ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-1913 เพราะอะไร ชีวิตถึงเป็นสุข  (อ่าน 1022 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4368
    • ดูรายละเอียด
Rec-1913 เพราะอะไร ชีวิตถึงเป็นสุข
« เมื่อ: กรกฎาคม 12, 2016, 10:02:32 am »




(ถอดความจากคลิป)
พุทธโอวาทกึ่งพุทธกาล วันที่ 9 กรกฎาคม 2559
ตอนที่ 2 ** ชีวิตจะเป็นสุขได้เพราะอะไร**
+ +
ณ สวนธรรมิกราช พระพุทธองค์ได้ทรงเสด็จลงมาด้วยแสงสว่างเจิดจ้า และพระองค์ท่านได้ทรงแสดงธรรมแก่เราทั้งหลาย ทั้งเทวดา มนุษย์ และสรรพสัตว์ทั้งหลาย ทุกดวงจิต ดังนี้ว่า...
- - - -
พระยาธรรมเอ๋ย.. ชีวิตที่เป็นสุขนั้นเพราะอะไร จึงเป็นสุข...
- เพราะว่าเราอยู่ในบ้านคนรวย
- เพราะว่าเราเกิดอยู่ในวงตระกูลที่ดี
- เพราะว่าเราเป็นเทวดา นางฟ้า / เป็นมนุษย์ผู้ที่มี รูปร่างหน้าตา ผิวพรรณ สง่างดงาม
... หรือว่าเป็นเพราะว่าอะไร ?
พระยาธรรมเอ๋ย.. ส่วนใหญ่แล้ว มนุษย์มักจะเข้าใจว่า การที่เรานี้จะมีชีวิตที่มีความสุข - ก็เป็นเพราะว่าเรานี้ มีชีวิตที่อยู่ในสิ่งที่ดี ดังที่กล่าวมานั้น
แต่ลูกเอ๋ย.. ในความเป็นจริงแล้ว ชีวิตของมนุษย์เรา ชีวิตของดวงจิตทุกดวง ไม่ว่าจะเป็นในภพ ในภูมิไหน ชีวิตของดวงจิตทุกดวงจิตนั้น.. จะมีความสุข / จะมีความทุกข์ - ก็ขึ้นอยู่กับว่า ดวงจิตดวงนั้นได้ชำระล้าง กิเลศตัณหาในใจตนไปมากแล้วเท่าไหร่ เหลือน้อยเท่าไหร่.. หรือว่าไม่เหลือแล้ว ++
-- อยู่ที่การชำระล้างกิเลส และตัณหา ต่างหาก..ลูกเอ๋ย
พระยาธรรมเอย.. ชีวิตที่เป็นสุข จึงเป็นสุขได้ -- ก็เป็นเพราะว่าเราหมดกิเลส หมดตัณหา **
ลูกเอ๋ย..
ต่อให้มีเงินมากเท่าไหร่ -- ถ้ากิเลสยังหนา ตัณหายังมาก.. ก็ยังไม่เป็นสุขหรอกลูก
ต่อให้ลูกนั้น ทำบุญทำทานมากเท่าไหร่ -- แต่หากจิตใจของลูกยังไม่เข้าถึงการชำระล้างกิเลส และตัณหาอย่างแท้จริง.. ลูกก็ยังไม่มีชีวิตที่เป็นสุขหรอกลูก
พระยาธรรมเอย.. ชีวิตที่เป็นสุขนั้น จะมีก็ต่อเมื่อ กิเลสดับลง ตัณหาจบลง ดังนี้แหละ ลูกเอ๋ย..
ถ้าเกิดว่าไม่มีความลุ่มหลง..
- ไม่หลงในตัวของตน
- ไม่หลงในตัวของบุคคลผู้อื่น
- ไม่หลงในทรัพย์สินเงินทอง ลาภยศสรรเสริญต่างๆ
... แล้วจะเป็นทุกข์อยู่ไหมลูก ?
ใครด่าเรา เราก็ไม่ได้หลงในเรา หลงยึดว่านี่คือตัว คือตน คือเรา คือของของเรา
-- เราก็ไม่โกรธ ไม่เกิดความทุกข์กาย ทุกข์ใจ ++
ลูกเอ๋ย.. การที่เรานั้นถอดถอนความลุ่มหลง หลงในตัวของบุคคลผู้อื่น หลงในสิ่งของ ข้าวของต่างๆนั้น -- เราก็จะไม่โกรธ ไม่ยึดติด ไม่เป็นทุกข์ เป็นกังวล
หากสิ่งทั้งหลายเหล่านั้น จะเกิดขึ้น ตั้งอยู่ หรือว่าดับไป -- สิ่งทั้งเหล่านั้นก็จะทำอะไรเราไม่ได้เลย.. ลูกเอ๋ย
ฉะนั้น.. เราจึงจะมีความสุขได้
ลูกเอ๋ย.. ถ้าเกิดว่าเราละต่อความรัก
.. ความรักเหมือนเพลิงไฟ เป็นเหตุที่ทำให้เป็นความทุกข์
หากยังมีความรัก ความต้องการบุคคลผู้อื่นมาครอบครองให้เป็นไปตามใจเรา -- ภาระหน้าที่ต่างๆ มากมาย ก็จะเข้ามา มีสิ่งที่ถูกใจและไม่ถูกใจ.. เพราะบุคคลผู้อื่นก็มีเชื้อ เหมือนกันกับตน
ลูกเอ๋ย.. ถ้าเกิดว่าเรานี้ ไม่ต้องมีความรักแล้ว ถ้าเกิดว่าเรานี้ ดับความรักลงเสียได้.. ชีวิตเราก็คงจะเป็นสุข ++
ลูกเอ๋ย.. หากว่าเรานี้ ไม่มีความโลภ ความโกรธ
ถ้าเกิดเรานั้นหมดความโลภไปแล้ว เราก็จะไม่มีความทุกข์
- โลภในความรัก
- โลภในความต้องการ
- โลภในความรู้สึก
- โลภในสิ่งของ ข้าวของ
... เลยเป็นเหตุให้ก่อกรรมชั่ว ทำสิ่งที่ไม่ดี
++ หากสิ่งเหล่านี้ไม่มี -- ชีวิตของเราก็คงจะเป็นสุขยิ่งนัก ++
ลูกเอ๋ย.. หากว่าเรานี้ไม่โกรธ ใครทำอะไร เราก็ไม่โกรธ
การที่เราไม่โกรธก็เหมือนไฟ - ที่ไม่สามารถทำอะไรเราได้แล้ว
และเราก็จะไม่เอาดวงไฟที่ทำให้ตนเร่าร้อนนั้น ไปเผาผู้อื่น คนที่อยู่ร่วม อยู่ด้วย อยู่ใกล้เรานั้น
-- ชีวิตของเราก็คงจะเป็นสุข --
พระยาธรรมเอย.. ใครที่ดับความรัก ความโลภ ความโกรธ และความลุ่มหลง ได้มากเท่าไหร่ ชำระล้างได้มากเพียงใด -- ชีวิตบุคคลผู้นั้นแล.. จึงมีความสุขมากเพิ่มขึ้น เท่านั้น
แต่ไม่ใช่เหตุปัจจัยภายนอก
ไม่ใช่เพราะเกิดเป็นเทวดา นางฟ้า
เพราะเกิดอยู่ในวงตระกูลที่ดี ที่มีเงินมีทองมาก
... ไม่ใช่เพราะในที่ใดที่หนึ่ง ที่เป็นปัจจัยภายนอก.. ลูกเอ๋ย
เพราะเชื้อกิเลสและตัณหานั้น คือความรัก ความโลภ ความโกรธ ความลุ่มหลง ความอยาก และความไม่อยาก สิ่งเหล่านี้ คือ สิ่งที่ทำให้จิตของเราเป็นทุกข์
ลูกเอ๋ย..
// ที่มีกาย ก็เพราะมีสิ่งเหล่านี้
// ที่ต้องเกิดอยู่ อยู่ในวัฏสงสารนี้ก็เพราะว่ายังป่วย ยังมีเชื้อเหล่านี้
// ที่ยังทุกข์อยู่ ก็เพราะว่ามีสิ่งเหล่านี้
... หากดับสิ่งเหล่านี้ลง ชีวิตก็จะเป็นสุข ++
พระยาธรรมเอย.. นี่แหละลูก
คือเหตุที่ทำให้ชีวิตเป็นสุข
คือสิ่งที่จะทำให้ดวงจิตทุกดวง พบกับความสุขได้ อย่างแท้จริง
+ +
พระยาธรรม :: แล้วความทุกข์ เพราะอะไรชีวิตจึงเป็นทุกข์ล่ะเจ้าค่ะ ?
พระยาธรรมเอ๋ย.. การที่ชีวิตเป็นทุกข์ - ก็เพราะว่าจมอยู่กับกิเลสและตัณหา
ทุกข์..
/ ไม่ใช่เพราะว่าเรามีเงินมาก มีหนี้สินมาก
/ ไม่ใช่เพราะว่าเรามีตำแหน่งที่ใหญ่โต หรือว่าน้อย
/ ไม่ใช่เพราะเกิดอยู่ในที่นั้น หรือที่นี้ เหมือนกัน
/ ความทุกข์ก็ไม่ได้อยู่กับปัจจัยภายนอก เหมือนกัน.. ลูกเอ๋ย
เหตุที่ทุกข์ก็เพราะว่ากิเลสมาก ตัณหาหนัก
- ถ้าหลงมากก็จะทุกข์มาก หลงน้อยก็จะทุกข์น้อย
- ถ้าเกิดว่าเรานี้รักมาก ก็จะทุกข์มาก - รักน้อยก็จะทุกข์น้อย
- โกรธมาก โลภมาก ก็จะทุกข์มาก - โกรธน้อย โลภน้อย ก็จะทุกข์น้อย
พระยาธรรมเอ๋ย.. การมีความทุกข์มากนั้น ก็เกิดมาจากที่เรานี้ยังมีเชื้อของกิเลส คือ
*ความรัก โลภ โกรธ หลง**
ยังมีเชื้อของตัณหา คือความอยาก และความไม่อยากนั้น อยู่ในตัวของเรามาก.. ก็เลยทำให้ทุกข์มาก
-- แต่ไม่ใช่เพราะเหตุปัจจัยภายนอก.. ลูกเอ๋ย --
หากวันใด ดวงจิตไหนก็ตาม - ที่สามารถชำระล้างกิเลสตัณหาในใจตน ให้เบาบางลง -- ความทุกข์ก็จะหมดลงเหมือนกัน
ลูกเอ๋ย.. การที่เรานี้ เป็นสุข / เป็นทุกข์ -- จึงไม่เกี่ยวอะไรกับเหตุปัจจัยภายนอก ทั้งหมดทั้งสิ้นเลย…
บางคนยากจนยิ่งนัก ไม่มีตำแหน่งหน้าที่อะไรเลย ที่อยู่ในสังคม / ไม่มีอะไรที่ดูดีในความต้องการของกิเลสตัณหาเลย -- แต่บางคนนั้น.. ก็ยังสามารถมีความสุขได้
บางคนนั้นมีทุกสิ่ง พร้อมทุกกอย่าง -- แต่ชีวิตก็ยังมีแต่ความทุกข์.. ลูกเอ๋ย
ฉะนั้น.. ขึ้นอยู่กับเราต่างหาก ว่ากิเลสตัณหาในตัวเราเบาบางลงไปแล้วหรือยัง ? หรือว่ายังเคลือบหนาอยู่
ให้รีบเร่งปฏิบัติ ชำระล้าง ขัดเกลาจิตใจของตน ด้วยศีล ธรรม สมาธิ และปัญญา เถิดลูกเอ๋ย..
ความทุกข์จะหมดไป ความสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้น
แล้วลูกนี้ ก็จะเข้าใจกับความเป็นจริงของชีวิต
ลูกเอ๋ย.. ความสุขอันจอมปลอม ซ่อนด้วยความทุกข์เป็นธรรมดาอยู่แล้ว แต่ความทุกข์นั้น ก็คือ ของปลอมอีกทีหนึ่งปลอมตามความคิดของเรา ตามความยึดติดปรุงแต่งของเรา ตามเชื้อกิเลสและตัณหาของเรา-- ก็เลยทำให้เราเป็นทุกข์
++ ความทุกข์ก็เกิดจากกิเลสและตัณหาที่ครอบงำจิตใจของเรา ที่มีอยู่ในเรานี้ ++
ฉะนั้น ลูกเอ๋ย.. จึงควรที่จะชำระล้างกิเลสตัณหาออกจากเรา แล้วลูกนั้น.. จึงจะสามารถมีชีวิตที่เป็นสุขได้
พระยาธรรมเอย.. ชีวิตที่เป็นสุข เป็นทุกข์ -- ก็เพราะเหตุนี้แหละลูก
+ +
พระยาธรรม :: ถ้าที่ลูกเข้าใจก็คือ ชีวิตที่เป็นสุข เป็นทุกข์ ก็เพราะเชื้อของกิเลสตัณหา - ที่ทำให้เราเป็นอย่างนั้น
แต่ถ้าเมื่อไหร่ที่เราสามารถชำระกิเลสตัณหาออกจากเราได้..
ความสุขอันจอมปลอมก็จะหายไปจากเรา
ความทุกข์อันจอมปลอมก็จะหายไปจากเรา
.. เราก็จะเจอกับความสุขที่แท้จริง อย่างนั้น ใช่มั้ยเจ้าคะ ?
พระพุทธองค์ :: เป็นเช่นนั้นแหละลูก เพราะว่าความสุขที่แท้จริง ซ่อนอยู่เบื้องหลัง ของความสุขอันจอมปลอม / ความทุกข์อันหลอกลวง - ทำให้เราหลงเชื่อว่ามันคือเรา คือตัว คือตนของเรา.. ลูกเอ๋ย
เมื่อไรที่เรารู้จักมันแล้ว มันก็จะทำอะไรเราไม่ได้เลย --
// เพราะว่าเราไม่ใช่เขา - เขาไม่ใช่เรา
// เพราะว่านั่นไม่ใช่คือตัว คือตน คือเรา คือของของเรา.. ลูกเอ๋ย
พระยาธรรม :: กราบขอบพระคุณเจ้าค่ะ ที่ได้โปรดเมตตาลูกทั้งหลาย ให้ได้ฟังธรรม ให้ได้เข้าใจกับความสุข ความทุกข์ ชีวิตที่เป็นสุข เป็นทุกข์ สาเหตุที่มาของสิ่งเหล่านี้ และการชำระล้าง...
สาธุ
~ / ~
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: กรกฎาคม 25, 2016, 05:32:53 pm โดย thanapanyo »