มหาวิชชาลัยธรรมิกราช

กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก.

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
การค้นหาขั้นสูง  

ข่าว:

SMF - Just Installed!

ผู้เขียน หัวข้อ: Rec-002 กำเนิดดวงจิต  (อ่าน 3050 ครั้ง)

thanapanyo

  • Administrator
  • Hero Member
  • *****
  • กระทู้: 4093
    • ดูรายละเอียด
Rec-002 กำเนิดดวงจิต
« เมื่อ: พฤษภาคม 21, 2016, 07:02:55 pm »





(ถอดความจากคลิป) - พิมพ์ย้อนหลัง

กวนอิมน้อยเปิดสภาวธรรมโลกทิพย์ วันที่ 21 พฤษภาคม 2559
ตอนที่ 2 **กำเนิดดวงจิต**
- - - -

แท้ที่จริง ดวงจิตของมนุษย์เรา หรือดวงจิตของพวกเหล่าพญานาค หรือเหล่าสวรรค์ เทพ เทวดา ที่เวียนว่ายตายเกิด นับภพชาติไม่ถ้วน ดวงจิตแม้กระทั่งเป็นดวงจิตที่อยู่ในกายของสัตว์ ทุกๆดวงจิต
.. ดวงจิตเหล่านี้แท้ที่จริงมาจากไหนกัน ?

วันนี้ กวนอิมน้อยจากสวรรค์ จะมาเผยแผ่การเกิดของดวงจิตของพวกเรามาจากที่ไหน...

แท้ที่จริงดวงจิตของพวกเรา เกิดที่โลกอีกโลกหนึ่ง ที่นั่นมีสภาวะดิน น้ำ ลม ไฟ อากาศอบอ้าว แล้วก็ก่อเกิดขึ้นมาเป็นดวงจิตได้ เช่นเดียวกันกับที่โลกมนุษย์ เช่น มีเฉพาะบางจุด บางที่ ก็จะสามารถก่อเกิดให้เป็นตัวหนอน หรือตัวแมลงต่างๆได้

โลกนี้ เป็นโลกที่ก่อเกิดดวงจิตได้อย่างมากมาย และจริงๆ ดวงจิตของพวกเรา ก็มีร่างกายแค่เล็กๆ นิดเดียวเท่านั้นเอง ที่นั่นมีดวงจิตเยอะแยะมากมาย จนเกิดสภาวะแออัด จนรู้สึกลำบากกับการที่อยู่ที่นั่น จนมีดวงจิตบางกลุ่มคิดค้นหาวิธีทำยังไงให้หลุดจากความแออัด
จึงคิดหาวิธีแรกขึ้นมาได้ว่า -- ควรจะทำจิตให้สงบ และนั่งสมาธิ
ดวงจิตหลายๆดวงที่ค้นพบตั้งแต่ทีแรก -- จึงเกิดการนั่งสมาธิ แล้วก็ทำจิตให้สงบ

เมื่อจิตสงบแล้ว ก็รู้สึกว่าสบาย และหลุดจากความวุ่นวายเหล่านั้น...
และแล้วจิตเหล่านั้น ก็นั่งสมาธิไป นั่งสมาธิมา จนมีอยู่ 2-3 ดวง สามารถหลุดออกมาสู่อีกโลกหนึ่ง โดยผ่านฌานสมาธิ ซึ่งเป็น **โลกสวรรค์**
และแปลกจริง ที่นั่นมีกายเป็นกายที่สวยงาม มีรูปร่างลักษณะสง่างาม และมีกายเป็นกายทิพย์ ซึ่งเหมือนกันกับมนุษย์เรา- แต่จะสวยกว่า และสง่างามกว่า เหาะเหินเดินอากาศ หายตัวได้ และไปท่องเที่ยวยังอีกหลายๆ โลกได้ - ตามความเป็นทิพย์

ฉะนั้น.. จิตเหล่านี้จึงรู้สึกดีใจ กับสิ่งและโลกที่ได้พบใหม่...
จึงกลับไปยังโลกนั้นด้วยความเป็นทิพย์ และเข้าไปดลใจ ดลจิตอีกหลายๆดวงที่กำลังนั่งสมาธิอยู่ และช่วยดึงดวงจิตเหล่านั้น ให้มาอยู่โลกเดียวกับที่ตนอยู่ จึงมีสภาวะของโลกสวรรค์เกิดขึ้น ...

และแล้ว เมื่อดวงจิตตามกันมาที่สภาวะของโลกสวรรค์ มากขึ้นๆ ทุกวัน.. จนเริ่มมีความสับสนวุ่นวาย
เพราะเริ่มแรกก็คือ แต่ละดวงจิตที่มา- ก็จะมาด้วยฌานสมาธิ ไม่มีพ่อแม่ จึงไม่มีสิ่งที่ต้องเคารพ หรือไม่มีเคารพนับถือ และรักกัน เพราะไม่มีความผูกพันทางสายใย จึงเกิดการแก่งแย่งชิงดี และเกิดการทะเลาะวิวาท ก่อความวุ่นวายบนสวรรค์

จนมาวันหนึ่ง จึงมีการประชุมของเทวดาเหล่านั้นว่า.. หากเมืองสวรรค์ เป็นแบบนี้ คงจะไม่น่าอยู่อีกต่อไป..
ในขณะที่มีคนหมู่มาก และมีอิทธิฤทธิ์ มีความเป็นทิพย์เท่าเทียมกัน - ก็จะก่อเกิดสภาวะ ปัญหามากมาย...
โลกสวรรค์ ก็จะเป็นโลกที่ไม่น่าอยู่อีก เหมือนกันกับโลกที่พวกเรามา
เพราะฉะนั้น.. พวกเราจึงจำเป็นที่จะต้องมีกฎ มีกติกา กฎของสวรรค์ ขึ้นมา

ต่อจากนั้น ชาวสวรรค์ จึงได้มี *กฎของสวรรค์* ขึ้นมา และแถมยังมีอีกว่า ให้จับคู่หญิงและชาย มาเป็นสามี-ภรรยา และให้การผ่านมาของดวงจิตที่จะมาเกิดใหม่ ให้มาเป็นลูก จะได้น้อมรับคำสั่งสอนจากพ่อแม่ และจะได้มีความเมตตา เอ็นดู ช่วยเหลือกัน เชื่อฟังกันและกัน -- จะได้ไม่ก่อเกิดความวุ่นวาย ในเมืองสวรรค์ของพวกเขาเหล่านั้น

ตั้งแต่นั้นมา.. จึงมีกฎของสวรรค์ที่บังคับ หากดวงจิตใจทำผิดกฎ เช่น ก่อความวุ่นวายกับผู้อื่น เบียดเบียนต่อผู้อื่น โอหัง ไม่เชื่อฟัง ทำผิดกฎ-- ก็จะถูกทำโทษ
และก็ยังมีการเกิดที่ไม่ใช่เกิดมาจากดวงจิต เกิดแบบเนรมิต อยู่ๆก็เกิดมาได้เหมือนแต่ก่อน
จึงต้องมีพ่อแม่- เป็นผู้ให้กำเนิดอยู่บนโลกของสวรรค์
ตั้งแต่นั้นมา จึงมีสามี -ภรรยา ที่ต้องครองคู่กันเพื่อออกบุตร และมีลูกเป็นครอบครัว

ต่อมาหลังจากนั้น.. เมื่อดวงจิตใดที่ทำผิดกฎ หรือมีการสร้างบาปขึ้น -- จึงโดนทำโทษ ให้ลงไปอยู่อีกโลกหนึ่ง คือ **โลกของบาดาล** หรือโลกของเหล่าพญานาคในปัจจุบันนี้ - ซึ่งเป็นโลกที่มีความเป็นทิพย์อยู่.. แต่ความเป็นทิพย์ก็จะน้อยลงไปกว่าโลกของสวรรค์
ยังมีกายเหมือนเช่นกับเทวดา หรือกายเหมือนมนุษย์เรา -- เพียงแต่เป็นกายทิพย์เท่านั้น - กายที่ยังมีความเป็นทิพย์รองลงมาจากกายบนสวรรค์

และแล้ว เทวดาที่ถูกส่งไปอยู่เมืองบาดาล เมื่อมีมากขึ้นๆอยู่ในบาดาล ก็เอาอีกแล้ว !
.. บาดาลก็เกิดความวุ่นวายขึ้นมาอีกแล้ว ทีนี้.. ที่บาดาล ก็จึงจำเป็นที่จะต้องมี *กฎกติกา* ขึ้นมาอีก

** หากใครสร้างความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น หรือหากใครทำผิดกฎ ก็จะต้องเกิดมาอยู่บนโลกมนุษย์
เพื่อมาอยู่ในโลกที่มีสภาวะกิเลสตัณหาที่หนักกว่า และมีร่างกายที่หายตัวไม่ได้
ต้องมีการเจ็บ การตาย ต้องมีแก่ ต้องมีการเกิดขึ้น และดับไป ในเวลาไม่นาน

เพราะฉะนั้น.. ต่อจากนั้นมา จึงมี **โลกมนุษย์** เกิดขึ้นอีกเป็นโลกที่สาม และโลกมนุษย์เรา ก็เปรียบเสมือนเป็นโลกที่ ดวงจิตทุกดวงมาอยู่ เพื่อใช้เวลาสั้นๆในระยะเวลาไม่กี่ปีในการสร้างความดี เพื่อหาทางกลับไปอยู่ในสิ่งที่สูงกว่า เช่น สวรรค์ หรือบาดาล ซึ่งเป็นเมืองที่มีความละเอียดอ่อน สูงไปกว่าโลกมนุษย์เรา และไม่ต้องทุกข์ / ไม่ต้องทรมานแบบที่มนุษย์เราเป็นกัน และไม่ต้องมีร่างกายที่แก่ ทรุดโทรม เจ็บป่วย แบบนี้แหละ
ไม่ต้องหิว ไม่ต้องหากิน - จึงจะได้ไม่ลำบาก

เมื่อมีสามโลกแล้ว วนไปวนมา อยู่อย่างนี้ และแล้ว ท้ายที่สุด.. ก็ยังไม่ใช่โลกที่หลุดพ้นอยู่ดี เมื่อยังมีพันธะผูกพัน มีลูก มีสามี มีครอบครัว และยังจะต้องมีบ้านเรือน มีรัก โกรธ หลงอยู่ -- ยังไงซะ ก็ยังไม่ใช่โลกที่หลุดพ้นอย่างแท้จริง

จึงมีการค้นหาอีกโลกหนึ่ง ซึ่งเป็นโลกที่เงียบสงบ และเป็นโลกที่เรียกว่า โลกแห่งความหลุดพ้นอย่างแท้จริง
และเมื่อดวงจิตใดก็ตาม ถ้ายังปนเปื้อนอยู่กับสิ่งสกปรก หรือกิเลสตัณหา ก็จะไม่สามารถไปอยู่ในโลกนั้นได้เป็นอันขาด เรียกว่า เป็น **โลกแห่งพระนิพพาน**

โลกนี้ เป็นโลกที่อุดมสมบูรณ์ บ้านเรือนก็จะเป็นบ้านเรือนแก้ว มีความสวยงามมาก...
และผู้ที่เป็นดวงจิตที่เข้าไปอยู่ที่นั่นได้ -- ก็จะต้องมีร่างกายเป็นกายทิพย์ พ้นจากกิเลสตัณหา พ้นจากความผูกพัน
ถือเป็นผู้ที่ชนะในกฎเกมส์ และหลุดพ้นจากทุกอย่างแล้ว --จึงจะไปอยู่ที่นั่นได้

จึงมีการค้นหาหนทางในการไป เช่นเดียวกันกับดวงจิตของพวกเรา ตอนแรกๆที่มา ก็มาจากการสมาธิ ค้นหาโลกที่หลุดพ้น
... ต่อจากนั้นมา พวกเราจึงมีพระพุทธเจ้าองค์ปฐม ซึ่งเป็นองค์แรกที่ค้นพบว่า ดินแดนพระนิพพาน ดินแดนแห่งความสงบสุขนั้น มีอยู่จริง !
ซึ่งกฎของการไปในดินแดนนั้น ก็ตามคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกฎของกรรม กฎของเกมส์ - ก็มีอยู่ตามคำสอนของพระองค์ท่าน

วันนี้หนูจะยกตัวอย่างมาให้ เช่น ไม่โกรธ ไม่หลง ไม่ยึดติด และไม่เบียดเบียน
ต้องสร้างบุญ สร้างบารมี นั่งสมาธิ ภาวนา ทำจิตให้เป็นสุข และสงบ
เมื่อนั้นแหละ.. จึงไปสู่ดินแดนพระนิพพานได้ - นั้นเป็นจริง

พระพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า พระองค์ทุกๆพระองค์ เป็นดวงจิตที่สามารถผ่านกฎเกมส์เหล่านี้ได้ และไปสู่ดินแดนพระนิพพาน ดินแดนแห่งความหลุดพ้นได้อย่างแท้จริง + +

เรื่องราวที่หนูได้เอามาเผยแผ่ทั้งหมดนี้ ก็เป็นที่มาที่ไปของดวงจิตของพวกเรา ที่มีการวนเวียนกันอยู่แบบนี้
หากดวงจิตใดที่มีความปรารถนา จะ"หลุดพ้นจากวัฏสงสาร" ต้องการหาที่ที่สงบสุขอย่างแท้จริง และหลุดพ้นอย่างแท้จริง -- ก็ต้องบำเพ็ญปฏิบัติ สร้างกุศล และปล่อยวาง เช่นดังพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า ทุกๆพระองค์
ซึ่งเดี๋ยวนี้พวกเราก็มีพระองค์เป็นผู้นำทาง และพระองค์ท่าน ก็ทรงมีคำสอนไว้ให้พวกเราอยู่แล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่พวกเราจะทำได้ไม่ยากสักเท่าไหร่ หากมีความมุ่งมั่น ตั้งใจอย่างแท้จริง ++

หากดวงจิตใดที่รู้สึกว่า "เหนื่อยแล้ว" -- ก็จงหันมาฟังคำสอนของพระองค์ท่าน และขอให้หลุดพ้นไปสู่ดินแดนแห่งความหลุดพ้น ดินแดนพระนิพพาน.. ด้วยอำนาจของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระปัจเจกพุทธเจ้า พระอรหันต์เจ้า ด้วยเทอญ...
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: พฤศจิกายน 10, 2017, 04:47:31 am โดย thanapanyo »
บันทึกการเข้า
 

หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.101 วินาที กับ 18 คำสั่ง