ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3125 การแสดงธรรมะไตรปิฎก  (อ่าน 543 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4134
    • ดูรายละเอียด
Rec-3125 การแสดงธรรมะไตรปิฎก
« เมื่อ: ธันวาคม 19, 2019, 04:45:29 am »



ธรรมะไตรปิฎก  วันที่ 19 ธันวาคม 2562
ตอนที่ 1  **การแสดงธรรมะไตรปิฎก**
+ +   

ในเช้าของวันที่  18 ธันวาคม พ.ศ. 2562 
พระยาธรรมิกราช ได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อสดับฟังธรรม เมื่อได้เข้าเฝ้านอบน้อมต่อพระองค์ท่านแล้ว จึงได้นอบน้อมกล่าวทูลถามต่อพระพุทธองค์ท่านไป ดังนี้ว่า...

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้ ลูกได้เดินทางข้ามมหาสมุทรทะเลทุกข์มาแล้ว ตามพุทธพิธี และลูกก็ได้ถอดรหัสธรรมจนครบ ทั้ง 7 ประการ 7 ขั้น - ดังที่พระองค์ทรงเมตตาให้ลูกได้ประพฤติปฏิบัติ ดำเนินตามแล้ว.. พระพุทธเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์จะทรงเมตตา ให้ลูกนั้นทำสิ่งใดต่อไปอีกหรือเจ้าคะ ?
ขอพระพุทธองค์โปรดทรงเมตตาแสดงธรรมนั้น ชี้ทางแก่ลูกด้วยเถิด พระพุทธเจ้าค่ะ “
- - - -

ก็ดีแล้วละ พระยาธรรมเอย..  ลูกนั้นสามารถที่จะถอดรหัสธรรมได้ทั้งหมด 7 รหัส
และก็ยังมีการพิจารณาแตกฉานในธรรมต่างๆ มาโดยตลอดทาง

พระยาธรรมเอย.. แล้วลูกนั้น รู้สึกอย่างไรเล่ากับการเดินทางในคราวครั้งนี้ แล้วได้อะไรมาบ้างเล่า ?จงกล่าวธรรมนั้นมาก่อนเถิด.. พระยาธรรม

+ +
พระยาธรรม ::  กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ที่ทรงเมตตา พระพุทธเจ้าค่ะ

การเดินทางในคราวครั้งนี้ ธรรมะในข้อปลีกย่อยนั้น.. ลูกได้มาเยอะมาก
แต่ธรรมะหลักๆ ที่เป็น 7 ประการ แห่งการประพฤติปฏิบัติธรรม ให้ตนนั้นเข้าถึงซึ่งความหลุดพ้น ที่พระองค์ทรงให้ลูกถอดรหัสนั้น มีอยู่ 7 ประการ
แต่ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ ลูกเมื่อได้มาถึงจุดนี้แล้ว.. รู้สึกว่าพระพุทธองค์ จะทรงเปลี่ยนรูปแบบการแสดงธรรม -- จะแสดงธรรม ที่เป็นธรรม  3 ชั้น

ลูกจะต้องเปลี่ยนข้อธรรม เป็น ธรรมะไตรปิฎก และลูกก็จะต้องเปลี่ยนรูปแบบการแสดงธรรม
ซึ่งหมายถึง การที่ลูกนั้นได้ดำเนินมาจนถึงจุดหนึ่ง ที่ถือว่าประสบความสำเร็จในขั้นใหญ่ๆขั้นหนึ่ง
... แล้วลูกก็จะสามารถขับเคลื่อนเผยแผ่ธรรม ให้กว้างขวางขึ้น พระพุทธเจ้าค่ะ

พระพุทธองค์ ::  ก็ดีแล้วละ พระยาธรรม.. ที่ลูกพอจะเจ้าใจนะ

พระยาธรรมเอ๋ย.. ลูกเองก็ได้ทำตามรหัสงานทุกอย่าง ทั้งจิต กาย และใจ
ถอดรหัสธรรมได้ทั้ง 7 ประการ ที่ซ่อนไว้ - ด้วยการใช้ความอดทน / ด้วยการใช้สติปัญญา ตั้งมั่น ตรึกตรอง ค้นหา

ลูกก็เดินทางกันมายังจุดนั้นจุดนี้ จุดที่ถอดรหัสธรรม 7 ประการ - จุดที่ 7 ก็ได้สำเร็จดีแล้ว
และลูกก็ยังสามารถที่จะรวบรวมข้อธรรมอื่นๆ ได้อีกมากมาย
เช่น การสามารถที่จะเข้าใจในเหตุต่างๆ ที่เกิดขึ้นแต่ละอย่าง – ตามที่ลูกนั้นได้สนทนาธรรมกันมา โดยตลอดทาง
นี่ก็คือ อีกสิ่งหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นว่า.. ลูก
* เป็นผู้ทรงปัญญาธรรม อย่างแท้จริง
* เป็นผู้ทรงธรรมะไตรปิฎก อย่างแท้จริง
* และเป็นผู้ทรงธรรมได้ถึง 7 ประการ อย่างแท้จริง
-- โดยการพิสูจน์ในสิ่งที่ลูกได้ดำเนินมา..

ทีนี้ พระยาธรรมเอย.. ลูกสามารถที่จะพิสูจน์ตน ด้วยสิ่งต่างๆทั้งหลาย ที่ได้ข้ามผ่านมาทั้งหมด ด้วยการสามารถถอดรหัสธรรม ได้ 7 ประการ
และยังมีการเรียบเรียง กฎระเบียบการปฏิบัติ ของกลุ่มคณะ ที่ลูกจะสร้างขึ้นมาให้เป็นกลุ่มแม่ชี ที่อยู่ในสายธรรม การประพฤติปฏิบัติของ สัมมาสัมพุทธะ

ซึ่งจะตีกรอบให้ประพฤติปฏิบัติ ให้มีกรอบของความดีมากขึ้น ป้องกันความชั่วมากขึ้น ถึง 80 ข้อ - ลูกก็สามารถที่จะร่างมาทั้งหมด ครบถ้วนดี
... ทุกสิ่ง ลูกได้ดำเนินตามเหตุที่ได้วางเอาไว้.. และผลจึงปรากฏในบัดนี้ ถือว่า ดี

บัดนี้ ลูกได้รับ บัวหลวงทองคำ อันเป็นธรรมะปิฎก อันเป็นผู้ทรงธรรมอยู่ในพระไตรปิฎก
ถือว่าดี ถือว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีสำหรับวัฏสงสาร - ที่จะได้พ้นจากทะเลทุกข์อีกครั้งหนึ่ง **

ฉะนั้น พระยาธรรมเอย.. ต่อไปนี้ ให้ลูกเปลี่ยนรหัสของการแสดงธรรม.. มาเป็น ธรรมะไตรปิฎก แต่ละตอนๆไป ก็แล้วกันนะ

และแต่ละตอน - ให้แสดงธรรมนั้น เป็นธรรม 3 ชั้น คือ
ระดับที่ 1 - ให้แสดงธรรมไปใน 1 ประการ ของการประกาศธรรมนั้น
เพื่อที่จะให้ผู้คนที่ฟังธรรม โดยไม่จำเป็นที่จะต้องมีพื้นฐานของธรรม หรือการปฏิบัติมาก.. ก็สามารถเข้าใจได้
โดยแสดงธรรม ชั้นที่ 2 - เป็นการแสดงธรรมให้คนที่มีภูมิจิตภูมิธรรม ที่สูงขึ้น เข้าใจรายละเอียดในสิ่งนั้นได้
แสดงธรรมประการที่ 3 - ด้วยการแสดงธรรมอันละเอียดลึกซึ้ง ให้บุคคลผู้ประพฤติปฏิบัติสูงแล้วในระดับที่ 3 หรือระดับที่จิตละเอียด -ได้เข้าใจในธรรมนั้น
-- โดยให้อยู่ในหัวข้อเดียว.. แต่ให้แสดงความละเอียด ไปถึง 3 ชั้น *

พระยาธรรมเอ๋ย.. ต่อจากนี้ ให้เปลี่ยนรูปแบบการแสดง เป็นเช่นนี้ก็แล้วกันนะ..
เพราะบุคคลผู้ฟัง เขาก็จะเข้าใจธรรมที่ละเอียดขึ้นเรื่อยๆ เพียงฟังธรรมแค่กัณฑ์เดียว หรือว่าแค่ตอนเดียว.. ก็สามารถเข้าใจธรรมละเอียดได้ ไปถึง 3 ชั้น
-- ย่อมเป็นทางลัด ที่จะเข้าสู่พระนิพพานได้ด้วย ++

เพราะพระธรรม แท้ที่จริงแล้ว.. มันมีความละเอียดลึกเข้าไปหลายชั้น
บุคคลผู้ที่สามารถ เจาะทะลุแจ่มแจ้งธรรมทั้งหลาย จนถึง 9 ชั้นได้..
-- ถือเป็นผู้มีธรรมสูงสุด และรู้แจ้งโลก ซึ่งเป็นเพียงวิสัยแห่งพุทธะเท่านั้น ที่จะสามารถทำได้ **

* พุทธะ หมายถึง ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน.. จึงจะสามารถที่จะทำได้ *

พระยาธรรมเอย.. ฉะนั้น ลูกก็จงตั้งใจศึกษาการแสดงธรรม 3 ชั้น 5 ชั้น 7 ชั้น 9 ชั้น
คือ แสดงให้ลึกเข้าไปเรื่อยๆ ตามความละเอียดของธรรม
ลูกลองศึกษาเช่นนี้ โดยการน้อมฟังธรรมจากเรา ผู้เป็นตถาคต..  แล้วก็น้อมธรรมนั้นไปแสดงต่อ
เป็นตามที่ลูกได้ยินมา – แล้วสืบทอดออกไป..
 
ธรรมอันประเสริฐ - ยิ่งกว่าการประเสริฐบังเกิดขึ้นแล้ว +
ธรรมอันประณีต - ยิ่งกว่าประณีต ได้เกิดขึ้นแล้ว +
-- โลกใบนี้ก็จะมีที่พึ่ง กว้าง ลึก ละเอียดมากขึ้น แล้วก็จะสามารถที่จะพ้นทุกข์ได้ ในโอกาสที่มีมากกว่า .. ลูกเอ๋ย

ฉะนั้น ต่อไปนี้.. ให้แสดงเป็นธรรม 3 ชั้น อยู่ในหัวข้อของ ธรรมะไตรปิฎก ก็แล้วกันนะ.. พระยาธรรม
แล้วลูก ก็จงตั้งใจศึกษาเรียนรู้การแสดงธรรม 3 ชั้น ในอีกแบบหนึ่งหนึ่ง.. ก็คือ
การหยิบยกหัวข้อธรรม ข้อใดข้อหนึ่งขึ้นมา 1 ข้อ.. แล้วแสดงด้วยกัน 3 คน ถึง 5 คน 7 คน หรือ 9 คน
แล้วให้แสดงธรรมอยู่ในหัวข้อธรรมนั้นดู
-- เพียงแต่ ขยายใจความธรรมกว้างขึ้น +
หรือเมื่อฟังธรรมนั้นแล้ว.. เกิดแตกฉานในธรรมะ และต่อยอดขึ้นไปอีก
/ ให้ยังคงอยู่ในเรื่องราวเรื่องนั้น..
/ ให้แตกฉานอยู่ในธรรม ที่ต่อยอดได้

และให้ลูกนั้น สามารถที่จะอธิบายต่อยอดธรรมเรื่องนั้น.. ไปจนถึงซึ่งความละเอียดมากของธรรม พร้อมบทสรุป เช่นนั้นน่ะลูก
โดยอาศัย คนถึง 3 คน 7 คน 5 คน หรือ 9 คน ก็ได้
หรืออาจจะ 2 คน ก็ได้..
-- แต่ต้องมีตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปลูก.. จึงสามารถที่จะแสดงธรรมเช่นนั้นได้ --

การแสดงธรรมเช่นนั้น ก็เป็นผลมาก.. เพราะเป็นการเจาะรายละเอียดของธรรม
เป็นการฝึกฝนปัญญา ตีกรอบให้ทุกคนต้องตั้งใจ ตรึกตรองฟังธรรม

และบุคคลที่ตั้งใจฟัง ตั้งใจที่จะแกะรหัส ถอดรหัสธรรมได้ และฝึกฝนปัญญาเช่นนั้นบ่อยๆ..
- ย่อมจะเป็นผู้ที่ทรงธรรมะไตรปิฎก
- ย่อมจะเป็นผู้ที่มีธรรมมาก

พระยาธรรมเอย.. ในโลกใบนี้ ถึงแม้ว่าจะมีองค์พระอรหันต์มาก.. มันจะเป็นเรื่องที่ดีมาก
-- แต่ก็ยังดีไม่เท่ากับ การที่มีองค์พระอรหันต์ผู้ทรงธรรมอยู่มาก.. ลูกเอ๋ย

ฉะนั้น การที่จะฝึกฝนเช่นนี้
/ ย่อมจะเป็นเหตุเป็นปัจจัยให้บุคคลทั้งหลาย ผู้ได้ฟัง ผู้ได้ฝึกฝน ผู้ได้สนทนา หรือแสดงธรรมร่วม
- กลายเป็นผู้ทรงปัญญาธรรม
/ ย่อมจะมีพระอรหันต์ ผู้ทรงปัญญาธรรม หรือทรงธรรมะไตรปิฎกก่อเกิดขึ้นมากมาย
/ และย่อมจะเป็นเหตุที่จะช่วยเหลือ ฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย.. ให้พ้นจากความทุกข์ได้มากขึ้น
โอกาสที่จะช่วยเหลือได้มาก ..ก็ย่อมมีมากขึ้น

ฉะนั้น พระยาธรรมเอย.. ต่อจากนี้ไป ให้ลูกลองฝึกฝน แสดงธรรมเช่นนั้นกันเถิด...

+ +
พระยาธรรม ::  สาธุ เจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาแสดงธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง
ลูกพอจะเข้าใจแล้วพระพุทธเจ้าค่ะ ถึงธรรมะ 3 ประการ 3 ขั้น
ที่จะต้องประพฤติปฏิบัติ - ทำตามกันไป ฝึกฝนกันไป..

ลูกพอจะเข้าใจว่า การฝึกฝนเช่นนี้ จะเป็นประโยชน์แก่ บุคคลผู้แสดง บุคคลผู้ฟัง บุคคลผู้ฝึกฝนมาก และก็จะกลายเป็นประโยชน์ต่อบุคคลผู้อื่นมากด้วย..
... ซึ่งเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่งนัก และประเสริฐยิ่งนักแล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาอธิบายธรรมนี้ให้ลูกได้ฟัง นะเจ้าคะ ...

สาธุ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: ธันวาคม 21, 2019, 08:50:52 am โดย thanapanyo »