา
อดทนอดกลั้นต่อสิ่งทดสอบต่างๆ
และลุกขึ้นสู้กัดฟันสู้
ไม่ยอมแพ้ไม่ยอมถอย

หาหนทางเดินต่อไปให้ได้
มุ่งมั่นต่อไปจนสำเร็จเป็นขั้นๆ
จนสามารถข้ามผ่านอุปสรรคสิ่งทดสอบต่างๆทั้งหลายพระพุทธเจ้าค่ะ
-- ชีวิตมีหนทางเดียวคือต้องไปต่อเท่านั้น + +

... ลูกจะจำเอาไว้พระพุทธเจ้าค่ะ

วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ  เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่  พระพุทธเจ้าค่ะ…
 
สาธุ



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ตุลาคม 28, 2022, 07:16:42 pm โดย thanapanyo »