ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-3124 ข้ามฝั่งทะเลทุกข์  (อ่าน 887 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4066
    • ดูรายละเอียด
Rec-3124 ข้ามฝั่งทะเลทุกข์
« เมื่อ: ธันวาคม 18, 2019, 06:27:36 am »


พุทธธรรมกฎแห่งกรรม  วันที่ 18 ธันวาคม 2562
ตอนที่ 138 **ข้ามฝั่งทะเลทุกข์**
+ +   

ในเช้าของวันที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2562  ณ วัดหลวงปู่บุญรอด
ข้าพระพุทธเจ้า เมื่อได้กราบนอบน้อมเข้าเฝ้าทูลธรรมกับองค์พระพุทธองค์ และได้สดับฟังธรรม การอธิบายในเหตุต่างๆจากพระองค์ท่านแล้ว พระพุทธองค์ท่านจึงทรงเมตตากล่าวแก่ข้าพระพุทธเจ้า ดังนี้ว่า..
- - - -

พระยาธรรมเอ๋ย.. ลูกนั้นได้เดินทางมา จนถึงการถอดรหัสธรรม ได้ 3 อย่างแล้ว.. และแต่ละสิ่ง ก็คือสิ่งที่สำคัญมาก
ลูกได้เดินทางมาจนถึงในที่แห่งนี้ และได้แสดงให้เห็นแล้วว่า.. ลูกคือผู้ที่รู้แจ้งในธรรมอย่างแท้จริง
ทีนี้ ต่อจากนี้ไป.. ลูกจะต้องเดินทางข้ามทะเล เพื่อเป็นนิมิตหมายที่จะนำพาดวงจิตทั้งหลาย..เพื่อพ้นทุกข์

พระยาธรรมเอ๋ย.. และสิ่งที่ลูกต้องทำ ก่อนที่จะข้ามทะเลไปนั้น ลูกจงกล่าวธรรมทั้งหมด - ที่ปรากฏขึ้น ที่ลูกได้เห็น ได้รู้ ได้เข้าใจ และแตกฉานในธรรมเหล่านั้น น้อมถวาย..
- เพื่อที่จะเป็นสิ่งแสดงอีกครั้งหนึ่ง ว่าลูกนั้น.. เป็นผู้เห็นแจ้งในธรรมอย่างแท้จริง
- เพื่อน้อมถวายสูงสุดเบื้องบน ถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ องค์พระปัจเจกพุทธเจ้าทุกพระองค์ และองค์พระอรหันต์เจ้าทุกพระองค์

ลูกจงกล่าวธรรมที่ลูกได้มาทั้งหมด เรียบเรียงมาเป็นหัวข้อธรรมแต่ละอย่าง ตามที่จิตของลูกได้รู้ตื่น เพื่อพิสูจน์ว่าลูก จะเป็นผู้ได้รับเรือ - ที่จะนำพาทุกดวงจิตข้ามพ้นวัฏสงสารได้ อย่างแท้จริง ++
ธรรมของลูก จะกลายเป็นชิ้นส่วนประกอบ - ประกอบให้เรือสำเภาแก้ว ที่ลูกจะนำพาทุกดวงจิตข้ามทะเลทุกข์ ประกอบขึ้นมาอย่างสมบูรณ์ ด้วยธรรมจากลูก

ลูกคือ พระยาธรรมิกราช ลูกจงกล่าวธรรมที่เป็น *ธรรมราชา* ที่จะฉุดช่วยดวงจิตทั้งหลาย ที่ลูกนั้นได้รู้และเข้าใจ กล่าวถวายตามที่ลูกเห็นธรรมเหล่านั้นเถอะ.. พระยาธรรมเอย

+ +
พระยาธรรม ::  สาธุเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาให้ลูกได้แสดงธรรมตามที่ลูกได้เห็น น้อมถวาย
เป็นความเมตตาจากพระองค์ยิ่งนัก พระพุทธเจ้าค่ะ

ลูกก็ไม่แน่ใจเท่าไหร่ ว่าตัวของลูก..จะเป็นผู้นำพาดวงจิตทั้งหลาย พ้นทุกข์ได้หรือเปล่า !
เนื่องจากว่า ตัวของลูกเอง.. ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่าง ที่จะต้องฝึกฝนไปเรื่อยๆอีก เพื่อรู้มากขึ้น เข้าใจมากขึ้น

ลูกคิดว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ยังไม่กระจ่างแจ้งแก่ลูกดีเท่าที่ควร
เพราะในความเป็นจริง ธรรมเป็นสิ่งที่ละเอียดมาก ลูก..
รู้ แต่ยังไม่รู้
เข้าใจ แต่ยังไม่เข้าใจ
เข้าถึง แต่ยังไม่เข้าถึง
... ลูกก็เลยยังไม่แน่ใจในตัวของลูกเองสักเท่าไหร่ ว่าลูกจะสามารถที่จะนำพาดวงจิตทั้งหลาย.. ให้พ้นทุกข์ได้หรือเปล่า !

แต่สิ่งที่ลูกมั่นใจว่า ดวงจิตทั้งหลายที่จะพ้นทุกข์ได้นั้น - ต้องพ้นทุกข์ได้
.. เพราะลูกรู้ว่า พระธรรมของพระองค์ ที่ได้ก่อเกิดขึ้นแล้วบนโลกนี้ - ช่างประเสริฐเหลือเกิน ประเสริฐยิ่งนัก *
-- ช่วยถอดถอนกิเลส ปลุกจิตให้รู้ตื่นได้สมบูรณ์ อย่างแท้จริง ++

ตัวของลูกเองศึกษาธรรมนี้ มาราว 7 ปี โดยประมาณ ลูกก็รู้แจ้งในธรรมของพระองค์ จนถึงจุดที่พอจะเอาตัวรอดได้.. ถึงแม้จะไม่ดีทั้งหมด
และลูกก็ยังจะพยายามต่อไปให้ถึงฝั่ง และแน่ใจว่าไม่ถอยหลังแน่นอนแล้ว แม้จะยังไม่ถึงก็ตาม
... ลูกไม่มั่นใจในตัวเอง - แต่ลูกมั่นใจในธรรมของพระองค์ยิ่งนัก พระพุทธเจ้าค่ะ

จากการที่ลูกได้ศึกษาธรรมมา เป็นเวลา 7 ปี โดยประมาณนี้..
มีการเปลี่ยนแปลงมากมายในชีวิต
มีหลายสิ่งที่ยืนยันแก่ลูกได้ว่า นี่คือ ทางแห่งความหลุดพ้นอย่างแท้จริง **
เป็นสิ่งที่ตอบแทนทุกสรรพสิ่งได้ว่า คือธรรมแท้ หรือว่าธรรมปลอม
เพราะว่า ลูกนั้นรู้ตัวดีว่า.. บัดนี้ อาสวะทั้งหลายได้สิ้นไปมากแล้ว เหลือแต่เพียงเล็กน้อย ซึ่งอีกไม่นาน.. ลูกจะต้องถึงเป้าหมายแน่นอน ซึ่งเป็นสิ่งที่ยืนยันได้ว่า ลูกเดินไม่หลงทาง *
ผู้คนที่ติดตามก็เช่นเดียวกัน.. ลูกสังเกตแล้ว ทุกคนก็เข้าสู่สภาวะแห่งความสุข
-- การละ การวาง พร้อมด้วยศีล ธรรม สมาธิ ปัญญา อย่างรู้ตื่น ..จึงไม่มีทางที่จะหลงทาง !

สิ่งที่ยืนยันได้ว่า พระธรรมของพระองค์ เป็นของแท้แน่นอน ควรแก่การปลูกไว้ในโลกเป็นอย่างยิ่ง คือ ดวงจิตของลูก และผู้ติดตาม ที่ได้รับการรักษา และค่อยๆดีขึ้นๆ จนบัดนี้.. ใกล้ที่จะหายทุกข์แล้ว พระพุทธเจ้าค่ะ
-- เพียงพยายามอีกนิดหนึ่ง ก็จะถึงฝั่งแห่งทะเลทุกข์แล้ว --
จึงเป็นสิ่งที่ลูกมั่นใจ พระพุทธเจ้าค่ะ..

และการเดินทางจาริกในคราวครั้งนี้ ที่ลูกทั้งหลายเดินทางมา ลูกก็ยังได้รับพระธรรมอีกมากมายจากพระองค์ จนแทบจะกล่าวไม่หมดไม่จบเลยทีเดียว
แต่ลูกจะขอกล่าวถึงธรรมหลักๆ ที่ละเอียดประณีต และได้เกิดขึ้นในใจของลูก จนทำให้ลูกนั้น หลุดลอยเหนือจักรวาล วัฏสงสาร ที่พระองค์ทรงประทานให้ ก็คือ..

การที่เราประพฤติปฏิบัติ - ทุกสิ่งต้องเป็นทางสายกลาง
การทำสมาธิ - ก็ต้องให้เป็นกลางๆ ไม่ตึงเกินไป / ไม่หย่อนเกินไป
ให้ทำสักแต่ว่า.. และทรงสมาธิไว้ให้สมบูรณ์เช่นนั้นอยู่ภายใน
การทำสมาธิ ต้องมีการมีสติ รู้ตื่น แม้จะกระทบกับทุกสิ่ง – จิตก็ต้องทรงความนิ่ง ความสงบ.. อย่างรู้ตื่นอยู่เสมอ

การที่ลูกนั้น จะรักษาศีล ฟังธรรม ทำสมาธิ ฝึกฝนปัญญา - ก็ต้องเดินอยู่บนทางสายกลาง
การที่เราจะสามารถทำให้ตัวตนของเราหายไปได้ - ก็ต้องเกิดจากการเมตตา เอื้อเฟื้อผู้อื่น อย่างสูงสุด เรียกว่า เสียสละแม้แต่ตัวตนของเราทิ้งไป ++
คือ ให้เกิดรักความ ความเมตตาอย่างพุทธะ ขึ้นในดวงจิตของเรา

-- การตั้งที่เราสัจจะสิ่งใดไว้แล้วนั้น.. ควรเป็นสัจจะ- ที่พร้อมด้วยปัญญาควบคู่ เราจึงสามารถที่จะดำเนินไปสู่หนทางแห่งความหลุดพ้น **

นี่คือธรรมหลัก ที่ลูกกระจ่างแจ้งในดวงจิต และทำให้ลูกถอดรหัสธรรมได้ 3 ประการ ทำให้ลูก เข้าใจในสัจธรรม มากขึ้นอย่างชัดเจน จนจิตของลูกหลุดลอย และเหมือนเดินทางกับโลกใบนี้ อย่างเส้นขนาน ที่มันไม่มีทางมาบรรจบได้อีกต่อไปแล้ว..
ลูกเกิดความรู้สึกเช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ
แล้วลูกก็จะน้อมนำไปประพฤติปฏิบัติตาม เผยแผ่ ศึกษาให้กระจ่างแจ้งยิ่งๆขึ้นไป พระพุทธเจ้าค่ะ

และยังมีธรรมอีกมากมายหลายหัวข้อ ที่เป็นธรรมข้อเล็กข้อน้อย – แต่สำคัญ  ที่ลูกได้รับมาจากการเข้าบำเพ็ญที่ถ้ำพญานาคราชด้วย พระพุทธเจ้าค่ะ

เมื่อลูกได้เดินทางไปถึงสถานที่แห่งนั้น ทำให้ลูกได้เห็นอัตตาตัวตนของตัวลูก ของตัวบุคคลผู้อื่น สิ่งที่เราจะต้องถูกกระทบ คือตัวตน
ถ้าเรานี้มีอัตตาตัวตนอยู่ ก็จะติดที่ตัวที่ตนของเรา – เราก็จะไม่สามารถลอดคลื่นในสิ่งที่เข้ามาทดสอบ และให้เราสามารถข้ามด่าน เข้าสู่การทำความดีได้

นี่คือสิ่งที่ลูกมองเห็นว่า.. การที่เราอยู่ในที่ของเรา เราจะเป็นใหญ่ยังไงก็ตาม.. การที่เราไปในที่ของเขา เราก็ควรผ่อนสั้นผ่อนยาว รู้ใหญ่ รู้เล็ก.. เราจึงสามารถที่จะอยู่ได้ และดำเนินได้

การที่ทำตัวเล็กเกินไป - ก็จะถูกเบียดเบียน ถูกกระทบ
การที่พองตัวใหญ่ไป – ก็จะถูกกระทบ
- เราควรรู้จังหวะ ของทุกสิ่งที่สอบเข้ามา
- ควรรู้ผ่อนสั้น ผ่อนยาว ดำเนินไปตามเหตุ เพื่อทางสายกลาง ที่จะอยู่รอดในการทำความดี ไม่เบียดเบียนตัวเอง และผู้อื่น
.. เช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ

และลูกก็ยังได้เห็นธรรม ในเรื่องของกฎแห่งกรรม เช่น การที่เราอยู่ในวัด เราไม่ประหยัดน้ำ หรือใช้สอยน้ำ โดยที่ลืมปิดบ้าง ไม่มีสติ - ย่อมอาจทำให้เราติดหนี้กรรมอย่างละเอียด +
ซึ่ง 3 วันแรก ลูกทั้งหลายต้องหิ้วน้ำเพื่อที่จะไปใช้บนเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่ลำบาก และขาดแคลนน้ำ ทำให้เรารู้คุณค่าของน้ำมากขึ้น และได้ชดใช้วิบากกรรมตรงนั้น พระพุทธเจ้าค่ะ

และมีอยู่วันหนึ่ง ลูกลงไปอาบน้ำ แต่เสื้อของลูกตกลงไปในน้ำจนเปียกหมด จนไม่เสื้อที่จะใส่ ลูกก็เลยนึกขึ้นได้ว่า การที่เราอยู่ในวัด หรืออยู่ในที่ใด - ควรจะสำรวม แต่งกายให้เรียบร้อย เพื่อไม่เป็นบาปเป็นกรรมแก่เรา เพราะว่าเราอาจจะบกพร่อง ในเรื่องของการสำรวมในการแต่งกายบางครั้ง หลังการอาบน้ำแล้ว หรือการอยู่ในวัด - จึงทำให้เสื้อตก จึงไม่มีเสื้อใส่
... ลูกได้เห็น กฎแห่งกรรม ที่ละเอียดมากเช่นนี้.. พระพุทธเจ้าค่ะ

และนอกเหนือจากนั้น ลูกก็ยังได้รับคำสอน จากองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า จากองค์พระอรหันต์เจ้า หลายประการ เช่น
พระพุทธองค์ทรงเมตตาสอนลูกว่า..
ทุกสรรพสิ่ง ควรที่จะรู้
- รู้ผ่อนสั้นผ่อนยาว
- รู้หย่อนรู้ตึง
- รู้ที่จะหาช่องลอดแห่งความดีของเรา ที่จะให้มันก่อเกิดขึ้นได้
พระองค์ทรงสอนถึง ความเมตตาอย่างพุทธะ
พระองค์ทรงสอนถึง ฌานภายใน- ฌานภายนอก
พระองค์ทรงสอนทุกสิ่งให้ลูกรู้ ถึงเรื่องของ สัจจะ - ที่ไม่ปนเปื้อนด้วยความหลง แต่ให้จงคลุกเคล้าด้วยปัญญาอันรู้ตื่น.. จึงจะใช้ได้
พระองค์ทรงสอนให้ลูกรู้จัก ในการที่จะลอดคลื่นในการทำความดี หลายสิ่งหลายอย่าง - ด้วยปัญญาอันรู้ตื่น

และก็ยังมีหลวงปู่วิเชียร ที่สอนลูกว่า..
.. ชีวิต เปรียบดังบุหรี่ ถ้าเกิดว่าจุดไปแล้ว ดูดไปแล้ว.. เดี๋ยวก็หมดไป
.. ชีวิตคนเราสั้นนัก อย่าสำคัญกับมันมากเลย อย่าหลงยึดติด พัวพันมัวเมามากเลย เพราะในที่สุด.. ชีวิตก็เหมือนบุหรี่แค่มวนหนึ่ง จุดไปแล้วก็เผาไหม้
... ในที่สุดก็เหลือแต่ก้น และโยนทิ้งไป และไม่มีประโยชน์อะไรเลยด้วยซ้ำไป กับชีวิตนั้น ..

จงอย่าเห็นชีวิตเป็นสิ่งมีค่า
จงเห็นความดี และสัจธรรม ที่พระองค์ทรงชี้ทางให้มีค่า และเร่งรีบทำคุณงามความดี
และหลวงปู่ท่านยังคงสอนว่า.. การที่เราอยู่กับโลกอยู่ - ไม่ว่าเราจะบรรลุธรรมสูงเพียงใด.. เราก็ควรที่จะเกื้อกูลโลก เพราะโลก - เป็นสิ่งที่เกื้อกูลธรรม
ธรรม เกื้อกูล โลก
โลก เกื้อกูล ธรรม
... ทุกอย่างจึงอยู่ได้

ถ้าเกิดเราคิดว่า เราเป็นรู้แจ้งในธรรมแล้ว เราไม่คิดจะเกื้อกูลโลก หรือไม่เอาโลก ไม่รับเลยในสิ่งใดที่เกี่ยวข้องกับโลก ก็จะทำให้เราอยู่ไม่ได้บนโลก
.. เพราะยังไง สังขาร ร่างกาย การดำรงชีวิตของเรา - ยังคงต้องอาศัยโลกอยู่
ฉะนั้น เราจงไม่ตึงไปฝั่งใดฝั่งหนึ่ง จนเกินไป..
ใจเราตั้งมั่นอยู่ในความทรงธรรม แต่ว่าจิตของเรา ให้อยู่ในทางสายกลางอย่างรู้ตื่น
เราจะไม่แบ่งแยกฝ่ายโลก หรือฝ่ายธรรม
-- แต่เราจะอยู่กับทุกอย่าง ด้วยการค้ำหนุนซึ่งกันและกัน อย่างสมบูรณ์ ++

หลวงปูท่านยังคงสอนอีกว่า คำพูด เป็นสิ่งที่สำคัญ..
ต่อให้เราจะดีแค่ไหน ถ้าเราพูดไม่ดี.. ก็กลายเป็น การไม่ดีไป
ถ้าเราพูดดี.. สิ่งที่ดีก็ย่อมดีไป
ต่อให้คนจะชั่วแค่ไหน ถ้าพูดดี.. ก็ย่อมมีคนคิดว่า ดี

ฉะนั้น ทางที่ดี ให้เราดีภายใน แล้ว..
/ ต้องดีภายนอกด้วย
/ ต้องระมัดระวังคำพูด
/ ต้องสำรวม ระวังตัวเองในคำพูดให้มาก

วันหนึ่ง ลูกทำสมาธิไปเจอกับหลวงปู่ชา หลวงปู่ชาท่านทรงปรากฏกายให้ลูกได้เห็น รูปลักษณะเหมือนกันกับตอนที่ท่านเป็นมนุษย์อยู่
ลูกเกิดความสงสัย จึงได้เฝ้าทูลถามว่า.. เหตุใดหลวงปู่นิพพานแล้ว จึงปรากฏกายเช่นนี้ให้ลูกได้เห็น
หลวงปู่ท่านทรงกล่าวว่า เหตุที่ต้องการให้เห็น.. เพราะว่าต้องการที่จะเป็นกำลังใจให้ผู้ประพฤติดีปฏิบัติดี

การที่ดวงจิตดวงหนึ่ง ทรงสังฆานุสสติ ทรงอารมณ์เช่นนี้ไว้.. ย่อมเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้เป็นกำลังใจในการทำความดี และย่อมถึงซึ่งนิพพานได้
เปรียบเสมือน การที่หลวงปู่ท่าน เอารูปกายของท่าน - มาต่อดวงจิตของลูก ให้เชื่อมต่อสู่พระนิพพาน
เพราะหลวงปู่ท่านทรงอยู่ในนิพพาน - ย่อมเป็นการดี
และดวงจิตที่จะได้เห็น.. ก็จะต้องเป็นดวงจิตที่ละเอียดแล้วเท่านั้น
ลูกจึงเข้าใจในสภาวธรรมนี้ด้วย และยังมีธรรมะอีกมากมายเลย พระพุทธเจ้าค่ะ - ที่แตกในจิตของลูก เช่น
การฟังเสียง เราอาจไม่ชอบเสียงที่กระทบมากมายภายนอก.. แต่ในความเป็นจริง เสียงทั้งหลาย มีเป็นปรกติ +
แม้ไม่มีเสียงอะไรดังภายนอก.. เสียงในใจ เสียงในสังขารที่อยู่ในร่างกาย ในการปรุงแต่งต่างๆ ก็ยังคงเป็นเสียงอยู่ดี !
- ขอเพียงแค่เราไม่สนใจเสียงใดสักเสียงหนึ่ง.. ก็จะไม่มีเสียงใด รบกวนการภาวนาของเราได้

ลูกได้บังเกิดธรรมะขึ้นเยอะแยะมากมาย จนไม่รู้ว่า จะอธิบายเช่นไร จึงจะละเอียดลึกซึ้ง และได้ทั้งหมดของธรรมที่ระลึกได้
แต่เท่าที่ลูกพอจะจำได้ ก็มีประมาณนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ

และสิ่งเหล่านี้ ก็คือสิ่งที่ทำให้ลูกรู้กระจ่างว่า พระธรรมของพระองค์ ช่างประเสริฐ +
เมื่อเราเจอกับปัญหา - พระธรรมของพระองค์ส่องแสง ให้เราเดินบนทางที่ถูกต้องอยู่เสมอ **
เมื่อเราตั้งมั่นอยู่ในความดี ความดีก็ย่อมรักษาเรา
เราจะน้อมและตั้งใจปฏิบัติ จนถึงเส้นทางแห่งมรรคผลนิพพาน

การที่เราช่วยเหลือผู้อื่น - การช่วยเหลือผู้อื่น..จะกลับมาช่วยเหลือตัวเราเอง
ในที่สุด สิ่งที่ลูกได้ และให้ไป.. จะกลับคืนมาสู่ตัวลูกเอง
และทำให้ลูกเป็นผู้ที่รู้ตื่น รู้แจ้งในสรรพสิ่ง และพ้นทุกข์ได้อย่างแท้จริง ++

ธรรมะของพระองค์ ช่างละเอียดอ่อน และลึกซึ้ง -- เราต้องใช้ใจที่ละเอียดอ่อน และลึกซึ้ง
เฝ้าดู พิจารณาตาม ดำเนินตาม ปฏิบัติตาม .. เราจึงจะเห็นแจ้ง เข้าใจตามความเป็นจริง เช่นนี้ พระพุทธเจ้าค่ะ

กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาให้ลูกได้อธิบายสภาวธรรมทั้งหลายเหล่านี้ พระพุทธเจ้าค่ะ
จะผิดพลาดแต่ประการใด ลูกกราบขอขมากรรมไว้ที่นี้ และขอพระองค์โปรดทรงเมตตาชี้ทางบอกทางลูกด้วย พระพุทธเจ้าค่ะ

- - -
พระพุทธองค์ ::  ก็ดีแล้วละ พระยาธรรม ที่ลูกนั้นยังคงจดจำได้ ในธรรมที่บังเกิดขึ้น
พระยาธรรมเอ๋ย.. แม้จะตกหล่นไปบ้าง แต่อย่างน้อยก็ถือว่า จดจำสิ่งที่เป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติ และก็ยังคงเอาธรรมที่ตนได้ เป็นของฝากแก่ดวงจิตทั้งหลาย..
ทั้งตั้งแต่ปัจจุบัน ที่รู้ เข้าใจ และติดตาม
ทั้งอนาคต ที่จะรู้ เข้าใจ และติดตาม
ทั้งบุคคลที่จะเกิดขึ้นในยุคต่อๆไป และฟังธรรมเหล่านี้ จนสิ้นสุดศาสนา

ธรรมในวันนี้ล้ำค่ามาก แต่บุคคลผู้เห็นคุณค่า - ยังมีน้อย !
แต่ลูกก็จงทำไปเถิด เพราะต่อไปจะเป็นธรรมที่มีคนเห็นค่ามาก และมีคุณค่ามากยิ่งๆขึ้นไป **
จะเป็น ราชาแห่งธรรม
เป็นธรรมที่เป็น ธรรมราชา อย่างแท้จริง และสมบูรณ์

เอาละนะ ลูกก็ได้กล่าวธรรมทั้งหลาย น้อมถวายแล้ว..
/ ก็ถือว่า ดี
/ ถือว่า เป็นผู้กระจ่างแจ้งในธรรม
/ ถือว่า พอจะพายเรือสำเภาข้ามฝั่งได้
และพอจะฉุดช่วยให้ดวงจิตทั้งหลาย..ข้ามไปด้วยได้
พอจะเป็นแนวทาง ให้ดวงจิตทั้งหลาย.. เดินตาม แหวกว่ายตามได้

ขอให้ลูกจงพ้นทุกข์เถิดนะ ด้วยสิ่งที่ลูกได้ทำมา...

+ +
พระยาธรรม ::  สาธุ พระพุทธเจ้าค่ะ
กราบขอบพระคุณพระพุทธองค์ ที่ทรงเมตตาลูก
ลูกขออาราธนาบารมีขององค์พระพุทธ องค์พระธรรม และองค์พระสงฆ์ ปกปักรักษาคุ้มครองดวงจิตของลูกทั้งหลาย.. ผู้ที่ตั้งใจทำความดี ไม่ให้ผิดพลาดไปสู่สิ่งที่ไม่ดี และให้ดียิ่งๆขึ้นไป

ขอให้การเผยแผ่ธรรมของลูก จงราบรื่นไป พระพุทธเจ้าค่ะ...

สาธุ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: เมษายน 27, 2021, 11:25:34 pm โดย thanapanyo »