ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-2005 จงรู้ตื่น  (อ่าน 1534 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4066
    • ดูรายละเอียด
Rec-2005 จงรู้ตื่น
« เมื่อ: กันยายน 27, 2016, 03:18:22 am »




(ถอดความจากคลิป)

พุทธโอวาทกึ่งพุทธกาล วันที่ 26 กันยายน 2559
ตอนที่ 79 **จงรู้ตื่น**

+ +
ณ พุทธอุทยานภูสวรรค์ พระพุทธองค์ท่านได้ทรงเมตตาแสดงธรรมกับเราทั้งหลาย ดังนี้ว่า...
- - - -

พระยาธรรมเอ๋ย.. จงรู้ตื่นอยู่เสมอเถิด จงรู้ในทุกกาลเวลาที่มันผ่านไปๆ

ลูกเอ๋ย.. จงหลับตาลง แล้วดูลมหายใจเข้าออกของตน หายใจเข้า หายใจออก
เวลามันผ่านไป วิ่งไปตามลมหายใจเข้าออกของเรานั้น อยู่ตลอดเวลา
เราหายใจ หายใจเข้า-ออก เวลาก็ผ่านไป-วิ่งไป เหมือนกันกับการที่เราหายใจ อยู่ตลอดเวลานั้น

ลูกเอ๋ย.. หลับตาลง ดูลมหายใจเข้า-ออกของตนเอง และมองดูกาลเวลาที่มันผ่านไปๆ ทุกวัน

พระยาธรรมเอย.. ลมหายใจเข้าออกของเรา ตั้งมั่นอยู่ที่ตัว อยู่ที่กาย โยกจิตออกมาให้นิ่ง ให้สงบ
แล้วทำความรู้สึกให้ว่างๆ โล่งๆ ให้ไม่มีอะไรอยู่รอบตัวเรา / อยู่ในตัวเรา...

ลูกเอ๋ย.. ให้ตัวของเรานั้นว่างเปล่า อยู่กับลมหายใจ แล้วจงมองดูเถิด มองดูด้านหน้าของเรา
สมมุติว่ากาลเวลา คือ เส้นพลังขาวๆ เส้นหนึ่ง หรือจะเป็นแม่น้ำสักสายหนึ่งที่มันไหลไปๆ
ไม่มีวันหยุด ที่มันวิ่งอยู่ตลอดเวลา
ไม่มีใครที่จะทวนกระแสน้ำ ให้ไหลกลับคืนได้
ไม่มีใครที่จะทำให้กาลเวลา หวนคืนกลับมา

ลูกเอ๋ย.. ฉะนั้น ทุกๆวินาทีของชีวิต ที่เรานั้นยังมีโอกาสอยู่บนโลกนี้
ทุกวินาทีนั้น - ล้วนแล้วแต่มีค่า มีประโยชน์มากมายแก่เรา

จงเอาเวลาที่ตนมีอยู่นั้น มาทำในสิ่งที่เกิดประโยชน์ให้แก่ตนเถิด
อย่ามัวแต่เอาเวลาที่ตนมีอยู่นั้น - ไปทำในสิ่งที่เปล่าประโยชน์เลย !

พระยาธรรมเอย.. เราทุกคน...
ต้องวิ่งตามเวลา
วิ่งทำความดี สั่งสมสิ่งที่เกิดประโยชน์แก่ตน

เมื่อครั้งหมดเวลาจากโลกนี้ไป.. เราจึงจะได้รับสิ่งที่มีคุณค่า / สิ่งที่เกิดประโยชน์แก่เรา

ลูกเอ๋ย.. โลกใบนี้ ก็เหมือนเราเข้ามาอยู่ในที่แห่งหนึ่ง เพื่อสร้างสั่งสมคุณประโยชน์ให้กับเรา
ในกาลเวลาช่วงหนึ่งที่เรามีอยู่ -- แต่ก็จะมีสิ่งของ ข้าวของ ลาภยศ สรรเสริญต่างๆ เข้ามาทดสอบเรา

หากเรานี้ มัวแต่ลุ่มหลงอยู่กับสิ่งเหล่านั้น / จมอยู่กับสิ่งเหล่านั้น
เราเลยไม่สนใจ ว่าจะต้องสร้างความดี ทำอะไรไว้ให้กับตัวเรา
มัวแต่มองของล่อตา ล่อใจ เลยทำให้ตนหมดเวลา เสียเวลาไปเยอะแยะมากมาย จนหมดเวลา
...ไปก็ไปแต่ตัวเปล่า - เอาอะไรไปด้วยไม่ได้ทั้งนั้นเลย !

ลูกเอ๋ย.. กาลเวลาไม่เคยรอใคร ไม่มีใครหยุดมันไว้ได้ ++

เราจึงจำเป็นที่จะต้องรู้ตื่นอยู่เสมอ รู้ตื่นอยู่ตลอดเวลา เพื่อที่จะทำสิ่งที่เกิดประโยชน์ให้กับตน
ตนใน ณ ที่นี้ ก็คือ ดวงจิตนี้แหละลูก ไม่ใช่แต่กายนี้
** กายนั้นเป็นแค่เพียงองค์ประกอบ ที่ทำให้เราได้เกิดมาสร้างบุญสร้างบารมี ชดใช้วิบากกรรมเก่า ทำความดี เท่านั้น **

*กาย* เป็นแต่เพียงของหยิบยืมมาจากธรรมชาติ ชั่วครั้งชั่วคราว แต่เขาไม่ใช่เรา..ลูกเอ๋ย
++ กายนี้ มันจะเป็นเช่นไร มันไม่เกิดประโยชน์ ไม่เกิดโทษ ไม่สำคัญอะไรกับเราเลย ในความเป็นจริง ++

**ในความเป็นจริงแล้ว ดวงจิตของเรานี้ต่างหากเล่า ที่สำคัญ **
ถ้าเกิดว่าเราจิตของเรามีบุญ มีบารมีดีแล้ว -- กายก็จะได้รับความสุข ความสบายตามไปด้วย
ถ้าเกิดว่ากายของเรานี้ ได้สร้างสั่งสมบุญบารมีมาดีแล้ว -- กายของเรานี้ ก็จะแข็งแรง / ก็จะดูดี / ก็จะดีตามเอง.. ลูกเอ๋ย

แต่ถ้าหากว่าจิตของเรานี้ไม่มีบุญ ไม่มีบารมีอะไรเลย ไม่ได้สร้างสั่งสมบุญเลย -- กายนี้ก็ทุกข์ ก็ทรมานตามจิต เท่านั้นแหละลูก..
เราก็คือ จิต - จิตก็คือ เรา
..ไม่ใช่กาย.. ลูกเอ๋ย

* รถคนรวย - ก็ดูดี ราคาแพง ดูทน
* รถคนจน - ดูแล้วยังไงๆก็เก่า ยังไงก็ไม่แข็งแรง

พระยาธรรมเอ๋ย.. ร่างกายของมนุษย์เรานี้ ก็เปรียบเสมือนรถ 1 คัน เพื่อเรานี้นำมาใช้เพื่อเกิดประโยชน์เท่านั้น
แต่ไม่ใช่เรา ไม่ใช่ตัวตนของเรา.. ลูกเอ๋ย

เราคือ จิตต่างหากเล่า !

ฉะนั้น.. เราอย่ามัวแต่ลุ่มหลงในกาย ว่านี่คือเรา อย่ามัวแต่แสวงหาสิ่งที่มาปรุงแต่งในร่างกาย เช่น ตำแหน่ง ลาภ ยศ สรรเสริญ ความสุขสบายในกาย เลยลูก
มันคือ ของปลอมทั้งนั้น !

ของจริง คือ จิตเรา นี่แหละลูก
มีอะไรแล้วบ้าง ?
ไปแล้ว ได้อะไรไปด้วยหรือเปล่า ?
** นั่นแหละลูก คือ สิ่งที่สำคัญที่สุด** .. ลูกเอ๋ย

พระยาธรรมเอ๋ย.. เมื่อเรานั้นรู้ตื่นอยู่ตลอดเวลา คิดพิจารณาทบทวนดูตัว ดูตนของเรานี้อยู่เสมอ - จนรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเราแล้วว่า เรานี้เป็นใคร อะไรที่เกิดประโยชน์แก่เราอย่างแท้จริง
เราก็จะรู้ค่า ในกาลเวลาที่มีอยู่ แล้วก็จะสั่งสมความดี
-- เมื่อสั่งสมความดี.. เราก็จะสามารถเข้าถึงความดี // สิ่งที่ดีได้ในที่สุด ++

ลูกเอ๋ย.. จงจำไว้เช่นนี้เถิดลูก แล้วจงนำไปประพฤติ ปฏิบัติ ทำตาม...
/ พิจารณาให้บ่อยๆ
/ มองดูตนให้มากๆ
/ ทำความเข้าใจในตน ให้เยอะๆ
/ ให้รู้จักตัวตนของตนที่แท้จริง
/ รู้จักของจริงที่จะนำไปได้
-- แล้วลูกนั้น จึงจะไม่เสียเวลาเปล่า
-- ลูกนั้น จึงจะไม่ทิ้งเวลาให้หมดไปวันๆ

พระยาธรรมเอ๋ย.. มีหลายคนทีเดียว ที่มาในโลกนี้แล้ว - แต่กลับลุ่มหลงอยู่กับกาย // ลุ่มหลงอยู่กับโลก - สิ่งทั้งหลายของโลก
... เมื่อครั้งกลับไป นำอะไรไปด้วยไม่ได้เลย

มีหลายคนทีเดียวที่เกิดมาแล้ว ลุ่มหลง ยึดติดอยู่กับสิ่งของ ข้าวของ ลาภยศ ตำแหน่งบนโลกนี้ - จนทำกรรมไม่ดีมากมาย
กลับไป ก็ได้ความทุกข์กลับไป คือ "กรรมไม่ดี" ที่ตนได้ก่อ ได้ทำเอาไว้ - ที่ติดตามไป ให้ต้องไปชดใช้ในนรกบ้าง ในภูมิต่างๆ เป็นร้อย ปี. เป็นพันปี.. กว่าจะได้กลับมาอีก.. ลูกเอ๋ย

มีหลายคนทีเดียว ที่สร้างกรรมเยอะแยะมากมายไว้ -- เพราะความไม่รู้ ก็เลยหลงทาง

พระยาธรรมเอย.. จงอย่าปล่อยให้ตัวของตน ให้เป็นเช่นนั้น ให้กลายเป็นผู้ขาดทุนกันเลย.. ลูกเอ๋ย
เมื่อยังมีเวลาอยู่ - จงทำความดีเถิดลูก แล้วลูกทั้งหลาย.. จึงมีสิ่งที่จะนำไปด้วยได้ - ที่เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ++

+ +
พระยาธรรม :: แล้วการที่เราทำความดี เราทำความดีนั้นไป สั่งสมไป-- ความดีเหล่านั้น จะเที่ยงแท้หรือเปล่าเจ้าคะ ?แล้วทำไมหนูถึงรู้ว่า เทวดา เมื่อหมดบุญที่สั่งสมไว้ ก็ต้องกลับมาเกิดใหม่ มาสั่งสมใหม่ ก็แปลว่า ความดี หรือบุญมันก็หมดเป็น
... แล้วการที่เราทำความดี จะทำให้เราเจอความสุขที่แท้จริงได้ยังไง เจ้าคะ ?

พระยาธรรมเอย.. เพราะการทำความดี คือ "การเดินทางเข้าสู่หนทางแห่งความสุข" ++

การสั่งสมบุญและบารมี คือ "บันได" ที่จะทำให้เราก้าวขึ้นไป สู่จุดที่สูงสุด** คือ "ความหลุดพ้น"
มันคือ หนทางแห่งการหลุดพ้น หากว่าเราทำบ้าง ไม่ทำบ้าง -- บางทีก็หมดเป็น เหมือนที่ลูกว่านั่นแหละ

แต่ถ้าเกิดว่าเราสั่งสม และทำอย่างสม่ำเสมอ ไม่เคยละทิ้งต่อการทำความดีเลย
ยังทำอยู่ตลอด เสมอ สั่งสมไปเรื่อยๆ...
... วันหนึ่งความดีเหล่านั้น ก็จะพาให้เราเข้าถึงความหลุดพ้นได้ ลูก
** จึงสามารถนำพาให้เราไปถึงการดับการเกิด พบความสุขที่แท้จริง **

ลูกเอ๋ย.. การทำความดีเล่นๆ ทำบ้าง ไม่ทำบ้าง ย่อมไม่เจอกับความดีที่แท้จริง..
แต่ถ้าเกิดว่าเราทำความดีอย่างแท้จริง
ย่อมต้องได้เจอกับ "ความสุขที่แท้จริง" คือ การหลุดพ้นจากวัฏสงสารนี้.. ลูกเอ๋ย

พระยาธรรม :: อ๋อ ลูกเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ ว่าเพราะอะไร ทำไมความดีจึงหมดได้.. ที่แท้ก็หยุดสั่งสมนี่เอง
กราบขอบคุณพระองค์ที่ได้โปรดเมตตาแสดงธรรมให้ลูกทั้งหลายได้ฟังในวันนี้

ลูกเข้าใจแล้วว่า.. กาลเวลานั้นไม่รอใคร !
เราอาจสูญเสียมันไปทั้งหมด โดยไม่เกิดประโยชน์อะไร..
// หากเราไม่รู้จักตัวตนที่แท้จริงของเรา
// หากเราไม่ถอดถอนตนจากความลุ่มหลงบนโลก
// หากเราไม่ทำความดี
-- เราอาจมาเกิด เสียเวลาเปล่าๆ ไม่ได้อะไรกลับไป ++ เจ้าค่ะ

สาธุ

:: ::
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กันยายน 29, 2016, 06:01:31 am โดย thanapanyo »