มหาวิชชาลัยธรรมิกราช

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!

ผู้เขียน หัวข้อ: ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช  (อ่าน 1465 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4093
    • ดูรายละเอียด
Re: ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
« ตอบกลับ #15 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2020, 06:40:58 am »




ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
บทที่ 15  อุบาสิกาย่ายวนใจ
+ +   
ในเช้าของวันที่  3 กันยายน พ.ศ. 2562  ณ สวนธรรมิกราช
ข้าพระพุทธเจ้า เมื่อได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้า ต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามถึงอุบาสิกาย่ายวนใจ คนที่ถวายที่ดินเพื่อที่จะค้ำหนุนการเผยแผ่ธรรม สร้างสวนธรรมิกราช น้อมถวายธรรมที่เกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล
ได้เฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...
“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกจะขอเฝ้าทูลถามถึงเรื่องของ อุบาสิกาย่ายวนใจ ผู้ถวายที่ดินสร้างสวนธรรมิกราช
ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตา แสดงธรรม *สภาวธรรมของย่ายวนใจ* ให้ลูกได้ฟัง และพิจารณาตามด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ ว่าเพราะเหตุใด ย่ายวนใจจึงได้มีโอกาสในการเข้ามาค้ำหนุน การเกิดขึ้นแล้วของพระธรรมในช่วงนี้ น่ะเจ้าค่ะ ”
- - - -
ดีแล้วละ  พระยาธรรมเอ๋ย..  ย่ายวนใจ ก็เป็นบุคคลหนึ่ง ที่ได้สร้างบารมีใหญ่ เป็นเสาค้ำพระธรรมในกึ่งพุทธกาล
เป็นผู้ที่ได้ถวายที่ดินตรงนี้ ใน *สวนธรรมิกราช* พร้อมทั้งยังได้สร้างเสนาสนะต่างๆ เอาไว้รองรับ ตามกำลังที่พอจะทำได้ และยังดูแล ปรับทุกสิ่งทุกอย่างให้ลงตัว ให้ดี เพื่อรองรับพระธรรมเสมอมา
ก็ถือว่า เป็นอุบาสิกาอีกท่านหนึ่ง ที่อธิษฐานบารมี - มาสร้างบารมีในช่วงนี้
และก็สามารถทำได้ ตามที่ย่ายวนใจได้อธิษฐานเอาไว้ละ.. พระยาธรรม
ก่อนโน้น เคยมีภพชาติหนึ่ง ที่ย่ายวนใจนั้นเป็นทหารของพ่อพระอินทร์ คือในภพชาตินั้น เกิดเป็นทหาร - เป็นนายทหารใหญ่ และสำคัญมากในบ้านเมืองนั้น
ซึ่งดวงจิตของพ่อพระอินทร์องค์ปัจจุบันนี้.. ก็เป็นผู้ที่เป็นกษัตริย์ครองอยู่ในเมืองนั้น 
และก็ได้มีการวางแผนสู้รบ เพื่อที่จะรวบรวมอาณาบริเวณของประเทศ ของเมืองนั้นๆ ให้เป็นพื้นที่ที่กว้างขึ้น  จึงได้เกิดการรบราฆ่าฟันต่อบ้านเมืองที่อยู่ใกล้กัน เพื่อแย่งชิงดินแดนของกันและกัน มาเป็นของตน
ในภพชาตินั้น.. ย่ายวนใจ เป็นผู้ที่มีอำนาจในการตัดสิน ในการออกรบ
และมีบริวารมาก ทหารมาก
ทีนี้ เมื่อหมดจากภพชาตินั้นไป.. ก็ได้ไปเกิดเพื่อชดใช้กรรม และก็ได้กลับคืนสู่แดนสวรรค์ - ที่ที่ตนนั้น ได้สร้างบารมีเอาไว้ดีแล้ว
และก็ยังคงติดตามดวงจิตพระโพธิสัตว์ ผู้เป็นองค์พระอินทร์นั้น
เป็นบริวาร เป็นทหารคนสนิท ยังคงสร้างบารมีเรื่อยมา..
ทีนี้ ในภพชาตินี้ เป็นภพชาติที่องค์พ่อพระอินทร์ พระแม่กวนอิม และพระยาธรรมิกราช จะก่อเกิดขึ้นบนโลก เพื่อที่จะเผยแผ่พระธรรม
ย่ายวนใจ จึงได้อธิษฐานจิตลงมาเกิด - เพื่อที่จะเป็นผู้รองรับธรรมที่เกิดขึ้น
และได้ถวายที่ดินแปลงนี้ เพื่อสร้างสวนธรรมขึ้นมา ..
และจะได้เอาอานิสงส์จากการถวายที่ดินนี้ - ส่งไปให้วิบากกรรม ที่เคยรบราฆ่าฟันกัน เพื่อแย่งชิงดินแดนของกันและกัน
จะได้เอาอานิสงส์ที่ซื้อดินซื้อทรายมาถมที่ แผ่ให้กับดวงจิตมากมายที่ล้มตายในคราวครั้งนั้น - ที่เกิดมาสู้รบกัน
-- เพื่อที่จะได้ ให้ที่ตรงนี้ เป็นที่มาสร้างบุญ มาปฏิบัติธรรมของญาติธรรมทั้งหลาย ดวงจิตทั้งหลาย.. ทั่วโลก จักรวาล เพื่อเป็นอานิสงส์ผลบุญที่ยิ่งใหญ่ แผ่ไปให้ทุกดวงจิต
-- เพื่อดวงจิตทั้งหลาย ในยุคที่เกิดมาเป็นทหารนั้น / บริวารเหล่านั้น ได้รับอานิสงส์ตามๆ กันไป ++
และก็ได้พาให้ดวงจิตผู้ที่มีบุญสัมพันธ์ต่อกันมา ได้มาร่วมสร้าง ร่วมทำความดีในที่นี้
จึงถือว่า.. เป็นการอธิษฐานในการมาสร้างสวนธรรมไว้รองรับ 
และเป็นอานิสงส์ที่จะไปปลดล็อค ในผลกรรม เศษกรรม ที่เหลืออยู่ในภพในชาติที่ติดค้างมา
และได้มาสร้างบารมี ร่วมกับองค์พ่อพระอินทร์ เพราะตนเป็นทหารคนสนิท ทั้งในภพชาติที่เกิดมา และในกายทิพย์ที่อยู่ในเมืองสวรรค์นั้น.. ก็ยังเป็นผู้สนิทอยู่
จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยที่พากันมาสร้างบารมี รองรับพระธรรมที่เกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล
จึงเป็นเหตุให้อุบาสิกายวนใจนั้น ได้ถวายที่ดินตรงนี้ ด้วยแรงอธิษฐานด้วย
และก็ด้วยเหตุของกรรมเก่าที่ทำมา
-- ส่งผลให้ต้องได้มาทำความดีตรงนี้ เพื่อส่งอานิสงส์ผลบุญกลับคืนไปให้ดวงจิตทั้งหลาย..
แต่ผลกรรมเก่า.. ส่งผลให้ได้สร้างบารมีที่ใหญ่  ++
ย่อมแน่นอนละ พระยาธรรม.. ว่าอานิสงส์จากการที่สร้างที่ทำ - ก็ย่อมต้องมีมากกว่าที่จะส่งไป
และย่อมจะเป็นเหตุเป็นปัจจัย ต่อยอดให้อุบาสิกายวนใจนั้น ได้เป็นผู้มีบารมีมากยิ่งๆขึ้นไป ในอนาคต
พระยาธรรมเอย..  แต่ด้วยเหตุที่ว่า องค์พ่อพระอินทร์นั้น จะต้องกลับมาตรัสรู้ เป็นพระศรีอริยเมตไตรย ในอนาคตข้างหน้าโน้น.. ราว 7 หมื่นปี *
ย่ายวนใจ เป็นดวงจิตที่ติดตามสร้างบารมีกับองค์พ่อพระอินทร์ มาหลายภพชาติ
มีความผูกพัน  มีกรรมพัวพันต่อกันมา
ย่ายวนใจ.. จึงยังคงต้องสร้างสั่งสมบารมีไป
-- รอรอบการมาตรัสรู้ขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระศรีอริยเมตไตรย
จึงค่อยเข้าสู่พระนิพพาน พร้อมด้วยองค์พระศรีอริยเมตไตรย
ย่ายวนใจ จึงจะได้รับอานิสงส์จากการถวายที่ดิน รองรับพระธรรม
สนับสนุนให้ญาติธรรมทั้งหลาย.. เข้ามาปฏิบัติธรรม
และอานิสงส์ที่จะก่อเกิดขึ้นที่นี่ ทุกสิ่งทุกอย่าง.. ก็จะเป็นเหตุเป็นปัจจัย ค้ำหนุนดวงจิตของย่ายวนใจ ให้ต่อไปในอนาคตข้างหน้าโน้น ได้เกิดมาเป็นผู้ที่มีบริวารมาก
และสามารถเป็นที่ผู้รองรับ การก่อเกิดขึ้นของพระศรีอริยเมตไตรย
ค้ำหนุนศาสนา ในยุคของท่านพระศรีอริยเมตไตรย
ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  ย่ายวนใจ จึงจะยังคงไม่ได้ดับดวงจิตเข้าสู่พระนิพพาน - ด้วยการชำระล้างกิเลสทั้งหมด หรือถึงซึ่งความเป็นองค์พระอรหันต์
แต่ด้วยการสร้างบารมีที่มาก -- จะมีพลังบารมีค้ำหนุน ให้จิตของย่ายวนใจนั้น ทรงสภาวธรรมการวางเฉย และมีปัญญารู้เท่าทันเหตุต่างๆ แตกฉานเข้าใจในอรรถในธรรม - เทียบเท่ากับพระอนาคามี พระองค์หนึ่ง  ++
เพราะย่ายวนใจ เป็นดวงจิตที่สร้างสั่งสมบารมีมา - ในรูปแบบของผู้มีบริวาร มาแต่เก่าก่อนโน้นแล้ว.. และก็จะยังคงสร้างบารมี -ในรูปแบบที่มีบริวารต่อไป ในอนาคตข้างหน้าโน้น ..
แล้วก็จะเกิดเป็นกษัตริย์ ในยุคที่พระศรีอริยเมตไตรยมาตรัสรู้ - เพื่อที่จะได้เป็นผู้ค้ำหนุน ให้ศาสนาแห่งพระศรีอริยเมตไตรย ได้ก่อเกิดความอุดมสมบูรณ์ในการเผยแผ่ธรรม *
ฉะนั้น การมาสร้างบารมี ครั้งนี้ จึง..
ถือว่า มาสร้างเพื่อเอาอานิสงส์ส่วนหนึ่ง ส่งแผ่ให้วิบากกรรมเก่า
ถือว่ามาสร้างตามที่อธิษฐานจิตเอาไว้  เพื่อมารองรับการก่อเกิดของพ่อพระอินทร์
การเกิดขึ้นแล้วของพระแม่โพธิสัตว์กวนอิม  และการเกิดขึ้นแล้ว ของดวงแก้วดวงธรรม คือ พระยาธรรมิกราช
การอธิษฐานมาสร้าง และจะต่อยอดความดี.. เพื่อกลับมารองรับธรรม ในยุคแห่งพระศรีอริยเมตไตรย .. ลูกเอ๋ย
อานิสงส์ผลบุญ.. ก็จะส่งผลให้ทำในสิ่งที่ตนตั้งใจจะทำ สำเร็จได้
ในชาตินี้ จึงเป็นชาติที่มาสั่งสมบารมี เพื่อรอมาค้ำศาสนาของพระศรีฯ ด้วย *
และยังได้ค้ำศาสนาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ในช่วงกึ่งพุทธกาลนี้ด้วย *
ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. อานิสงส์เหล่านี้ ย่อมมีพลังมาก
ดวงจิตที่ได้สร้างบารมีเช่นนี้ ย่อมสามารถทรงสภาวจิต เทียบเท่าพระอนาคามี
คือ นิ่งเฉย วางเฉย
รู้และเข้าใจในเหตุต่างๆทั้งหลาย..  เพียงแต่ยังมีตัวตนอยู่บ้างเล็กน้อย
เช่นนี้ละ พระยาธรรม..  ที่เป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้ย่ายวนใจของลูก หรืออุบาสิกายวนใจนั้น - ได้มาเป็นผู้รองรับ ด้วยการถวายที่ดินสร้างสวนธรรม และยังถวายกุฏิศาลา ที่ปฏิบัติธรรม
เป็นผู้ดูแลทุกอย่าง ให้ขับเคลื่อนไปในทิศทางที่ดี
และปรับทุกอย่างให้สมบูรณ์ตามเหตุไป
เช่นนี้ละ พระยาธรรม..  เป็นเหตุที่มาของการได้มารองรับ และเป็นเหตุที่ไปของอานิสงส์ที่จะได้รับต่อไป
เช่นนี้ละลูก พอจะเข้าใจบ้างแล้วหรือยังเล่า.. พระยาธรรมเอย
+ +
พระยาธรรม ::  สาธุเจ้าค่ะ ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ ว่า..
แท้ที่จริง ย่าก็เป็นคนที่สร้างบารมีร่วมกับพ่อพระอินทร์มา ในภพชาติต่างๆ
แล้วก็อธิษฐานมาสร้างบารมีในยุคนี้ เพื่อรองรับพระธรรม
เพื่อที่อานิสงส์นี้.. จะส่งผลให้เกิดในยุคพระศรีฯ เป็นผู้มีบารมีมากมีบริวารมาก มีทรัพย์มาก
ในการรองรับพระธรรมของพระศรีอริยเมตไตรย
ย่าจะยังไม่ไปนิพพาน แต่จะทรงสภาวธรรม เท่าพระพระอนาคามีองค์หนึ่ง *
... เข้าใจเช่นนี้แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ ให้ลูกได้ฟัง
วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อน ไว้จะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ในวันถัดไป พระพุทธเจ้าค่ะ...
สาธุ


บันทึกการเข้า

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4093
    • ดูรายละเอียด
Re: ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
« ตอบกลับ #16 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2020, 06:42:03 am »




ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
บทที่ 16  พุทธนิมิตให้ไปอัญเชิญสมเด็จองค์ปฐม
+ +   
ในเช้าของวันที่  17 มิถุนายน พ.ศ. 2563   ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราชได้ขึ้นเข้าเฝ้านอบน้อม ต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...
“ ข้าพระพุทธเจ้าพระยาธรรมิกราช  กราบขอนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์บรมบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทุกพระองค์..
วันนี้ ลูกปรารถนาที่จะขอเข้าเฝ้าฟังธรรม เรื่องของสภาวธรรมในการอัญเชิญองค์พระพุทธมหาจักรพรรดิ พระองค์ปฐม มาสู่สวนธรรมิกราช สู่โลก สู่วัฏสงสาร 
และการอัญเชิญองค์พระพุทธมหาจักรพรรดิอีกหลายพระองค์ - ตามบัญชาที่พระองค์ทรงรับสั่ง
ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตา แสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟังด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ
ว่าในสภาวธรรมที่เกิดขึ้น เป็นเหตุใด  เพราะอะไร ?
ทำไมจึงต้องเป็นเหตุที่ให้ลูกดำเนินงาน  ตามที่ลูกนี้จะต้องอัญเชิญองค์พระพุทธมหาจักรพรรดิ พระองค์ปฐม - เสด็จลงสู่สวนธรรมิกราช  ประดิษฐานในหอธรรมะไตรปิฎก ล่ะเจ้าคะ ?
เมื่อคืนนี้ ลูกเห็นพุทธนิมิตถึงเรื่องราวต่างๆ เหล่านี้ พระพุทธเจ้าค่ะ “
- - - -
พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ::   พระยาธรรมิกราชเอ๋ย..  แล้วลูกนั้น เห็นพุทธนิมิตอย่างไรเล่า
ลูกจงกล่าวตามที่ลูกนั้นได้เห็น ขึ้นถวายก่อนเถอะ
พระยาธรรม ::  กราบนอบน้อมต่อองค์บรมบิดา องค์พระปฐม พระพุทธเจ้าค่ะ
ที่เมตตาให้ลูกได้ขึ้นมาเข้าเฝ้า และน้อมถวายพุทธนิมิตที่ลูกจะทำในรหัสงานต่อไป 
- แด่พระพุทธองค์ และพระพุทธเจ้าทุกๆพระองค์
จนถึงพระพุทธเจ้าพระองค์ปัจจุบัน และพระองค์ในอนาคต
ลูกกราบนอบน้อมถวาย ตามพุทธนิมิตที่ตนนั้นได้เห็นเช่นนี้ นะเจ้าคะ
คือว่า เมื่อคืนนี้ ลูกเห็นพุทธนิมิตเกิดขึ้นว่า.. วันนี้จะต้องเดินทางเปิดสภาวธรรมของสนามหลวง
ซึ่งเป็นสถานที่ที่มีพลังบารมีมากในแผ่นดินไทย  และเป็นสถานที่ที่สำคัญมากในแผ่นดินไทย
รวมถึงมีพระบรมสารีริกธาตุ และมีองค์พระแก้วมรกต - เป็นพลังมหาจักรพรรดิ ซึ่งเป็นสถานที่ที่สำคัญที่สุดในประเทศไทย *
และเป็นดินแดนที่บริสุทธิ์ ที่ที่พระองค์จะเสด็จลง..
และลูกก็จะต้องเดินทางไปรับพระองค์ด้วยตนเอง
อัญเชิญพระองค์เสด็จกลับคืนสู่สวนธรรมิกราช -- เพื่อให้ก่อเกิดสภาวธรรมในรหัสงานต่อไป คือ
* การเปิดโลก 
* การถอดรหัสของจิตต่างๆ ทุกๆดวง
* การเปิดจิตทั้งหลาย ให้รู้ ให้เห็นกรรมวิบากต่างๆ เฉพาะของตน
ให้แต่ละดวงจิตสามารถระลึกเห็นกรรม  เห็นสิ่งที่ตนนั้นต้องทำ ด้วยพุทธพิธีในการเค้นจิตออกมา
เช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ..
จะเป็นการช่วยเหลือดวงจิตได้ง่ายขึ้น
จะเป็นพุทธพิธี ที่เป็นทางลัดในการช่วยเหลือจิตทั้งหลาย ที่ตั้งใจดีแล้ว
และจะสามารถทำให้ดวงจิตทั้งหลาย..ข้ามพ้นวัฏสงสารได้ง่ายขึ้น 
เพราะลูกเห็นกำแพงที่ปิดกั้นวัฏสงสารนั้น.. ช่างสูง และรู้สึกว่า จะมีพลังอำนาจมาก +
- ทำให้ผู้คนตกต่ำ
- ทำให้จิตทั้งหลาย.. ตกสู่นรกอเวจี
- ทำให้จิตทั้งหลาย.. ไม่สามารถข้ามกำแพงแห่งวัฏสงสาร ไปสู่ฝั่งพระนิพพานได้เลย
จิตน้อยมากที่จะสามารถข้ามได้ 
ส่วนใหญ่ก็จะไปติดอยู่ตรงกับดัก คือ กำแพงแห่งกามราคะ กามคุณทั้งหลาย
ก็จะไปติดอยู่กับการครองคู่ การที่มีคู่รัก
หรือการที่ลุ่มหลง หลงใหลไปในกามคุณต่างๆ
ลูกเห็นเปรต ที่ตกจากการเป็นนักบวชผู้บำเพ็ญ ปฏิบัติดีแล้ว - แต่ลุ่มหลงไปในกามราคะ
ซึ่งเผลอไปทำผิด ทำกรรมที่หนัก -- ตกสู่นรกอเวจีมากมาย อยู่ในก้นนรกขุมลึกสุด !
ลูกเห็นแล้ว ก็รู้สึกว่า.. จะต้องฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลายเหล่านี้ ให้พ้นจากสภาพที่เป็นอยู่
และฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย.. ที่กำลังตั้งใจว่าจะไปให้ถึงพระนิพพาน
-- ด้วยพุทธพิธี ในการเปิดโลก เปิดจิต เค้นจิตแต่ละดวง
แต่ลูกจะต้องทำงานถวายพระพุทธองค์ ด้วยรหัสงานต่างๆ ++
... เช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ::  แล้วลูกนั้น พอจะเข้าใจในสิ่งที่ตนได้เห็นบ้างหรือเปล่าเล่า.. พระยาธรรมเอ๋ย
พระยาธรรม ::  กราบพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตา พระพุทธเจ้าค่ะ
ลูกพอจะเข้าใจพุทธนิมิตอยู่ พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ::  แล้วลูกนั้นเข้าใจว่าอย่างไรเล่า จงกล่าวธรรมนั้นมาเถอะ
พระยาธรรม ::  ลูกเข้าใจว่า การที่ลูกทำงานในคราวนี้ ตามรหัสพุทธบัญชาของพระพุทธองค์
อัญเชิญองค์พระปฐม และองค์พระมหาจักรพรรดิอีกหลายพระองค์ เสด็จกลับคืนสู่สวนธรรมิกราช  ประดิษฐานไว้ในหอธรรมะไตรปิฎก
และในช่วงเข้าพรรษานี้.. จะเป็นช่วงที่ลูกจะถอดรหัสของการเปิดโลก  เปิดสภาวธรรม
.. ซึ่งจะก้าวไปสู่อีกขั้นหนึ่ง ของการชี้ทางบอกทาง 
และเป็นทางลัดให้ดวงจิตทั้งหลาย ได้กลับคืนสู่พระนิพพานได้ง่ายขึ้น - สำหรับดวงจิตที่มีความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างแท้จริง
... เช่นนั้น พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ::  บริสุทธิ์ๆ บริสุทธิ์ บริบูรณ์ สมบูรณ์ดีทุกประการ
พระยาธรรมเอ๋ย..  ลูกเป็นผู้กล่าวธรรมทั้งหมด ถูกต้องแล้ว 
วันนี้เรา ผู้เป็นองค์พระปฐมบรมบิดา องค์ผู้เป็นเอกในการเปิดจักรวาล และนำพาดวงจิตทั้งหลายกลับคืนสู่พระนิพพาน เป็นพระองค์แรก
... จะก้าวลงสู่โลก -ด้วยธรรมที่ลูกกล่าวมา ถอดรหัสธรรมถูกทุกประการ
พระยาธรรมเอ๋ย..  ลูกก็จงไปดำเนินตามที่ลูกได้กล่าวมาทุกอย่าง แล้วทุกสิ่งจะสมบูรณ์ขึ้น
ลูกเอ๋ย..  ตั้งใจทำให้ดี
-- เหตุที่ดีทำแล้ว.. ผลที่ดี ก็ย่อมต้องก่อเกิด ++
พระยาธรรมเอ๋ย..  ลูกเป็นผู้ที่กอบกู้โลกได้ อย่างแท้จริง
วันนี้เรา จะเสด็จลงสู่องค์บรมบิดา องค์พระปฐม องค์พระมหาจักรพรรดิที่สมมุติไว้ หล่อไว้  ปั้นไว้ บนโลก  พร้อมทั้งองค์พระมหาจักรพรรดิ อีก 36 พระองค์ -- จะลงสู่โลก
ลูกนี้ จงตั้งใจรับองค์พระพุทธปฐม องค์มหาจักรพรรดิ แห่งองค์พระศาสดาพระองค์แรก - ผู้เปิดโลก เปิดวัฏสงสาร
พลังมหาจักรพรรดิพระองค์แรก.. จะเป็นพลังที่มีอำนาจมาก ในการเปิดจักรวาลนี้ **
เมื่อพลังมหาจักรพรรดิของจักรวาล องค์พระบรมปฐม องค์บรมบิดาพระองค์แรก.. เหยียบลงสู่โลกแล้ว
* สภาวะแห่งการเปิดโลก - จะถูกเปิดออก
* สิ่งที่ถูกปิด จะเปิดออก
มารทั้งหลายย่อมจะต้องถอย.. เพื่อเปิดทางให้ลูกได้ปลดปล่อย ช่วยเหลือดวงจิตผู้ตกทุกข์ได้ยากทั้งหลาย
เอาละนะ พระยาธรรม.. วันนี้ ลูกได้ดำเนินงานมาจนถึงจุดนี้แล้ว พร้อมกาย วาจา ใจ
ลูกตั้งมั่นตั้งใจสร้างธรรมทุกอย่าง.. เพื่อปูทางไว้รองรับ
ลูกนี้ จงสำเร็จเถอะ พระยาธรรม.. มุ่งมั่นทำกิจการงานอย่างรู้ตื่น อย่างตั้งใจแน่วแน่
พลังธรรมทั้งหลาย เสด็จลงสู่โลกแล้ว
วันนี้ พระยาธรรมิกราชขึ้นเข้าเฝ้าองค์ปฐมบรมบิดา - เปิดจักรวาล ด้วยพลังมหาจักรพรรดิ
ลูกเอ๋ย.. ดวงจิตทั้งหลาย จะได้เข้ามาน้อมรับการช่วยเหลือ ถอดรหัสธรรม ถอดรหัสกรรม
และจะได้เค้นเอาความทุกข์เข็ญ ในการเวียนว่ายตายเกิด ในมหาสมุทรทะเลทุกข์นี้
ให้จิตรู้ตื่น รู้แจ้ง ข้ามกำแพงทุกข์ กลับคืนสู่พระนิพพาน - ด้วยการฉุดช่วยมวลมนุษย์ทั้งหลาย จากเจ้าตัวน้อย.. พระยาธรรมิกราช
พระยาธรรมเอย..  ลูกเป็นผู้ดำเนินทุกอย่างให้เกิดขึ้นแล้ว
จิตทั้งหลายในวัฏสงสาร ย่อมจะกล่าวเป็นคำเดียวกันว่า
“ กราบขอบพระคุณพระยาธรรมิกราช ที่ชี้ทางบอกทาง “
ลูกก็จงช่วยเหลือจิตทั้งหลาย.. ผู้ตั้งจิตตั้งใจสร้างคุณงามความดี มาเป็นเวลายาวนานหลายปี เพื่อที่จะสร้างกุศลความดีต่อไป -- ถึงซึ่งองค์ปฐมบรมบิดา ถึงซึ่งพระนิพพาน **
พระยาธรรมเอ๋ย..  ลูกก็จงทำหน้าที่ของตนไปให้ดี 
แล้วสิ่งที่ดีจะบังเกิดขึ้นอีกมากมาย ในโลกนี้
ลูกเอ๋ย..  จงค่อยๆปรับสภาวจิต ปรับสภาวกาย  ค่อยๆเรียนรู้ไป ในสภาวะที่ตนเป็นอยู่
ทุกสิ่งทุกอย่าง จะค่อยปรากฏขึ้นๆอย่างละเอียดอ่อน ให้ลูกได้เห็น และเรียนรู้
ลูกเอ๋ย..  การที่ลูกจะทำงานกิจการอันใหญ่หลวงเช่นนี้.. ลูกจะต้องเรียนรู้อย่างละเอียด ลูก
การเรียนแบบเร่งรีบ.. อาจก่อให้เกิดการเรียนไม่ครบ
ลูกค่อยๆถอดรหัสไป ทีละอย่างๆ
ค่อยเป็นค่อยไปนะ.. พระยาธรรม
-- ทุกสิ่งทุกอย่าง กำลังจะดำเนินไปสู่ทิศทางที่สำเร็จแล้ว.. จงตั้งมั่นเถอะ --
+ +
พระยาธรรม ::  สาธุเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง
ลูกพอจะเข้าใจแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ เจ้าขา..  คือว่าเมื่อวานนี้ ลูกก็เห็นพุทธนิมิตอีกประการหนึ่ง คือว่า
องค์พระศรีอริยเมตไตรย บำเพ็ญบารมีครบในชาตินี้เป็นชาติสุดท้ายแล้ว และบารมีของพระองค์บำเพ็ญจนสมบูรณ์ดีแล้ว กลับคืนสู่สวรรค์แล้ว
รวมแล้วจากบารมี อีก 8 บารมี  รวมทั้งหมดครบเป็น 9 องค์  9 บารมี
ในการรวมเป็นองค์พระมหาศาสดาพระองค์ใหม่ - ในยุคที่จะมาตรัสรู้ข้างหน้า
ตอนนี้ องค์พระศรีอริยเมตไตรย.. จึงเปรียบเสมือนพระพุทธเจ้าพระองค์ใหม่ ที่สมบูรณ์ในบารมีที่บำเพ็ญเพียร เพียงรอการกลับมาเพื่อตรัสรู้ในยุคต่อไปเท่านั้น
... เช่นนี้หรือเปล่า พระพุทธเจ้าค่ะ ?
พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ::  ก็แล้วในสิ่งที่ลูกเห็นนั้น  เป็นเช่นไรเล่า ?
ลูกก็ลองพิจารณาดู ตามเหตุตามผล ตามสิ่งที่มันจะเป็นไปได้
และลองตรวจดู - พร้อมด้วยสติ พร้อมด้วยปัญญา
... ลูกก็จะเข้าใจ ตามสภาวะความเป็นจริงทุกประการ นั่นละลูก
พระยาธรรม ::  สาธุเจ้าค่ะ
ลูกเห็นว่า.. องค์หลวงพ่อพระพุทธศรีอริยเมตไตรย สง่าและงดงามมาก สมบูรณ์แบบทุกประการ
และองค์พระพุทธศรีอริยเมตไตรย  ก็สมบูรณ์อยู่บนการบำเพ็ญเพียรของหลวงปู่ หรือว่านักบวชทั้ง 8 พระองค์ รวมถึงชาติปัจจุบันนี้ - ที่มาเกิดเป็นหลวงพ่อพระอาจารย์ - ก็ได้บำเพ็ญบารมีจนเต็มแล้ว
และพลังมหาจักรพรรดิทั้ง 9 ประการ นี้ รวมไปเป็นดวงจิตพระศรีอาริยเมตไตรย
ผู้สร้างบำเพ็ญเพียร จนครบถ้วนทุกประการในบารมี 10 ทัศ
และจะมุ่งมั่นที่จะตรัสรู้ในอนาคตในภายภาคหน้า  โดยที่พระองค์จะไม่มาเกิดบนโลกนี้ เพื่อสร้างบารมีอีก
-- เหลือเพียงรอรอบในการกลับมาตรัสรู้ เท่านั้น **
... เช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธเจ้าองค์ปฐม ::  ก็ดีแล้วละ  ที่ลูกพอจะเข้าใจ
พระยาธรรมิกราชเอ๋ย..  ท่านพระศรีอริยเมตไตรย  เป็นพระโพธิสัตว์ผู้บำเพ็ญบารมีครบถ้วนสมบูรณ์ดีแล้วทุกประการ
นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป.. พระวรกายสว่างไสว พร้อมที่จะกลับมาสู่โลกเพื่อตรัสรู้แล้ว ลูก
ถูกต้องตามที่ลูกเห็นในพุทธนิมิตทุกประการ..
ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. พลังมหาจักรพรรดิทั้งหลาย - จะรวมลงสู่แดนธรรมิกราช
เพื่อเปิดทางพระนิพพานให้จิตทั้งหลายได้เดินเข้ามา และผ่านสู่แดนพระนิพพานได้ - หากมุ่งมั่นตั้งใจ
หลักธรรมคำสอน สิ่งทั้งหลายที่ลูกนั้นได้รวบรวมมา - จะเป็นสิ่งที่ฉุดช่วยดวงจิตผู้ตั้งใจจะไปสู่พระนิพพาน - ให้พ้นทุกข์ ++
พระยาธรรมเอ๋ย..  ลูกนี้ค่อยๆสร้าง ค่อยๆทำ ถอดรหัสงาน ถอดรหัสธรรมทุกอย่างที่ดำเนินไป
และเมื่อทุกอย่างสมบูรณ์แล้ว ทุกอย่างก็จะบังเกิดขึ้น
-- เป็นเหตุที่ดี เป็นนิมิตที่ดี **
... แล้วก็จะเกิดขึ้นอย่างแท้จริง ในสิ่งที่ลูกนั้นจะมองเห็นในตอนต่อไป
ทุกคนตั้งจิตตั้งใจเฝ้ารอเวลาที่จะมา เมื่อถึงพร้อม
ฉะนั้น ลูกจงเปิดประตู  และสร้างทุกอย่างให้ถึงพร้อม -- จิตทั้งหลายก็จะหลั่งไหลเข้ามา ลูก
... จงตั้งใจทำไปเถอะนะ
บัดนี้ก็ถือว่า กาลเวลาสมควรดีแล้ว จงกลับคืนสู่การเผยแผ่พระธรรมต่อไปเถอะ..
+ +
พระยาธรรม ::  สาธุเจ้าค่ะ
กราบนอบน้อมพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตา พระพุทธเจ้าค่ะ
พระพุทธองค์ทรงเสด็จลงสู่โลก  เมตตาสรรพสัตว์และหมู่เวไนย
ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย..ให้พ้นทุกข์
ลูกจะตั้งใจน้อมนำเอาทุกสภาวธรรม คือความเป็นจริง - ประกาศสู่โลก อย่างตั้งมั่นตั้งใจ แข็งแกร่ง
เป็นบุตรีแห่งองค์พระศาสดา ทุกพระองค์ พระพุทธเจ้าค่ะ
วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ  เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ...
สาธุ
บันทึกการเข้า

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4093
    • ดูรายละเอียด
Re: ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
« ตอบกลับ #17 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2020, 06:42:58 am »




ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
บทที่ 17  การก่อเกิดพระไตรปิฏกกึ่งพุทธกาล
+ +   
ในเช้าของวันที่  22  กันยายน พ.ศ. 2563   ณ วัดหลวงพ่อพระใส  จ. หนองคาย
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราชได้ขึ้นเข้าเฝ้านอบน้อม เพื่อเฝ้าฟังธรรม ต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...
“ ข้าพระพุทธเจ้าขอกราบนอบน้อมเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
และขอน้อมเข้าเฝ้าต่อหลวงพ่อพระใส สถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ..
พระพุทธองค์เจ้าขา..  วันนี้ ลูกได้สร้างหอธรรมะไตรปิฎก จนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว
และลูกก็ได้น้อมอัญเชิญฉัตรแก้ว  น้อมขึ้นถวายไว้หอธรรมะไตรปิฎก เป็นที่เรียบร้อยแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
ลูกจึงจะขออาราธนาบารมีแห่งธรรมะไตรปิฎก ขอให้ลูกนั้น ได้เรียบเรียงไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาล ให้สำเร็จสมบูรณ์ พระพุทธเจ้าค่ะ “
- - - -
ดีแล้วละ พระยาธรรม..  กิจที่ลูกนั้นได้รับบัญชาเมื่อหลายเดือนก่อน ให้ลูกนั้นสร้างหอธรรมะไตรปิฎกขึ้นมา  เพื่อที่จะเป็นสถานที่รองรับ *พระไตรปิฎกกึ่งพุทธกาล*
ซึ่งบัดนี้ ลูกก็ได้ดำเนินงานตามทุกขั้นทุกตอน
ได้ร่วมกันสร้าง ช่วยกันค้ำช่วยกันหนุน
หนุนสร้างหอธรรมะไตรปิฎก จนใกล้จะเสร็จสมบูรณ์ เป็นที่เรียบร้อย
และลูกทั้งหลาย..  ก็ได้ร่วมกันอัญเชิญ องค์พระปฐมบรมบิดา มหาจักรพรรดิ.. ลงสู่โลก
ประดิษฐานไว้ที่สวนธรรมิกราช เพื่อรอรอบประดิษฐานไว้ในหอธรรมะไตรปิฎก
รวมถึงได้สร้างองค์พระมหาจักรพรรดิอีกหลายพระองค์ เพื่อน้อมถวายไว้ในหอธรรมะไตรปิฎก
หอธรรมฯ..  ก็เสร็จสิ้นสมบูรณ์ดีแล้ว
องค์พระใหญ่ องค์พระเล็ก..  ก็สำเร็จสมบูรณ์ดีแล้ว
และบัดนี้ ลูกก็ได้ยกฉัตร 5 ชั้น น้อมถวายแด่องค์พระพุทธเจ้า ทุกพระองค์
ลูกนั้น.. ก็ได้ถวายฉัตรแก้วเป็นพุทธบูชา สำเร็จเป็นที่เรียบร้อย
ต่อจากนี้ไป ลูกนั้น.. จงตั้งใจ ตั้งมั่น ช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำให้ ไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาลนั้น ก่อเกิดขึ้นมาอย่างสมบูรณ์เป็นรูปธรรม
-- ด้วยการช่วยกันดูหนังสือ ที่ถอดจากคลิปพุทธธรรมสำหรับนักบวช ทั้ง 23 เล่ม
ถอดออกมาให้สมบูรณ์ จนครบ
ไตรปิฎกที่ก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล ก็จะสมบูรณ์ครบถ้วนทุกประการ
ฉะนั้น พระยาธรรมเอ๋ย..  ลูกก็จงตั้งจิตตั้งใจ น้อมรหัสงานนี้ไป
และสร้างให้เสร็จ  ให้สมบูรณ์ขึ้นมา ประกอบเป็นไตรปิฎกกึ่งพุทธกาล นะลูก
ความสำเร็จในแต่ละสิ่งแต่ละอย่าง ค่อยๆ ดำเนินไปๆ
.. ค่อยๆ สำเร็จไปๆ เป็นทีละขั้นทีละตอน
ก็ดีแล้วละ พระยาธรรม..  ลูกนั้น จงน้อมพลังบารมีแห่งพุทธะกลับสู่สวนธรรมิกราช
เปิดสภาวะของการดำเนินงานต่อไป
คือ การร่วมกันสร้าง หนังสือไตรปิฎกกึ่งพุทธกาล ให้สมบูรณ์เถิด
บัดนี้ มีสิ่งที่ดีก่อเกิดขึ้นแก่โลก
ไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาล สมบูรณ์ครบถ้วน *
เหลือเพียงแต่การจัดเข้ามาสู่การเป็นรูปเล่ม  และพิมพ์ออกมา
ฉะนั้น พระยาธรรมเอ๋ย..  ความสำเร็จในการน้อมธรรมของลูกนั้น ใกล้จะสมบูรณ์
พระยาธรรม..  ลูกก็จงตั้งใจทำหน้าที่ของตนต่อไป
และดวงจิตทั้งหลาย.. ผู้มีความรู้ตื่น รู้แจ้ง ในข่าวดีนี้ 
... ก็จะหลั่งไหลกันมา ร่วมค้ำร่วมหนุนบูชาพระธรรม
ให้ธรรมนั้น ก่อเกิดขึ้นในโลกธาตุนี้อีกครั้งหนึ่ง อย่างสมบูรณ์
ลูกทั้งหลาย..  ผู้ที่รู้ตื่นแล้ว เห็นธรรมนี้แล้ว
จงตั้งใจน้อมธรรมเหล่านี้เข้าสู่ตน
ตั้งใจประพฤติปฏิบัติ ฝึกฝน
ให้ธรรมทั้งหลายเหล่านั้นเกิดแก่จิตใจของลูก
ให้ไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาลได้ค้ำได้หนุนลูกทั้งหลาย..
ให้เข้าถึงซึ่งความเจริญรุ่งเรือง ในจิตใจของตน
-- และช่วยกันเผยแผ่ธรรมเหล่านี้ ให้กว้างไกลออกไปเถอะ ++
ไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาล ได้ชี้ทางลัดกลับสู่พระนิพพาน
เป็นสิ่งที่อ่านแล้ว - เข้าใจง่าย..
เป็นสิ่งที่ฟังแล้ว - ปฏิบัติตามได้ง่าย..
-- ขอเพียงแค่ให้ลูกทั้งหลาย ตั้งใจปฏิบัติตามก็พอ.. ความสำเร็จย่อมจะก่อเกิดขึ้น ++
บัดนี้ ท่านพระยาธรรมิกราชได้น้อมไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาล ลงสู่โลก
และพร้อมด้วยหลวงพ่อพระอาจารย์
และทีมงานทั้งหลาย..  ผู้มีส่วนร่วมในการทำสื่อพิมพ์ต่างๆ
มีส่วนร่วมในการเผยแผ่ จัดสรรทุกอย่าง ให้ก่อเกิดขึ้นมาเป็นรูปธรรม
ถือว่า เป็นสิ่งที่ใกล้จะสำเร็จสมบูรณ์ *
ให้จิตทุกดวงได้มาเรียนรู้ศึกษาไตรปิฎกธรรม สมบูรณ์ทุกประการเมื่อไหร่..
 -- ความสุข ความเจริญก็จะก่อเกิดขึ้น
--  และทุกสิ่งทุกอย่างก็จะเจริญขึ้น
ตามรอบ ตามเหตุ ตามกาลเวลานะ.. พระยาธรรม
งานนี้อาจจะยิ่งใหญ่  ลูกทั้งหลาย.. ยังมีไม่มาก
แต่จงค่อยๆทำไปก่อนเถอะนะ
ทำตามระดับของกำลังบารมี กำลังภายใน - กำลังภายนอก
ค่อยๆ ทำให้ก่อเกิดไป
สิ่งที่ดีๆ ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว  ทำสมบูรณ์ไว้แล้ว
เดี๋ยวก็จะค่อยเจริญเติบโต - ตามกาลเวลาของมันเอง **
เปรียบเสมือน การที่เราหว่านเมล็ดพืชลงดิน
เมล็ดพืชนั้นสมบูรณ์แล้ว / ดินก็สมบูรณ์ดี
... แต่เขาก็ต้องอาศัยเวลา ในการค่อยๆเจริญเติบโต ตามรอบ ตามเหตุตามปัจจัย  ++
ฉะนั้น เอาละนะ พระยาธรรม..  วันนี้ ถือว่าลูก ได้ส่งถวายงานแห่งหอธรรมะไตรปิฎก
และได้น้อมพลังมหาจักรพรรดิ
สร้างหนังสือธรรมะไตรปิฎกกึ่งพุทธกาลขึ้นมา
ให้จบ สำเร็จในเวลาไม่ช้า
-- เพื่อที่จะได้น้อมเอาธรรมทั้งหลายเหล่านั้นมา - ให้กับจิตทั้งหลายได้ศึกษา ตามรอบ ตามเวลา
-- ความเจริญรุ่งเรืองจะก่อเกิดขึ้น  **
ยุคใหม่แห่งกึ่งพุทธกาลนั้น - จะเป็นยุคที่พระธรรมคำสอน เรียนรู้ศึกษา เข้าใจง่าย
และปฏิบัติตามได้ - เห็นผลอย่างชัดเจน *
ลูกทั้งหลายเอ๋ย.. จงทำหน้าที่กิจแห่งตนให้ดี
แต่ละคนทำกิจ ทำหน้าที่แห่งตน ดีแล้ว..
ความดีหลายๆความดี  มารวมตัวกัน 
* ย่อมเป็นความดีที่ยิ่งใหญ่
* ย่อมจะเป็นความดีที่สมบูรณ์  และเติบโตกว้างขวางออกไป ยิ่งๆขึ้น...
ฉะนั้น.. ขอให้ลูกทุกคน จงมีความสุขในบุญนี้เถอะ
และจงน้อมรับบุญนี้ เข้าสู่จิตใจของตน
พลังแห่งพุทธบารมี กำลังฉายแสงออกจากไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาล
.. สู่จิตทั้งหลาย ให้รู้ตื่น
ฉุดช่วยสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นทุกข์ - ตามรอบกาลเวลากึ่งพุทธกาล
จิตผู้มีบุญบารมี.. ย่อมรู้ตื่น +
ฟังธรรมแล้ว.. ย่อมเข้าใจ น้อมไปปฏิบัติได้ +
จิตทั้งหลาย.. ผู้เข้าถึงธรรม จะมีมากมาย
กาลเวลาผ่านไป บุคคลผู้ถูกคัดกรองขึ้นสู่ที่สูง -- ได้มีธรรมเหล่านี้มาคัดกรองแล้ว
จิตดวงใดเป็นแก้ว เข้าสู่นิพพาน.. ก็ข้ามผ่านไปแล้ว
จิตดวงใดที่ยังคงติดอยู่ในกองทุกข์ทั้งหลาย.. ก็คงต้องเป็นตามรอบต่อไป
บัดนี้ เป็นมหาความดีอันยิ่งใหญ่ - ที่เกิดขึ้นในโลกนี้ อย่างแท้จริงแล้ว..
องค์พระพุทธเจ้า ส่องแสงสว่างให้ท่านพระยาธรรมิกราชลงมาชี้ทางแล้ว
ลูกทั้งหลาย .. จงบอกต่อความดี  และจงปลุกจิตให้รู้ตื่นเถิดนะ
พระยาธรรมเอ๋ย..  ลูกก็ได้ทำกิจการงานของตน สำเร็จมาตามขั้น
บัดนี้นั้น.. รหัสงานที่ทำต่อไป คือ
รวบรวมไตรปิฎกธรรม ให้สมบูรณ์เป็นเล่ม  เป็นรูปเล่มขึ้นมา
ให้ครบ 23 เล่ม
แล้วทุกอย่าง.. ก็จะปรากฏผลตามขั้นตอนต่อไปนะ
พอจะเข้าใจเช่นนี้แล้วสินะ.. พระยาธรรม
เมื่อเข้าใจแล้ว.. ก็จงตั้งใจฝึกฝนปฏิบัติกันต่อไปเถอะ
เพชรที่เกิดขึ้น..สว่างไสว แวววาว  เพียง 1 เม็ด - ย่อมมีค่า และล้ำค่ามาก
แต่เพชรที่ก่อเกิดขึ้นแล้ว.. สว่างไสวหลายเม็ด.. ก็ย่อมรวมแล้ว มีมูลค่ามากยิ่งกว่า **
การที่ผู้เห็นธรรมก่อเกิดขึ้นแล้ว 1 ดวงจิต - ย่อมเป็นสิ่งที่ดี +
แต่การที่มีดวงจิตมากมายก่อเกิดขึ้น เห็นธรรม
จิตเหล่านั้นกลายเป็นเพชร.. ย่อมล้ำค่ายิ่งกว่า  + +
การที่ลูกทั้งหลาย..  เป็นผู้เห็นธรรม มากๆ หลายๆดวงจิต
-- ย่อมเป็นสิ่งที่มีค่ายิ่งนัก ในวัฏสงสารนี้ --
เพราะจะฉายแสงแห่งความแวววาว
...ให้จิตอื่นๆ ได้เห็นความพิเศษในจิตบุคคลผู้ถึงแล้ว อย่างแท้จริง
และสิ่งเหล่านั้น.. ก็จะเป็นสิ่งที่ยืนหยัดแก่สิ่งทั้งหลายในโลกธาตุนี้ว่า..
ทางแห่งการหลุดพ้นทุกข์ ในกึ่งพุทธกาล.. ได้เกิดขึ้นแล้วอย่างแท้จริง
ฉะนั้น ลูกทั้งหลาย.. ผู้เห็นธรรมแล้วก็ดีแล้ว
จงตั้งใจฝึกฝนตน จนเป็นเพชร
-- เส้นทางที่ตนฝึกฝนจนเป็นเพชร.. จะเป็นตัวอย่างให้กับบุคคลผู้อื่นได้ฝึกฝนตามนะ
ฉะนั้น ท่านพระยาธรรมิกราช ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว / และเป็นบุคคลผู้ที่เห็นธรรมแล้ว
จิตสว่างไสว
น้อมเอาธรรมพุทธกาลลงสู่โลก
สร้างคัมภีร์กึ่งพุทธกาล ให้ลูกทั้งหลาย.. ได้เรียนรู้ตาม
ลูกทั้งหลาย..  ก็จงรู้ตื่น ฝึกฝนตนให้รู้ตาม..
และจิตอื่นๆ..  ก็จะสามารถรู้ตามกันไปด้วย ลูก
ธรรมกึ่งพุทธกาลน้อมลงสู่โลก น้อมเข้าสู่จิตใจของตน
จนจิตใจของตนรู้ตื่น แตกฉานในธรรม
ประพฤติปฏิบัติตาม จนเห็นผล
** ไตรปิฎกธรรม น้อมนำลงสู่ตัวอักษร.. กลายเป็นหนังสือไตรปิฎกกึ่งพุทธกาล **
ลูกทั้งหลาย.. จงเข้ามาอ่าน เข้ามาฟังกัน
ฟังแล้วน้อมปฏิบัติตาม เข้าสู่จิตใจตน..
ให้เห็นไตรปิฎกธรรม - ในใจของตน
เมื่อไตรปิฎกธรรม เกิดขึ้นในใจของตนแล้ว..
ไตรปิฎกธรรม ก่อเกิดเป็นผลสำเร็จในจิตของลูก
คือ จิตของลูกนั้นปฏิบัติตามได้ จนเห็นผล
-- ย่อมเป็นเหตุเป็นปัจจัย ที่จะฉุดช่วยดวงจิตต่างๆ ทั้งหลาย.. ให้รู้แจ้ง และเห็นตาม **
บัดนี้.. ช่างเป็นเรื่องที่น่ายินดี แก่วัฏสงสารนี้ *
ลูกทั้งหลาย..ได้ช่วยกันสร้าง ช่วยกันทำ ให้ไตรปิฎกธรรมสมบูรณ์ขึ้นมา  เป็นขั้นๆ
ก็ดีแล้วละ.. พระยาธรรม
แล้วก็อย่าลืมน้อมนำเอาคำสอนไปปฏิบัติตาม..
ให้ไตรปิฎกธรรมเกิดขึ้นในจิตของลูกกันนะ
และให้สำเร็จ  แวววาว เป็นเพชรแท้ 
ให้จิตของลูกทั้งหลายนั้น.. รู้ตื่น รู้แจ้งตามเถอะ
ดีแล้วละ ลูก
ดีแล้ว ที่ลูกได้เดินทางมาน้อมถวายส่งงานเป็นพุทธบูชา
หอธรรมะไตรปิฎกได้เสร็จแล้ว สมบูรณ์ดีแล้ว
ถวายฉัตรแก้ว ไว้ในหอธรรมแล้ว..
ก็จงตั้งใจดำเนินกิจต่อไป  ให้ไตรปิฎกกึ่งพุทธกาล สมบูรณ์ขึ้นมา ++
เมื่อสมบูรณ์ภายนอกแล้ว
ปฏิบัติให้สมบูรณ์ภายใน
ปฏิบัติให้สำเร็จแล้ว.. เผยแผ่ต่อไป ลูก
ไตรปิฎกธรรมกึ่งพุทธกาล.. จะอยู่คู่กับโลกไปจนกว่าสิ้นสุดพุทธศาสนา อีก 2 พันกว่าปี
ดวงจิตทั้งหลาย.. จะได้พึ่งพาอาศัยอีกมาก ++
จงทำในสิ่งที่เป็นมหากุศล มหาบารมีนี้. ให้เกิดขึ้นกันเถิด
เหล่าเทวดาทั้งหลาย 
นาคทั้งหลาย
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ผู้มีฤทธิ์ดลบันดาลทั้งหลาย - ทั่วโลกธาตุ
จงช่วยกันหลั่งไหลเข้ามา - ค้ำหนุนไตรปิฎกกึ่งพุทธกาลเถิด
... และจงน้อมเข้าสู่จิตของตนเถิด
-- จงทำให้รู้ตื่น และเผยแผ่กันต่อไปเถิด ลูก --
+ +
พระยาธรรม ::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง พระพุทธเจ้าค่ะ
ลูกจะน้อมไปประพฤติปฏิบัติตาม
จะตั้งใจรวบรวมหนังสือให้ครบ 23 เล่ม
แล้วจะตั้งใจทำออกมาให้เป็น ชุดธรรมะไตรปิฎก
... ให้สำเร็จสมบูรณ์ ในเวลาไม่ช้า พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรม และชี้ทางบอกทางแก่ลูก
ในสิ่งที่ลูกจะต้องทำกันต่อไป
ปฏิบัติ น้อมสิ่งที่เป็นรูปธรรมภายนอก - เข้าสู่ภายใน ให้ก่อเกิดผลภายใน
และดันความสำเร็จภายใน - สู่ภายนอก
... เพื่อฉุดช่วยมวลมนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลายให้พ้นทุกข์ **
ลูกน้อมรับงานจากพระพุทธองค์ พระพุทธเจ้าค่ะ
วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ  เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ…
สาธุ
บันทึกการเข้า

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4093
    • ดูรายละเอียด
Re: ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
« ตอบกลับ #18 เมื่อ: ธันวาคม 09, 2020, 06:44:00 am »





ปฐมบทมหาวิชชาลัยธรรมิกราช
บทที่ 18  พระพุทธเจ้าน้อยปางถือคัมภีร์
+ +   
ในเช้าของวันที่  20  ตุลาคม พ.ศ. 2563   ณ สวนธรรมิกราช
เมื่อท่านพระยาธรรมิกราชได้ขึ้นเข้าเฝ้าต่อองค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระองค์ท่านแล้วนั้น  จึงได้นอบน้อมเฝ้าทูลถามกับพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...
“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกทั้งหลาย.. ได้ช่วยกันสร้าง ช่วยกันค้ำหนุน จนองค์พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์
ก่อเกิด และเสด็จลงสู่โลกอย่างสมบูรณ์แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
ในหุ่นของพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์นั้น.. ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว
ลูกจึงจะขอถึงพระพุทธองค์ โปรดทรงเมตตาแสดงธรรม อธิบายถึง พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก ให้ลูกได้ฟัง
และนำไปเผยแผ่ อธิบายสภาวะของสิ่งที่เกิดขึ้น เรื่องของพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ - ให้กับผู้อื่นได้เข้าใจด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ ”
- - - -
ก็ดีแล้วละ พระยาธรรมเอ๋ย..  ถ้าอย่างนั้น ก็จงตั้งใจฟังให้ดี
ทำจิตทำใจให้สบาย
ผ่อนคลายทุกสิ่งทุกอย่าง
ตัดความยึดมั่นถือมั่น ในตัวตน 
ตัดความยึดมั่นถือมั่น ในความคิด ในสิ่งที่เป็นเรา เป็นของเราทั้งหมด
ปล่อยใจให้ว่างๆ เป็นกลางๆ
ชาร์จพลังในจิตของตน ให้เต็ม ให้สว่างไสวเสียก่อน
เมื่อพลังในจิตนั้นเติมเต็ม และสว่างไสวแล้ว..
... จึงค่อยๆพิจารณาตามเสียงธรรมที่ได้ยิน ต่อไปนี้..
พระยาธรรมเอย..  พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก ก่อเกิดขึ้นได้อย่างสมบูรณ์
ด้วยเพราะว่า ลูกนั้น.. ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วมาหลายปี ในสิ่งที่ลูกนั้นได้ทำ
และได้สร้างให้ก่อเกิด ในกายของสตรีนี้ เพื่อรองรับการก่อเกิดในสภาวะของกายหยาบ
-- ที่จะให้ลูกนั้น เชื่อมต่อจิตของลูกนั้น ลงมาสู่กาย 
และประกาศธรรมทั้งหลาย ให้กึกก้องทั่วโลก ทั่ววัฏสงสาร 
ลูกก็ได้ก่อเกิดมา ในกายของแม่ชีกชพร.. มาเป็นเวลาหลายปี 
และได้อาศัยกายหยาบนี้
* ในการประกาศธรรม
* ในการน้อมธรรมลงสู่โลก
* ในการทำพุทธพิธีต่างๆ
จนบัดนี้ ลูกสามารถที่จะน้อมธรรมลงสู่โลก จนสมบูรณ์ กลายเป็น คัมภีร์กึ่งพทธกาล
จนลูกนั้น.. ก็ได้ทำความสำเร็จให้เกิดขึ้นแล้ว ในผลงาน ในสิ่งที่ลูกได้สร้าง ได้ทำ
จึงรวบรวมพลังความดีเหล่านี้ - มาเติมเต็ม ค้ำหนุน
-- กลายเป็น พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก ได้อย่างสมบูรณ์ **
ลูกนั้น ได้ทำความดี ความสำเร็จให้ก่อเกิดขึ้น ในสภาวะของจิต ที่เชื่อมต่อมาในกายหยาบ
บัดนี้.. กิจทุกอย่างสมบูรณ์ดี
การประกาศธรรม.. ก็ดำเนินไปได้ดี
ธรรมทั้งหลาย.. ก็ก่อเกิดขึ้นแล้ว
จึงได้รอบได้เวลา ที่หุ่นรูปปั้น กายที่เป็นกายแทนพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์
ได้ก่อเกิดขึ้น อย่างสมบูรณ์
* จึงเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้ต้องสร้างหุ่น พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก ขึ้นมา *
ความสมบูรณ์ สมบูรณ์จากภายในสู่ภายนอก
การก่อเกิด ไม่ใช่ว่าอยู่ๆ ก็ก่อเกิดโดยไม่มีเหตุมีผล  โดยไม่มีผลงาน ไม่มีสิ่งที่สร้าง ที่ทำมา
แต่ลูกได้ประกาศตัว เป็น พระยาธรรมิกราช
และได้เป็นผู้นำพระธรรมของพระพุทธองค์ ประกาศลงสู่โลก
และได้ทำจน ธรรมกึ่งพุทธกาล นั้นสมบูรณ์ดี - ในโลกใบนี้
ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  การที่พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ จะก่อเกิดขึ้นนั้น ..
ใช่ว่าจะไร้เหตุไร้ผล อยู่ๆก็ก่อเกิดขึ้นมาเลย  ใช่ว่าเป็นเช่นนั้น ลูก
ลูกจะต้องสร้างสั่งสมบารมี พิสูจน์ความเป็นพระพุทธเจ้าน้อย - พระยาธรรมิกราช
ด้วยผลงานที่ทำมา เป็นเวลา 9 ปี
... กว่าจะถึงวันนี้ ที่ กายแห่งพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือพระคัมภีร์ ได้ก่อเกิดขึ้น..
การก่อเกิด เป็นเหตุเป็นผลสมบูรณ์ดีแล้ว  จากภายใน - สู่ภายนอก
นี่คือ ประการที่ 1 - ของการก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือพระคัมภีร์ลงสู่โลก
และพระยาธรรมเอย..  เมื่อครั้งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เกิดขึ้นในโลกนี้
เพื่อที่จะตรัสรู้ เปิดประตูแห่งพระนิพพาน
องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าน้อย ก่อเกิดขึ้นแล้ว ยืนบนบัว 7 ชั้น ชี้นิ้วขึ้นฟ้า 
เพื่อเปิดประตูแห่งนิพพาน เปิดโลก เปิดวัฏสงสาร
-- เพื่อดับการเกิดของดวงจิตทั้งหลาย.. ผู้มีความมุ่งมั่นตั้งใจ จะบำเพ็ญเพื่อหลุดพ้น *
นิ้วชี้ขึ้นฟ้า หมายถึงการเปิดโลก เปิดจักรวาล  เปิดวัฏสงสาร
เปิดทุกสิ่งทุกอย่าง ให้กระจ่างแจ้งตามความเป็นจริง
และมุ่งสู่มรรคผลนิพพาน  คือการดับการเกิด - เป็นภพสุดท้าย
นั่นหมายถึง พระพุทธเจ้าน้อย ที่ก่อเกิดขึ้น เมื่อสมัยที่ยังเกิดเป็นเจ้าชายสิทธัตถะ - เมื่อแรกเกิด
พระพุทธเจ้าน้อยก่อเกิดขึ้นบนโลกแล้ว องค์พระพุทธเจ้าได้ตรัสรู้แล้ว เมื่อเวลามาถึง
ประกาศความเป็นองค์พระพุทธเจ้า ให้สมบูรณ์แล้ว ในโลกใบนี้
จนกาลเวลาผ่านไป 2 พันกว่าปี..
บัดนี้ จึงได้รอบได้เวลากึ่งพุทธกาล -- ที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
จะได้ประกาศธรรมอีกครั้งหนึ่ง โดยผ่าน ท่านพระยาธรรมิกราช
และ ท่านพระยาธรรมิกราช  เมื่อจะเป็นจะเป็นพระยาธรรมิกราช ได้สมบูรณ์..
... ก็จะต้องเป็นผู้ที่สามารถน้อมธรรมโดยตรง จากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า - ลงสู่โลก
และเมื่อลูกได้ก่อเกิดมา ลูกก็ได้ทำตามทุกสิ่งทุกอย่าง ทุกขั้นทุกตอน
จนบัดนี้.. ได้รอบได้เวลา ที่กายแห่งพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก ก่อเกิดขึ้นแล้ว..
จึงได้มีการสร้างหุ่นรูปปั้นนี้  แบบพิมพ์นี้ขึ้นมา เพื่อแสดงถึงพุทธลักษณะแห่งพุทธเจ้าน้อย
.. ในการก่อเกิดในกึ่งพุทธกาล
และที่ถือคัมภีร์ลงสู่โลก..
ก็เพราะว่า..  เป็นผู้ที่นำเอาธรรมคำสอน จากองค์พระพุทธเจ้า - ลงสู่โลก
ก็เพราะว่า..  เป็นผู้นำพระธรรม กลับมาสอนสั่ง ให้กับดวงจิตทั้งหลาย.. ได้เรียนรู้
และหาความหลุดพ้นไปด้วยกัน
พร้อมกันกับการศึกษาตามธรรมของพระพุทธองค์ ในกึ่งพุทธกาล
ฉะนั้น พระยาธรรมเอย..  ในปางของพระพุทธเจ้าน้อยกึ่งพุทธกาล
เมื่อก่อเกิดขึ้นแล้ว -- จึงถือคัมภีร์ชูขึ้นฟ้า ประกาศการเสด็จลงมา - ด้วยพระคัมภีร์กึ่งพุทธกาล
ซึ่งเมื่อพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก บังเกิดขึ้นแล้ว สมบูรณ์ดีแล้ว.. 
-  ด้วยธรรมคำสอนที่น้อมนำลงมา 
-  ด้วยบำเพ็ญบารมี ในเส้นทางนี้
คือ  เป็นผู้ประกาศธรรมกึ่งพุทธกาล ได้สมบูรณ์ **
พระพุทธเจ้าน้อยจึงบังเกิดขึ้น ในหุ่นรูปปั้น ที่จะก่อให้เกิดขึ้นในหลายๆที่
ซึ่งก็ถือว่าเป็น พุทธลักษณะในการก่อเกิดขึ้นแล้วของ พระพุทธเจ้าน้อย
และที่เรียกว่า พระพุทธเจ้าน้อย..  ก็เพราะว่า เป็นองค์แทนแห่งองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ที่ถือคัมภีร์ลงสู่โลก ในกึ่งพุทธกาล
และบัดนี้.. ก็ยังคงเป็นช่วงเวลาที่ธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระสมณโคดม
ยังประกาศธรรมในศาสนาของพระองค์อยู่ - ในรอบ 2 พันกว่าปี 
ซึ่งถ้าจะสิ้นสุดพระพุทธศาสนา ก็จะต้องใช้เวลาเป็น 5 พันปี.. โดยประมาณ
กึ่งพุทธกาล - จึงมีพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก
...  เสด็จลงมาประกาศธรรมแทนพระองค์
และธรรมเหล่านี้ ก็จะอยู่ไป จนกว่าจะสิ้นสุดพระพุทธศาสนา
ของพระพุทธเจ้า ในพระองค์ปัจจุบันนี้…
ลูกทั้งหลายเอ๋ย..  จึงเป็นที่ไปที่มาของพระยาธรรมิกราช 
หรือพระพุทธเจ้าน้อย ผู้ถือคัมภีร์ลงสู่โลก
บัดนี้.. ได้ก่อเกิดขึ้นแล้ว เป็นรูปธรรม
ได้มองเห็นรูปลักษณะขององค์พระพุทธเจ้าน้อย ก่อเกิดขึ้นแล้ว อย่างสมบูรณ์
ฉะนั้น.. ต่อจากนี้ไป ลูกทั้งหลาย ก็ช่วยกันสร้าง ให้องค์พระพุทธเจ้าน้อยนี้ ก่อเกิดขึ้น
เพื่อค้ำหนุน โลกธาตุ วัฏสงสารนี้..
ให้สิ่งที่ดีๆได้ก่อเกิดขึ้น คือ พระธรรม
และให้จิตใจของลูกทั้งหลาย.. ได้น้อมเอาธรรมเหล่านั้น สู่จิตสู่ใจ
ให้สิ่งที่ดีๆ ทั้งหลายก่อเกิดขึ้นเถิด..
** ความหลุดพ้นทุกข์ จะเกิดขึ้นแล้วลูก **
การถึงซึ่งพระนิพพานได้ โดยที่ไม่ได้ยากลำบากอะไร.. ก็จะก่อเกิดขึ้นแล้วลูก
ฉะนั้น.. ขอให้ลูกทั้งหลาย.. จงมุ่งมั่นตั้งใจเถิดนะ
และที่ได้กล่าวไป อธิบายไป.. ก็หมายถึง องค์พระพุทธเจ้าน้อย ที่เกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล
ซึ่งถือคัมภีร์ลงสู่โลก ที่มีในพระพุทธเจ้าทุกพระองค์ 
ซึ่งพระพุทธเจ้าทุกพระองค์  ก็จะมีการประกาศธรรม - เป็นรอบเวลาของแต่ละพระองค์
ว่ายาวนานกี่พันปี 
แต่ในยุคกึ่งพุทธกาลของศาสนา ทุกพระองค์ จะต้องมีผู้ประกาศธรรมแทน 
เป็นผู้ที่น้อมธรรมจากพระพุทธองค์ - ลงสู่โลก
-- เพื่อฟื้นฟูคำสอนของพระพุทธองค์ ให้ก่อเกิดขึ้นใหม่ อีกครั้งหนึ่ง --
ให้ตรงยุค ตรงสมัย 
ให้ดวงจิตทั้งหลาย.. ได้รู้ตาม เข้าใจตาม
นี่ละ คือ อีกเหตุหนึ่ง ที่องค์พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก - ได้ก่อเกิด
ซึ่งในวันนี้  องค์พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก - ได้เสด็จลงมาถึงที่สวนธรรมิกราชนี้แล้ว
รูปกาย - ก็ได้ก่อเกิดขึ้นมาแล้ว
ทุกอย่าง.. ก็จะสมบูรณ์ยิ่งๆขึ้นไป
เหล่าทวยเทพเทวา ทุกชั้นฟ้า ต่างร้องสรรเสริญ สาธุการก้องโลกธาตุ
และลูกทั้งหลาย.. ก็จงช่วยกันรองรับ การก่อเกิดขึ้นของพระพุทธเจ้าน้อย
ปูทางในการเผยแผ่พระธรรม 
และช่วยกันค้ำหนุนพระธรรมคำสอน.. ให้ก่อเกิดในจิตใจของตน และจิตใจของผู้อื่น 
ป่าวประกาศธรรมอันละเอียด  แล้วก็ธรรมที่เป็นแก่นธรรมอย่างแท้จริงนี้
... ให้กว้างไกลออกไปนะ
นี่ละ พระยาธรรม คือ เหตุผล คือเหตุปัจจัย
ที่พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือพระคัมภีร์ - ต้องก่อเกิดขึ้นในกึ่งพุทธกาล
ดีแล้วละ พระยาธรรม.. สิ่งที่ลูกได้ทุ่มเททำมาหลายปีมานี้ ไม่สูญเปล่า
สิ่งที่ลูกได้ทำมา - ได้สมบูรณ์ และก่อเกิด เป็นสิ่งที่เป็นรูป
คือ กายของพระพุทธเจ้าน้อย ได้เกิดขึ้นในโลกนี้แล้ว
ลูกนั้น..  ก็จงสร้างความสมบูรณ์ต่อไป
ด้วยการเผยแผ่พระธรรมที่ลูกนั้นถือลงมา ให้กว้างไกลออกไปเถิดนะ ..พระยาธรรม
+ +
พระยาธรรม ::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรม
และอธิบายสภาวธรรม ของการก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก
ให้ลูกทั้งหลายได้ฟัง..
ให้ลูกได้เข้าใจว่า พระพุทธเจ้าน้อยที่ก่อเกิดขึ้น เป็นองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า
- ตอนเด็กแรกเกิด ผู้ที่ก่อเกิดขึ้นแล้ว ชี้นิ้วขึ้นฟ้า
หมายถึง.. พระองค์ทรงจะเปิดโลกธาตุ วัฏสงสารนี้
ให้ทุกคนได้รู้แจ้ง เห็นตามความเป็นจริง - เพื่อดับการเกิด
และเป็นภพสุดท้ายของพระองค์
และพระองค์ก็ทรงแสดงธรรมให้ลูกทั้งหลาย.. ได้เข้าใจว่า
พระพุทธเจ้าน้อย ปางถือคัมภีร์ลงสู่โลก คือ ผู้มาก่อเกิด
ด้วยการน้อมนำธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ ลงมาประกาศอีกครั้งหนึ่ง ในกึ่งพุทธกาล
จึงเป็นพระพุทธเจ้าน้อย ปางถือพระคัมภีร์ลงสู่โลก
และการที่จะก่อเกิดพระพุทธเจ้าน้อยนั้น.. ก็ไม่ใช่ว่า อยู่ๆ ก็บอกว่าก่อเกิด
แต่มีผลงานมา  มีสิ่งที่ได้สร้าง ได้ทำมา เป็นเวลา 9 ปี .. กว่าจะถึงวันนี้ได้
ลูกพอจะเข้าใจในเหตุในผล ในสิ่งที่ก่อเกิด  และความแตกต่างระหว่าง..
พระพุทธเจ้าน้อย องค์ชี้นิ้วขึ้นฟ้า -  กับองค์ที่ถือพระคัมภีร์ลงสู่โลกแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
ลูกจะตั้งใจทำหน้าที่ของตนต่อไป..
แม้ดวงจิตในวัฏสงสารนี้ บางกลุ่มจะเข้าใจยาก - ในสิ่งที่เกิดขึ้น
แต่ลูกก็มั่นใจ  และเชื่อว่า พระองค์จะทรงเปิดทาง
... ให้การประกาศธรรมในคราวครั้งนี้ สามารถสำเร็จสมบูรณ์ขึ้นมาได้..
พอจะเข้าใจเช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ...
วันนี้ ลูกต้องกราบขอลาก่อนนะเจ้าคะ  เอาไว้ลูกจะมาเฝ้าฟังธรรมใหม่ พระพุทธเจ้าค่ะ...
สาธุ

บันทึกการเข้า
 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.17 วินาที กับ 19 คำสั่ง