ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-2581 เหตุปัจจัย  (อ่าน 788 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4093
    • ดูรายละเอียด
Rec-2581 เหตุปัจจัย
« เมื่อ: มิถุนายน 16, 2018, 10:52:52 am »




พุทธธรรมสำหรับนักบวช  วันที่  16 มิถุนายน 2561
ตอนที่  358  **เหตุปัจจัย**
+ +   

ขอกราบนอบน้อมต่อองค์พระพุทธบิดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและกราบนมัสการพระคุณเจ้าทุกๆรูป รวมถึง เจริญธรรมญาติบุญทั้งหลาย ผู้ที่มีความตั้งใจดีจะฟังธรรมทุกๆท่าน 
ในเช้าของวันนี้ เมื่อข้าพระพุทธเจ้าได้เข้าเข้าเฝ้านอบน้อมต่อ พระองค์ท่านแล้วนั้น.. ข้าพระพุทธเจ้าได้ทูลถามพระองค์ท่านไปดังนี้ว่า…

“ ข้าแต่องค์พระพุทธบิดา พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เจ้าขา..
วันนี้พระองค์จะทรงเมตตาแสดงธรรมเรื่องใดให้ลูกได้นำไปเผยแผ่หรือเจ้าคะ”     
- - - -

พระยาธรรมเอ๋ย.. เธอจงฟังธรรมนี้ให้ดี ให้เข้าใจ แล้วเธอจงตอบปัญหาธรรมเหล่านี้เถิด ว่าเธอนั้นจะสามารถเข้าใจใน หลักธรรม แนวทางการปฏิบัติให้พ้นทุกข์อย่างแท้จริงได้หรือเปล่า     

 ใครคือคนให้กำเนิดธรรมชาติมา ?
พระยาธรรม ::  ธรรมชาติ ก็คือ สิ่งที่มันเป็นไป เกิดขึ้นเอง
จึงไม่มีใครให้มันกำเนิดมาเจ้าค่ะ และมันก็เป็นไปตามรอบ ตามเหตุของมัน โดยที่ไม่มีใครที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงอะไรมันได้เลย   นอกจากเราต้องทำตัวของเรา ให้อยู่เหนือมัน
คือ ไม่ถูกมันลิขิตให้เราเป็นไปตามธรรมชาติอีกต่อไป..

พระยาธรรมเอ๋ย.. ธรรมชาตินั้น คือสิ่งที่เขาก่อเกิดขึ้น ไปเรื่อยๆ ตามเหตุตามปัจจัย
เขาจะเปลี่ยนแปลงไปตามรอบของเขา

ลูกเอ๋ย.. เราก็เหมือนกัน  เราก็คือ ธรรมชาติ
เราจึงต้องเกิดมา และตายไป
แต่ถ้าหากว่าจิตของผู้ใด ปรารถนาที่จะไม่เกิดไม่ตาย ไม่ต้องวิ่งตามมัน..
-- ก็สามารถปฏิบัติ ให้อยู่เหนือ ให้หลุดพ้น - จากฎของธรรมชาติได้ ++

ลูกเอ๋ย.. ใครคือคนคลอดดวงจิตมา ?
พระยาธรรม ::  ดวงจิตของคนเรานั้น ก่อเกิดมาจากธรรมชาติ
คือธาตุดิน น้ำ ลมไฟ ที่อยู่ในธรรมชาติ อากาศต่างๆเหล่านั้น - เป็นผู้ให้ก่อเกิดมา
เหมือนตัวหนอนที่มันเกิดขึ้นเอง ในที่ที่ร้อน ในที่ที่สกปรก ตามรอบของมัน เช่นนั้นเจ้าค่ะ

ใช่แล้ว ลูกเอ๋ย.. ตัวหนอนนั้น ก่อเกิดมาจากธรรมชาติ ก่อเกิดขึ้นมาเอง
โดยไม่มีใครทำให้เกิดขึ้นมา - นอกจากธรรมชาติให้เกิดมา
ดวงจิตของเราก็เหมือนกัน - ก่อเกิดมาจากธรรมชาติ ธาตุดิน น้ำ ลม ไฟ รวมตัวกันมาเป็นดวงจิต

ใครคือคนคลอดกิเลส และตัณหาให้กำเนิดก่อเกิดมา.. พระยาธรรมเอ๋ย  ?
พระยาธรรม ::  กิเลสและตัณหา ก็คือสิ่งที่มันเกิดขึ้นจากธรรมชาติ เช่นเดียวกันเจ้าค่ะ
ธรรมชาติพัฒนาขึ้น แปรเปลี่ยนไปเรื่อยๆ - มันก็งอกออกมา
และเป็นไปตามธรรมชาติของมัน - มันจึงอยู่ในวัฏสงสารนี้ อยู่ในที่นี่
คลุมอยู่ในดวงจิตทุกดวง ที่ยังอยู่ในวัฏสงสารเจ้าค่ะ

พระยาธรรมเอ๋ย..  กิเลสและตัณหานั้น ก่อเกิดขึ้นมา พร้อมกับการพัฒนาของธรรมชาติ
มันงอกขึ้นมา งอกขึ้นมาเอง
ตั้งแต่ เริ่มมีผู้คน เริ่มมีดวงจิตที่ไปคลุก และเกิดขึ้นอยู่ในธรรมชาติ
ก็มีเชื้อของกิเลส คือการยึดติด  ความรัก โลภ โกรธ  หลง
ความมีตัวมีตน ของฉัน สิ่งของฉัน
ความลุ่มหลงเหล่านั้น.. ก็บังเกิดขึ้นเป็นธรรมชาติ

ทุกคนที่อยู่ในนี้ก็เลยรู้จักแต่ว่า.. มันเป็นเรื่องธรรมชาติที่เรานี้ เป็นอย่างนี้
- เป็นเรื่องธรรมดา ปรกติที่เป็นเช่นนี้..

แต่ถ้าหากว่าเรารู้ตัวรู้ตน ว่าถูกสิ่งเหล่านี้ปกปิด.. เราก็จะสามารถ ค่อยๆ
/ ถอดถอนดวงจิตของเราเอง ให้อยู่เหนือสิ่งเหล่านี้
/ ถอดถอน ให้อยู่เหนือธรรมชาติ
/ และถอดถอนจิตของตน ให้อยู่ในจุดที่สลายไป
ไม่มีตัวมีตน ไม่มีเรา มีดวงจิตของเรา
- จึงไม่มีที่ยึดเหนี่ยวแห่งสิ่งทั้งปวง

พระยาธรรมเอ๋ย.. แล้ว ใครเป็นคนคลอดกรรม กำเนิดก่อเกิดกรรมขึ้นมา ?
พระยาธรรม ::  ดวงจิต และกิเลสตัณหาเจ้าค่ะ
ดวงจิต และกิเลสตัณหา เมื่อมาเจอกันแล้ว.. ก็เลยรวมตัวคลุกกัน
- จนทำให้ก่อเกิดกรรมขึ้นมา จึงกลายเป็นการกระทำต่างๆ เจ้าค่ะ

พระยาธรรมเอ๋ย..  ดวงจิตก็เปรียบเสมือนเมล็ดพืช // กิเลสและตัณหาก็เหมือนพื้นดิน
เมื่อมันคลุกด้วยกัน - มันก็เลยทำให้กรรม คือการกระทำนั้น ก่อเกิดขึ้น
เมื่อมีสิ่งที่ก่อเกิดขึ้นจากกรรมแล้ว.. เลยมีเรานี้ เป็นสิ่งที่เป็นผล

ใครเป็นคนคลอดเรามา ?
พระยาธรรม ::  กรรมเจ้าค่ะ กรรมเป็นคนคลอดเรามา  เหมือนที่พระองค์แสดงเมื่อกี้
กรรม คือ ตัวส่งผลให้เราก่อเกิดขึ้นมาเจ้าค่ะ

ลูกเอ๋ย.. กรรมของเรา คือ การกระทำ
การกระทำของเราจะดีหรือไม่ดีนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการกระทำของเราเอง
เมื่อการกระทำของเราดี หรือชั่ว-  สิ่งเหล่านั้น ก็จะบังเกิดขึ้นกับตัวของเรา เช่นเดียวกัน
ใครทำดี ก็มีผลดีส่งผล
ใครทำชั่ว ก็มีกรรมชั่วส่งผล เช่นเดียวกัน

ฉะนั้น.. กรรมจึงเป็นคนคลอดเรา
ไม่ว่าเราจะเกิดมาเป็นอะไรก็ตาม  เราก็จึงควรที่จะทำแต่ความดี
ยอมรับในสิ่งที่เราเป็นอยู่
- เพราะนั่นคือ ฝีมือของเราเอง  คือการกระทำของเราเอง.. ลูกเอ๋ย 

เราจึงควรที่จะยอมรับ ตามความเป็นจริงว่า..
เราได้กระทำมาไม่ดีเช่นนี้ หรือว่าดีได้แค่นี้ - เราก็เลยเกิดมาเป็นได้แค่นี้
เราควรที่จะทำความดีอีกมากๆ - เราจึงจะสามารถที่จะได้รับความดีมากเพิ่มขึ้น
 
ในความเป็นจริงแล้ว..  เราอยู่ในธรรมชาติ
เราอยู่ในตัวของธรรมชาติ และเป็นไปตามธรรมชาติ
ใช่หรือเปล่าลูก.. ?

พระยาธรรม ::  เจ้าค่ะ
เราเกิดมาอยู่ในธรรมชาติ และต้องเป็นไปตามธรรมชาติ
แต่พระพุทธองค์เจ้าขา.. เราจะสามารถอยู่เหนือธรรมชาติ ได้หรือไม่เจ้าคะ ?

พระยาธรรมเอ๋ย.. เราจะสามารถอยู่เหนือธรรมชาติได้
... เมื่อเราเข้าใจ ยอมรับ ไม่ให้ธรรมชาติมาทำร้ายเราอีก - เราก็จะอยู่เหนือมัน..

พระยาธรรมเอ๋ย..  ใครคลอดความหลุดพ้น ความอยู่เหนือธรรมชาติ บ้าง ?
พระยาธรรม ::   ลูกเข้าใจว่า น่าจะเป็น ศีล - ศีลจะเป็นสิ่งที่คลอดความหลุดพ้น เจ้าค่ะ

แล้วใคร คือคนคลอดศีล ลูก ?
พระยาธรรม ::  ตัวของเราเองเจ้าค่ะ
เราสามารถกำหนดได้ ให้มีศีล ไม่ว่า จะเป็น 1 ข้อ, 2 ข้อ, 3 ข้อ หรือจะเป็นกี่ข้อก็ตาม..
- เราสามารถกำหนดเองได้ เจ้าค่ะ

ลูกเอ๋ย.. แล้วศีลจะคลอดอะไร ?
พระยาธรรม ::   คลอดธรรมะ สมาธิ และปัญญาเจ้าค่ะ
ถ้าเกิดว่าเรามีศีลแล้ว ธรรมะก็จะบังเกิดขึ้นในจิตใจของเรา
รวมถึงสมาธิ ก็จะสงบ
- เราก็จะไม่ว้าวุ่น ไม่มีสิ่งที่มาวุ่นวายกับเรา
เมื่อสมาธิบังเกิดขึ้นแล้ว - ปัญญาก็ย่อมบังเกิดขึ้นตามมา เจ้าค่ะ

พระยาธรรมเอ๋ย.. ธรรม สมาธิ ปัญญา คลอดอะไร ?
พระยาธรรม ::   คลอดความรู้แจ้งเจ้าค่ะ
เพราะความรู้แจ้ง จะบังเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อ..
เรามีธรรมคำสั่งสอน มีสมาธิ มีปัญญาบังเกิดในเราแล้ว
สิ่งทั้งหลายเหล่านี้ ก็จะคลอดความรู้แจ้งออกมาเจ้าค่ะ

ลูกเอ๋ย.. แล้วความรู้แจ้ง คลอดอะไร ?
พระยาธรรม ::  ความรู้แจ้ง
ถ้าเกิดว่าเรารู้แจ้งแล้ว เราก็จะเป็นผู้ที่พ้นทุกข์ หลุดจากวัฏสงสาร ไม่ต้องมาเวียนว่ายตายเกิดอีก อยู่เหนือธรรมชาติและกฎของมัน ไม่ต้องเป็นไปตามมันอีก
ความรู้แจ้ง จึงคลอดความหลุดพ้นเจ้าค่ะ

ลูกเอ๋ย.. ความรู้แจ้งคลอดความหลุดพ้น
ความรู้แจ้งนั้นบังเกิดขึ้นมา เมื่อเรานี้ มีศีลธรรม สมาธิ และปัญญา

ลูกเอ๋ย..  เราก็จึงจะพบกับความสำเร็จ นั่นแหละ.. ถูกแล้วลูก
ในสิ่งที่เราประพฤติปฏิบัติ  สิ่งที่เราทำไปๆ  เรานั้นก็จะได้รับสิ่งเหล่านั้นกลับคืนมา
คือ ความพ้นทุกข์

เราจงอยู่เหนือสิ่งทั้งหลายทั้งปวงเถิดลูก
-- แล้วเรานี้ ก็จะสามารถหลุดพ้นจากวัฏสงสารได้  ++

พระยาธรรมเอ๋ย.. สิ่งใดคือกิเลส ?
พระยาธรรม ::  หนูเข้าใจว่า กิเลส
คือ เชื้อของความลุ่มหลง เชื้อของความรัก ความโลภ และความโกรธเจ้าค่ะ

แล้ว เชื้อใดเป็นพี่ของมัน คือเกิดก่อน ?
พระยาธรรม ::  เชื้อความหลง เจ้าค่ะ ความหลงจะคลอดความรัก
ถ้าไม่มีความหลง.. ก็จะไม่มีความรัก

เมื่อความรัก กับความหลงบวกกัน.. จึงก่อเกิดเป็นความโลภ
โลภให้มีสิ่งนั้นสิ่งนี้ เพื่อมาปรุงแต่ง บำรุงในความรัก
.. ความต้องการต่างๆ ลาภยศสรรเสริญต่างๆ..
จะทำให้ตนสมหวังในความรัก คือเชื้อของราคะที่ตนต้องการ

ความโลภ จึงก่อเกิดขึ้นเจ้าค่ะ
เมื่อความโลภก่อเกิดขึ้นแล้ว.. มีความหลง ความรัก ความโลภบวกกัน
- จึงมีความยึดมั่นถือมั่น ในตัวในตนว่า เป็นฉัน เป็นของของฉัน  เป็นตน เป็นของของตน
- จึงเกิดความโกรธขึ้นมา เมื่อมีเหตุใดที่ผ่านเข้ามาทำร้าย หรือว่าไม่ถูกใจตน ของของตนเหล่านั้น
... จึงทำให้มีความโกรธเจ้าค่ะ..

พระยาธรรมเอ๋ย..
ความหลง-  จะคลอดความรัก
ความรัก - จะคลอดความโลภ
ความโลภ - ก็จะคลอดความโกรธ

และเมื่อ 4 อย่างนี้ รวมตัวมาอยู่ด้วยกันแล้ว..
... ก็จะมีพลัง
มีพลังมากพอ - ที่จะคลุมจิตของเรา ให้อยู่ใต้อำนาจของมัน.. ลูกเอ๋ย

ต่อไป ตัณหา คืออะไร ?
พระยาธรรม ::  ตัณหา ก็คือความอยาก และความไม่อยากทั้งหลาย เจ้าค่ะ เช่น
ถ้าเราไม่มี - เราก็อยากให้มี
ถ้ามีแล้ว - ก็ไม่อยากให้ดับไป
มีแล้ว - ก็อยากให้ดับไป
.. เช่นนั้นเจ้าค่ะ

ลูกเอ๋ย.. แล้ว ใคร คือคนคลอดตัณหาเหล่านี้มา ?
พระยาธรรม ::  ความหลง ความรัก ความโลภ ความโกรธ เจ้าค่ะ
ถ้า 4 อย่างนี้รวมตัวกันมาแล้ว - ก็จะทำให้ความอยาก ความไม่อยาก เกิดขึ้นมาเจ้าค่ะ
... สิ่งเหล่านี้จึงเป็นสิ่งที่คลอดความอยาก คือตัณหาออกมา เจ้าค่ะ..

แล้วใครคลอดความรู้สึก ลูก ?
พระยาธรรม ::  เมื่อมีกิเลส และตัณหา มารวมตัวกัน
ทำให้ก่อเกิดเชื้อต่างๆ จึงทำให้รู้สึกว่า อยากได้อย่างนั้น ปรารถนาสิ่งนี้
-  ด้วยความลุ่มหลง
-  ด้วยความยึดในตัวในตน
-  ด้วยความรัก ความโลภ ความโกรธ ความอยาก

สิ่งเหล่านี้เกาะกันมา  เป็นสิ่งที่ทำให้เรา เกิดความรู้สึกต่างๆ
อยากได้ อยากมี อยากเป็น ตั้งความหวัง ผิดหวัง  สมหวัง ความสุข และความทุกข์ต่างๆ
- สิ่งเหล่านี้.. คือ ความรู้สึก
เชื้อของกิเลสตัณหา คือ ผู้คลอดความรู้สึกออกมา เจ้าค่ะ..

แล้วใครคลอดกรรมออกมา ?
พระยาธรรม ::  ความรู้สึกเจ้าค่ะ
ความรู้สึก บวกกับกิเลสตัณหา จึงคลอดให้กรรมออกมาเจ้าค่ะ

เชื้อของกิเลส ตัณหา ความรู้สึก นั้น คลอดอะไรออกมา.. ลูกเอ๋ย ?
พระยาธรรม ::  กรรม เจ้าค่ะ
กรรม ถูกคลอดออกมา จากสิ่งทั้งหลายเหล่านี้

แล้วกรรมนั้น เขาส่งผลคลอดอะไร ?
พระยาธรรม ::   กรรมเหล่านั้น เขาก็จะคลอดเราออกมาอีกทีหนึ่ง
เราจะเป็นไปเช่นไร ก็เป็นไปตามกรรมเจ้าค่ะ
เหมือนตอนเมื่อกี้ที่ได้ตอบไปแล้วรอบหนึ่ง ตั้งแต่ตอนต้นๆ เจ้าค่ะ

กรรม คลอดเรามา เราจะเป็นสัตว์ เป็นคน เป็นเปรต อสุรกาย
... เป็นใครก็ตาม ล้วนแล้วแต่เป็น กรรม คลอดมาทั้งนั้น

รวมถึงองค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้าหรือองค์พระอรหันต์ ก็ตาม..
ทุกอย่าง ก็ล้วนแล้วแต่ มาจากกรรม - และเป็นกรรมดี
เพียงแต่ว่าพระองค์ทำกรรมดีไปเรื่อยๆ จนถึงจุดๆหนึ่ง ที่พระองค์รู้แจ้งแล้ว
และท่านทั้งหลาย ก็ได้ ละกรรมเหล่านั้นไป ไม่ยึดถือมันแล้ว เท่านั้นเจ้าค่ะ

แล้วเราคลอดอะไรได้บ้างลูก คือหมายถึง ตัวของเรานี้ ?
พระยาธรรม ::   ตัวเรา หรือเจ้าคะ
หนูคิดว่าน่าคลอด การกระทำ คือ ความดี และความชั่ว เจ้าค่ะ

ถ้าเราทำดี  เราก็จะคลอดความดีบังเกิดมา
ถ้าเราทำชั่ว  เราก็จะคลอดความชั่ว ให้บังเกิดมาเหมือนกัน
-- เราจะสามารถคลอดการกระทำดี และชั่วออกมา ด้วยตัวของเราเอง เจ้าค่ะ..

ความดี และความชั่ว คลอดใครมาอีกทีหนึ่ง ลูก ?
พระยาธรรม ::   ความดี และความชั่ว ก็คือกรรม - กรรมที่เราเลือกที่จะทำดี หรือทำชั่ว
เมื่อเราคลอดดีออกมา คลอดชั่วออกมา..
- สิ่งทั้งสองเหล่านี้ ก็จะรวมตัวมาคลอดเรา ในภายภาคหน้า อีกทีหนึ่งเจ้าค่ะ
-- จะส่งผลให้เราไปเป็นอะไรก็ได้ ตามสิ่งที่เราทำ เจ้าค่ะ..

ชีวิตนี้ ใครลิขิต ล่ะลูก เมื่อเป็นเช่นนั้น ?
พระยาธรรม ::  ชีวิตของเรา  เราลิขิตเองเจ้าค่ะ
- เพราะว่าเราสามารถเลือกที่จะทำดี หรือทำชั่วได้

สิ่งที่เกิดขึ้นกับเรา ณ ตอนนี้ คือสิ่งที่มันผ่านมาแล้ว - มันส่งผลมา..
ตอนนี้เราสามารถทำดีได้ - ให้มันส่งผลต่อไปภายภาคหน้า เจ้าค่ะ

เส้นทางที่จะเดินทางไปสู่ความหลุดพ้นนั้น คืออะไร.. พระยาธรรมเอ๋ย  ?
พระยาธรรม ::  เส้นทางที่จะเดินไปสู่ทางพ้นทุกข์นั้น ก็คือ
* ศีล ธรรม สมาธิและปัญญา* เจ้าค่ะ
 ถ้าเรามี 4 ย่างก้าวนี้  4 สหายนี้ - ก็จะสามารถช่วยให้เรา เดินทางไปถึงทางพ้นทุกข์ได้ เจ้าค่ะ

แล้วอะไรเกิดก่อน ?
พระยาธรรม ::  หนูคิดว่า น่าจะเป็น ธรรม นะเจ้าคะ
เพราะคนเราถ้าไม่รู้จักธรรมะ ก็จะไม่สามารถรักษาศีลได้เจ้าค่ะ

เพราะธรรมเป็นสิ่งที่จะทำให้เราข้าใจในธรรมชาติ สิ่งที่เป็นไป
รู้สุขรู้ทุกข์ ทุกข์ของตนเอง ทุกข์ของผู้อื่น จึงสามารถทำให้เรามีศีลได้เจ้าค่ะ
ธรรม ต้องเป็นสิ่งที่เกิดก่อนแน่เลยเจ้าค่ะ

พระยาธรรมเอ๋ย.. ธรรมนั้นเป็นสิ่งที่บังเกิดขึ้น - บังเกิดก่อนคนอื่นๆ
แต่ว่าธรรมนั้นจะดีขึ้น พัฒนาขึ้น จะดีกว่านั้น
.. ก็ต้องมีศีลช่วยค้ำ - ปัญญาแห่งธรรมนั้นจึงจะบังเกิด
แต่ธรรมก็ก่อเกิดก่อน เพียงแต่ต้องใช้พลังของศีลหนุนไปเรื่อยๆ - ธรรมจึงบังเกิด และก้าวหน้า กว้างไกลไปเรื่อยๆ
พระยาธรรม ::  สาธุเจ้าค่ะ

พระยาธรรมเอ๋ย.. ศีลคลอดอะไร ลูก ?
พระยาธรรม ::  สมาธิเจ้าค่ะ สมาธิ จะทำให้ปัญญาก่อเกิดขึ้นมาเจ้าค่ะ

ลูกเอ๋ย.. เมื่อเรามีสมาธิแล้ว สติ และปัญญาย่อมบังเกิดขึ้น
เหมือนน้ำที่ใสแล้ว ย่อมมองเห็นทุกสิ่งทุกอย่างในใต้น้ำ ว่ามีอะไรบ้าง

ปัญญา คลอดอะไร ?
พระยาธรรม ::  ความรู้แจ้งเจ้าค่ะ ถ้าเกิดเรามีปัญญามากแล้ว เราก็จะรู้แจ้ง
เพราะปัญญาของพระพุทธเจ้า คือ ผู้รู้ ผู้เข้าใจ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
เข้าใจในสรรพสิ่งที่มันเกิดขึ้น ดับไป - ปัญญาจึงทำให้เรารู้แจ้งเจ้าค่ะ

แล้วความรู้แจ้ง คลอดอะไร ?
พระยาธรรม ::   ความรู้แจ้ง ก็จะคลอด.. ความ -
เข้าใจในธรรมคำสั่งสอน
เข้าใจการเป็นไปของธรรมชาติ
เข้าใจสรรพสิ่งเจ้าค่ะ

อะไรต้องช่วยกัน จึงจะทำให้ พ้นทุกข์ได้ ?
พระยาธรรม ::  ศีล ธรรม สมาธิและปัญญาเจ้าค่ะ
4 อย่างนี้ ต้องรวมตัวช่วยกันเดิน  ฉันเดินก้าวหนึ่ง เธอเดินก้าวหนึ่ง
ช่วยกันเดินไปเรื่อยๆ หมุนไปเรื่อยๆ
เมื่อมีศีล -ให้มีธรรม
เมื่อมีธรรม - ให้มีสมาธิ
เมื่อมีสมาธิแล้ว - ก็ต้องมีปัญญา

เมื่อปัญญา รู้แจ้งในกฎของธรรมชาติแล้ว - ก็กลับมาหนุนศีลอีกทีหนึ่ง
ศีล ก็จะกลับไปคลอดธรรมอีกทีหนึ่ง
.. วนกันไปเช่นนี้เจ้าค่ะ..

จึงจะสามารถขับเคลื่อนให้เรานั้น ไปถึงจุดมุ่งหมาย
เปรียบเสมือน รถคันหนึ่ง ที่ต้องมี 4 ล้อ จึงสามารถไปถึงจุดหมายปลายทางเจ้าค่ะ
ถ้า 4 อย่างนี้ รวมตัวกันมาแล้ว - ก็จะคลอดความหลุดพ้น / ความพ้นทุกข์ให้เราได้เจ้าค่ะ

ใครคือเรา เราคือใครลูก ?
พระยาธรรม ::  เท่าที่ตอบปัญหาธรรมมาทั้งหมด หนูเข้าใจอย่างนี้ว่า..
* ธรรมชาติ ดวงจิต
* ความลุ่มหลง ความรัก ความโลภ ความโกรธ
* ความอยาก ความไม่อยาก ความรู้สึก
* กรรม คือการกระทำ
สิ่งทั้งหลายเหล่านี้.. รวมตัวกันมาเป็นเรา ก็เลยมีสิ่งสมมุติที่เรียกว่า เรา
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ในก้อนเนื้อ ในก้อนที่เรียกว่าเรา ว่าตัวตนของเรา
ณ ตอนนี้ ก็ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา ไม่มีเราเจ้าค่ะ

ดีแล้ว ลูก ต่อไป อะไรซ่อนตัวอยู่ในความหลง ?
พระยาธรรม ::   ความไม่รู้ตามความเป็นจริงเจ้าค่ะ
จึงทำให้เราก่อเกิดความลุ่มหลง
เมื่อเราไม่รู้ตามความเป็นจริง - ก็จะทำให้เรายังลุ่มหลงอยู่
เมื่อเรามีศีล ธรรม สมาธิ และปัญญา - จะทำให้เรารู้ตามความเป็นจริง
และมีพลังที่จะอยู่เหนือ สิ่งที่มันหลอกตาหลอกใจเราเหล่านั้น
-- เราก็จะถอดถอนคลายจากความลุ่มหลงได้ เจ้าค่ะ

อะไรซ่อนตัวอยู่ในความรัก ?
พระยาธรรม ::  ความหลงเจ้าค่ะ
หลงในเรา หลงในบุคคลผู้อื่น หลงในสิ่งของข้าวของต่างๆ
เมื่อเราหลงในตัวตนของเราว่าเป็นเรา เป็นของของเรา
- เราจึงหาสิ่งที่ต้องการสิ่งนั้น สิ่งนี้ มาปรุงแต่งในเรา..
จึงเกิดความลุ่มหลงในบุคคลผู้อื่น / หลงในสิ่งอื่นๆตามมาด้วย
จึงเกิดความรัก รักในตัวของเรา / รักในตัวของบุคคลผู้อื่นเจ้าค่ะ

ถ้าเกิดว่าเราถอดถอนตัวความหลงได้แล้ว - ความรักก็จะดับไปเช่นเดียวกันเจ้าค่ะ

อะไรซ่อนตัว อยู่ในความโลภ ?
พระยาธรรม ::  ความหลง เจ้าค่ะ ความรักด้วยเจ้าค่ะ
ความรัก กับความหลงก่อตัวขึ้นมา จึงบวกกันทำให้ความโลภก่อเกิดขึ้น
เพราะว่าถ้าเรามีความหลง- ก็เลยทำให้มีความรัก
เมื่อมีความรัก - เลยก่อเกิดความโลภขึ้นมาอีกเจ้าค่ะ

ความลุ่มหลง ความรักและความโลภนั้น ทำให้สิ่งใดก่อเกิดขึ้นมา
หรือว่า มีอะไรที่ซ่อนตัวอยู่ในความโกรธ ?
พระยาธรรม ::   ความหลงเจ้าค่ะ
ความหลง ความรัก ความโลภ สิ่งเหล่านี้คลอดความโกรธออกมาอีกทีหนึ่ง
ถ้าดับสิ่งทั้งหลายเหล่านี้ได้ ความหลง รักโลภ โกรธ สิ่งเหล่านี้ ถ้าดับลงไป
 - ก็จะทำให้เราดับการเกิดของตนเองได้..
อยู่เหนือทุกสิ่ง อยู่เหนือทุกอย่าง ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีกเจ้าค่ะ

แล้ว อะไรที่ทำให้ดับสิ่งเหล่านี้ได้ ?
พระยาธรรม ::   ศีล ธรรม สมาธิ และปัญญา เจ้าค่ะ

อะไรซ่อนตัว อยู่ในศีล ?
พระยาธรรม ::   การชำระล้างกิเลสเจ้าค่ะ ที่ซ่อนตัวอยู่ในศีล
เมื่อเรามีศีล การชำระล้างกิเลส ก็จะก่อเกิดขึ้นในตัวของเรา
การชำระล้างกิเลส การไม่สร้างกรรมไม่ดีเพิ่มขึ้น - ไม่เพิ่มหนี้กรรมไม่ดีให้ตนเอง
ไม่ทำให้เสียเวลา การสร้างความอดทนให้ตนเอง
- เป็นประตูทางพ้นทุกข์ ที่จะทำให้เราเดินทางไปให้ถึงจุดหมายปลายทาง คือความพ้นทุกข์ คือพระนิพพาน สิ่งเหล่านี้เจ้าค่ะ คือสิ่งที่ซ่อนตัวอยู่ในศีล
-- ถ้าเรารักษาศีล สิ่งเหล่าก็จะบังเกิดในตัวของเรา เจ้าค่ะ ++

แล้วอะไรละลูก ที่ซ่อนตัวอยู่ในธรรมะ ?
พระยาธรรม ::   แผนที่การบอกทางไปนิพพานเจ้าค่ะ
และมีศีล มีปัญญา มีสมาธิ ซ่อนอยู่ในนั้น สิ่งเหล่านี้มันจะขับเคลื่อนกันไป เจ้าค่ะ
* แผนที่  บอกทางไป
* ศีล เป็นกรอบ ตีกรอบให้เรานั้นไม่ออกไปนอกเส้นทาง
* ปัญญานั้น  เป็นสิ่งที่จะนำพาให้เรานั้นข้ามพ้นอุปสรรค เดินทางไปได้เรื่อยๆ
* สมาธิ คือ กำลัง เจ้าค่ะ

สิ่งทั้งหลายเหล่านี้.. ซ่อนตัวอยู่ในธรรมะ
เมื่อเรามีธรรมะแล้ว เราก็จะมีสิ่งเหล่านี้ที่ซ่อนตัวอยู่เจ้าค่ะ

แล้วอะไรซ่อนตัวอยู่ในสมาธิ ?
พระยาธรรม ::   ความสงบเจ้าค่ะ
ความสงบ ความสว่าง พลังของจิตที่จะทำให้ก่อเกิดชัยชนะ
ที่จะชนะความชั่ว สิ่งหลอกลวงทั้งปวง
ยังมีศีล ธรรม ปัญญา ที่ซ่อนอยู่ในสมาธิด้วย เจ้าค่ะ

แล้วอะไรซ่อนตัวอยู่ในปัญญา ?
พระยาธรรม ::  ศีล ธรรม สมาธิ อีกทีหนึ่งเจ้าค่ะ ที่ซ่อนตัวอยู่ในปัญญา
เมื่อ 4 อย่างนี้ก่อเกิดรวมตัวกันมา ก็จะทำให้เกิดความหลุดพ้น
ความหลุดพ้นจึงซ่อนตัวอยู่ในปัญญา ด้วยการไม่ทำบาป ชัยชนะที่จะชนะกิเลสและตัณหา
ชัยชนะที่จะชนะสิ่งหลอกลวงทั้งปวงเจ้าค่ะ
เมื่อ 4 อย่างนี้รวมตัวกันมาแล้ว ก็จะพบ ทางพ้นทุกข์ ความรู้แจ้งโลก
- และดับกิเลสตัณหาทั้งปวงได้ เจ้าค่ะ..

- - -
พระยาธรรมเอ๋ย.. ดีแล้วลูก ที่ลูกนั้นได้เข้าใจในสิ่งต่างๆทั้งหลาย..
จงตั้งใจประพฤติปฏิบัติด้วย ศีล ธรรม สมาธิและปัญญา

เหตุที่ให้ ศีลขึ้นก่อน ก็เพราะว่า ปัญญาธรรม ที่ไม่มีศีลนั้น - ไม่เกิดประโยชน์ลูก **
ปัญญาธรรมเล็กน้อย ทำให้ถึงศีลนั้นเอง
* แต่หากไม่มีศีล ปัญญาธรรมที่แท้จริง- จะไม่บังเกิด
จึงให้ศีลนั้น เป็นที่ตั้งก่อน ++
ส่วนธรรมนั้น ค่อยตามมาทีหลัง เพราะธรรมก่อเกิดขึ้นให้มีศีลก็จริง
.. แต่มันเป็นธรรมเล็กน้อย / ธรรมที่ยังไม่ชัดเจน ลูก  +

ฉะนั้น.. ให้มีศีล ธรรม สมาธิ และปัญญา เถิดลูก
สิ่งเหล่านี้ก็จะ
-  ดับเชื้อกิเลส และตัณหา
-  ดับสิ่งต่างๆทั้งหลาย ที่หลอกลวงเรา
-- ทำให้เรารู้แจ้งโลก แจ้งจักรวาล นำพาเราไปถึงจุดหมายทาง ..ลูกเอ๋ย

จงหมั่นฝึกฝนตน ตามนี้เถิด..
บุคคล ผู้ที่ยังทำไม่ได้  ก็ไม่เป็นไร
เรียนไว้ก่อน.. เรียนแล้ว ก็จะได้ทำตาม ++

เหมือนคนที่เข้าโรงเรียน ตอนที่เขาเรียนอยู่เขาก็แค่เรียนอยู่
เขายังไม่ได้ออกไปทำงานเผชิญโลกอย่างแท้จริง
การรู้ธรรมก่อน แล้วค่อยๆทำตาม ก็เหมือนกัน

จงอย่าท้อใจเลย..
จงฝึกฝนอบรมตน
เผยแผ่ธรรมให้บุคคลผู้อื่นเขาได้รู้เช่นเดียวกันกับตน
- แล้วทุกคน ค่อยเอาธรรมไปพิจารณาให้บังเกิดสิ่งที่รู้แจ้ง ในตัวของเราทุกคนเถิดลูก

<  การที่สิ่งใดสิ่งหนึ่งก่อเกิดขึ้นมานั้น ล้วนแล้วแต่มีสิ่งที่ซ่อนอยู่ในนั้น  >

เหมือนต้นไม้ เมื่อมีเมล็ดหล่นลงไป ต้นของมันก็จะออกราก เมื่อมีรากดูดน้ำแล้ว ก็จะขึ้นเป็นลำต้น เมื่อขึ้นเป็นลำต้นก็จะเป็นกิ่งก้านใบ ขึ้นมาเป็นหมาก เป็นผลของมัน
และมันก็จะเกิดไปเรื่อยๆตามผลของมันอีกอย่างนั้นลูก

ตัวของเราก็เหมือนกัน..
เกิดมาจากธรรมชาติ เกิดมาแล้ว เมื่อมาเจอมาคลุกกับกิเลสตัณหา
... จึงต้องบังเกิดขึ้นมาเรื่อยๆ เรื่อยๆ
สิ่งหนึ่งคลอดสิ่งหนึ่ง สิ่งหนึ่งก็คลอด สิ่งหนึ่งอีกต่อไปเรื่อยๆ..
จนมาสมมุติว่าเป็นเรา เป็นตัวตนของเราอยู่อย่างนี้
... จึงทำให้เรานั้น เวียนว่ายตายเกิด ไม่รู้จบ..

ลูกเอ๋ย.. ฉะนั้นเราจงลิขิต ความดีให้บังเกิดที่ตัวของเรา
เพราะสิ่งที่เราคลอดได้ คือความดี
เราจงคลอดความดี ด้วย ศีล ธรรม  สมาธิ ปัญญาเถิด
และก็จะคลอดสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ในศีล ธรรม สมาธิ ปัญญา ออกมาเรื่อยๆ
.. จนเรานั้น ก็จะสามารถไปจนถึงจุดที่ดับความพ้นทุกข์ได้ ไม่ต้องกลับมาเวียนว่ายตายเกิดอีก
-- เราก็จะพ้นจากวัฏสงสาร การเวียนว่าย  พ้นจากกฎของธรรมชาติไปได้ ++

+ +
พระยาธรรม ::   สาธุ เจ้าค่ะ
แล้วลูกจะนำไปพิจารณา ประพฤติปฏิบัติตาม นะเจ้าคะ ..



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: สิงหาคม 08, 2019, 11:49:45 am โดย thanapanyo »